รวมเรื่องกินเที่ยว แบบเที่ยวสบาย ๆ เที่ยวทั่วไทย พาแม่เที่ยว เที่ยววัด แนะนำร้านอร่อย

12 สิงหาพาแม่เที่ยว

12 สิงหาคมของทุก ๆ ปี คือ วันแม่แห่งชาติ และ เป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของสมเด็จพระบรมราชินีนาถของปวงชนชาวไทย

ทรงพระเจริญ

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และ ทรงพระเกษมสำราญตลอดกาลและตลอดไป

กิจกรรมวันแม่ก็มีมากมายทั้งโปรโมชั่นสายการบิน ที่พัก ร้านอาหาร ตลอดจนไหว้พระ 9 วัด และอื่น ๆ อีกมากมาย บรรดาลูก ๆ ทั้งหลายก็มีโอกาสได้ไปกราบแม่ในวันนี้กันเป็นส่วนใหญ่ จะว่าไปก็เหมือนเป็นธรรมเนียมปฎิบัติ แต่ที่จริงแล้ว การดูแลพ่อแม่ต้องกระทำตลอดเวลา ทุกที่ เพราะนี่คือหน้าที่และโอกาสของกุลบุตรทั้งหลาย เอาเป็นว่า ขอให้ทุก ๆ ครอบครัวมีความสุขโดยพร้อมเพรียงกันในวันแม่นี้นะ :-)


12 สิงหา พาแม่เที่ยว

รักแท้ที่ไม่มีเงื่อนไข คือรักจากใจแม่

รักแม่ที่สุดเลย

:-)

ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด

ไม่ได้มาเล่าเรื่องของอร่อยซะนาน มาวันนี้ขอแบ่งปันประสบการณ์ความอร่อยกับผองเพื่อนมวลหมู่ผู้ถวิลหาของกินแปลก ๆ กันซักกะหน่อย ก็เพราะว่าเมื่อสัปดาห์ก่อนมีโอกาสได้ขับรถไปชัยนาท ขาไปขับรถผ่านอยุธยา ก็บังเอิญเห็นป้ายโฆษณาก๋วยเตี๋ยวเรือเยอะแยะมากมาย :-) แต่เอ่……นั่นตาฝาดหรือเปล่า

ถึงแล้ว ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด

โอ่ย ???? ถ้าจะเป็นร้านที่เขาขายก๋วยเตี๋ยวเรือกับของหวานพวกกะทิแน่ ๆ เลย แต่ก็ยังไม่มั่นใจ เราอ่านผิด หรือ ว่า เราเข้าใจผิดกันแน่ จนกระทั่งขับผ่านไปอ่างทอง สิงห์บุรี แล้วก็ถึงชัยนาท พอทำธุระเสร็จ ก็มุ่งหน้ากลับเข้ากรุงเทพ นี่ก็จะบ่ายสามโมงแล้ว ยังไม่ได้กินข้าวเลย ชักจะเริ่มหิวมากขึ้นทุกที แต่ก็ยังเก็บความสงสัยเรื่องก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสดว่า มันยังไงกันหนอ และพอขับเข้าเขตอยุธยา ประมาณบางปะหัน ก็เห็นป้ายเชิญแวะชิม ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด อีกแล้ว แต่ว่าจอดไม่ทันเพราะขับอยู่ด้านใน สงสัยวันนี้คงไม่ได้กินแล้วหละ กลับไปกินข้าวมื้อเย็นที่บ้านก็ได้ พอขับไปเรื่อย ๆ ก็เห็นอีกป้าย นั่นก็ ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด อีกร้าน งั้นเราไม่รอช้ารีบตีไฟเลี้ยวชิดซ้ายทันที ในทีสุดเราก็จอดรถได้ตรงป้ายใหญ่ ๆ สีแดง ๆ นั่นแหละ พอจอดรถได้ ก็เลยรู้ว่า

ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด


วะ วะ ว๊าว ถึงแล้ว ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสดรสไท นี่ไงไม่ได้โม้มากินร้านนี้จริง ๆ ว่าแล้วไม่รอช้าหิวมาก ๆ ผู้โดยสารที่มาด้วยก็หิวกันหน้ามืดทุกคน งั้นเรารีบเข้าไปสั่งกันเถอะ ไม่รู้ว่าของกินยังมีเหลือให้กินกันอยู่หรือเปล่า

สรุปว่า เหลือแต่เส้นเล็ก กับ เส้นหมี่ งั้นเราขอสั่งเส้นเล็กน้ำตกทุกอย่างก็แล้วกัน สั่งไปสักพัก เขามาเสริฟ ที่บอกว่า สั่งไปสักพัก ก็เพราะว่า ยังมีลูกค้าโต๊ะอื่นที่เขามาก่อนเรารอเสริฟอยู่เหมือนกัน แต่อย่างหนึ่งที่เราสังเกตุเห็นก็คือ ระหว่างที่รอก๋วยเตี๋ยวเรือมาเสริฟนั้น ก็ยังมีรถเข้ามาจอดเพื่อกินก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด อยู่เรื่อย ๆ แม้ว่าจะบ่ายสามโมงแล้วก็ตาม และถ้าสังเกตุจำนวนโต๊ะในร้านก็มีไม่น้อย อีกยังจำนวนของพนักงานเสริฟ ก็มีมากด้วยเช่นกัน แสดงว่า ร้านนี้น่าจะมีลูกค้ามากินเยอะในช่วงเที่ยง และด้วยเหตุผลแวดล้อมมากมายทำให้เชื่อว่าร้านนี้ก็คงจะทำก๋วยเตี๋ยวอร่อยซะด้วย และแล้ว เราก็ได้เห็นหน้าตาของก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสดรสไท เหมือนในรูปข้างล่างนี่เลย :-)

เส้นเล็กน้ำตกหมู  ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด

หิวจนมือไม้สั่น ถ่ายรูปอาจไม่ค่อยชัด แต่ว่า หน้าตาดี ปริมาณไม่น้อยเลยหละ สำหรับราคา 15 บาทในยุคปัจจุบัน ( ปี 2556 ) ชิ้นหมูงี้หนาและใหญ่ มีหลายชิ้นด้วยแหละ กลิ่นก็หอมดีนะ หลังจากพิจารณาได้แป๊บนึงก็ลงมือกินในบัดดล
อืมมมมมม……… ต้องบอกว่า รสชาติก่อนปรุงค่อนข้างหวานมัน แกมเผ็ดนิด ๆ แต่เนื่องจากเป็นคนไม่ค่อยกินก๋วยเตี๋ยวรสหวาน จึงต้องปรุงรสด้วยน้ำปลาเล็กน้อย หลังจากนั้นรสชาติอร่อยเลย เส้นก็นุ่มเหนียวดี สำหรับผักที่จะใส่เพิ่มพวก ถั่วงอกดิบ ใบโหระพา ก็ไปหยิบเอาตามอัธยาศัย และนี่ก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด เอ่….แต่ว่า ไม่เห็นมีกะทิสดอยู่ตรงไหนเลย หรือว่า เราสั่งผิด เพราะเราบอกเขาว่า เอาเส้นเล็กทุกอย่างน้ำตกหมู ไม่ได้บอกว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสดเส้นเล็กทุกอย่างน้ำตกหมู เฮ้อ……….สงสัยมาบ่ายแก่ ๆ ของคงหมดมั้ง ก็ไม่เป็นไร งั้นเราสั่งเพิ่มอีกชามเป็น เส้นเล็กต้มยำหมู ก็แล้วกัน กินเสร็จจะได้กลับบ้าน เอาไว้รอบหน้าถ้ามีโอกาสจะมีกินใหม่ สักพักนึงเขามาเสริฟ ตามรูปที่เห็นนี่ละจ๊ะ

เส้นเล็กต้มยำหมู  ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด

ชามนี้ใหญ่กว่าเมื่อกี้ เพราะว่าถ้าสั่งแบบต้มยำ ราคาจะเป็น 25 บาทต่อชาม ซึ่งขนาดของชามมันก็ใหญ่กว่าเมื่อกี้จริง ๆ ปริมาณก็มากกว่า เห็นปะมีถั่วป่นโรยมาด้วย รสชาติก็สไตล์เหมือนที่เล่าไปด้านบนนั่นแหละ แต่ถ้าว่าไปโดยรวม ๆ แล้ว ถือว่าอร่อยชนิดกลับมากินอีกแน่นอน :-)
พอถึงเวลาเก็บตัง เขามาแจ้งราคาทั้งโต๊ะ เราก็เตรียมตัวจ่ายไป แต่ก็ไม่วายขอถามหน่อยเถอะว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด นั้น เขาใส่กะทิตรงไหน คนขายเขาก็ยิ้ม ๆ แล้วก็บอกว่า เขาใส่หัวกะทิสดผสมลงไปในน้ำก๋วยเตี๋ยวในหม้อเลย ไม่ได้มาเติมในถ้วย แล้วเราก็ถึงบางอ้อ…..สรุปว่า รสชาติหวานมันในน้ำก๋วยเตี๋ยวที่เราชิมตั้งแต่ถ้วยแรก มันก็คือ ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด นั่นเอง งั้นเราก็ไม่เสียเที่ยวได้กินก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด แล้ว

ว่าแต่ว่าคราวหน้าถ้ากลับมากินร้านก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสดรสไท อยู่ตรงไหนนี่ เพราะว่าตอนจอดรถไม่ได้สังเกตุอะไรเลย เห็นแต่ป้ายใหญ่ ๆสีแดง ๆ งั้นมองซ้ายมองขวา อ๋อ เห็นแล้ว ร้านนี้อยู่หน้าปากทางเข้า วัดบ้านแจ้ง ติดกับ ใกล้ ๆ ร้านเฟอร์นิเจอร์ไม้สัก หรือว่า ถ้าหากันใน กูเกิ้ลแมป พิกัด ก็ประมาณ 14.491419,100.526043 คราวหน้าก็คงไม่หลง

ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด

ต้องบอกว่า การที่ได้มีโอกาสมีชิมก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสดก็เพราะว่าป้ายเชิญชวนที่รู้สึกว่าชื่อแปลก ก็เลยอยากลองกินดูบ้าง แต่สิ่งหนึ่งที่ยังคงผลพวงความต่อเนื่องของก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด ก็คือ มันมีหลายจ้าว หลายชื่อ หลายสาขา บ้างก็ว่า เจ้าแรก เจ้าเดียว ไม่มีสาขา บ้างก็ว่า สาขา 2 สรุปว่า นี่คือ ความอร่อยของก๋วยเตี๋ยวเรือที่อยู่กับคนไทยมานาน ย่อมมีวิวัฒนาการแตกหน่อ ก่อเกิดสูตรใหม่ หลายสาขา เป็นอันว่า ก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสด นี่อร่อยแปลกดี ถ้ามีโอกาสไปลิ้มชิมรสอะไรอร่อย ๆ จะมาเล่าให้ฟังกันอีกก็แล้วกัน ทริปนี้ไม่ได้มากับแม่แต่โอกาสหน้าต้องพาแม่มากินก๋วยเตี๋ยวเรือกะทิสดแน่นอน :-)

พาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค 8 ไหว้พระใหญ่บนเขานาคเกิด

มาเล่าต่อจากจากบทความที่แล้วอีกสักนิดก่อนจะกลับมากรุงเทพ พาแม่เที่ยวบทความที่แล้วเล่าถึงไปไหว้พระผุดที่วัดพระทอง แล้วก็แวะไปน้ำตกโตนไทร น้ำตกที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติของขุนเขาแห่งหนึ่งในเกาะภูเก็ต ก็อย่างว่าแหละเวลายังเหลือ ก็เลยขับรถต่อตั้งใจว่าจะไปไหว้พระใหญ่ที่เขานาคเกิด ครั้งก่อนเคยมาครั้งหนึ่งแล้ว ก็ยังก่อสร้างกันอยู่ คราวนี้มาก็ใกล้จะเสร็จเต็มที่แล้วหละ ต้องบอกว่า จากน้ำตกโตนไทรไปเขานาคเกิดนั้น ก็ต้องขับเลยตัวเมืองไปอีกนิดนึงไปทางด้านท้ายเกาะ แต่ก็ไม่สุดเกาะหรอกนะ นิดนึงแต่ก็ เลยวัดสีลสุภารามไปนิดหน่อย จะเห็นป้ายบอกทางเข้าขึ้นไปไหว้พระใหญ่ พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในเกาะภูเก็ต หรือ พวกฝรั่งเขาเรียกว่า Big  Buddha Phuket นั่นแหละ

พระใหญ่หรือ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี

เราก็ขับรถไปตามทางผ่านบ้านชาวบ้านไปเลย ๆ ไม่นานก็เริ่มขับรถขึ้นเขา ต้องบอกว่าไม่ค่อยมีโอกาสจะได้ขับรถขึ้นเขาสักเท่าไหร่ ก็ตื่นเต้นดีเหมือนกัน แต่ทางก็ไม่ได้คดเคี้ยวหวาดเสียวอะไรมากนัก ค่อย ๆ ขับใจเย็น ๆ บางช่วงอาจจะมีชันบ้าง  โค้งบ้างแต่ก็ขับไปได้  มีที่พักรถสำหรับกินกาแฟเหมือนกัน แต่เราก็ไม่ได้พักหรอก อยากขึ้นไปไหว้พระมากกว่า ขับไปสักพัก ก็ถึงลานจอดรถที่อยู่ด้านหลังองค์พระ ที่จอดรถสะดวก สบาย กว้างขวางจอดง่ายดี  และแล้วเราก็มาถึงยอดเขานาคเกิดในที่สุด มาไหว้พระใหญ่อีกครั้ง รู้สึกปิติจริง ๆ

welcome to big budha phuket

พระใหญ่หรือ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปแบบร่วมสมัย สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับผิวด้วยหินอ่อนหยกขาว “สุริยกันต”(สุริยกันตะ) จากพม่า เฉพาะน้ำหนักของหินอ่อนหยกขาวประมาณ  135 ตัน หรือถ้าคิดเป็นพื้นที่ก็ประมาณ 2500 ตารางเมตร ประดิษฐาน ณ บนยอดเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต


พอมาถึงเราก็พาแม่ค่อย ๆ ขึ้นบันไดไป ก็หลายขั้นอยู่นะ แต่ก็ขึ้นไปที่ละนิด พักบ่อย ๆ เพราะว่าคนแก่ขึ้นทีเดียวคงไม่ไหว พักชมวิวไปเรื่อย ๆ สังเกตุได้ว่า จะมีระฆังใบเล็ก ๆ แขวนอยู่ทำให้ได้ยินเสียงระฆัง ดังอยู่เป็นระยะ ๆ  ค่อย ๆ ขึ้นบันไดมาไม่นานก็ขึ้นมาถึงองค์พระใหญ่ ก็ไปไหว้องค์พระ อธิษฐานขอพรให้เป็นสิริมงคลกับตนและครอบครัวตอนที่มานั้น สำหรับส่วนขององค์พระด้านนอกใกล้จะเสร็จแล้วหละ แต่ด้านในยังคงต้องประดับตกแต่ง ทำอีกสักพักหนึ่ง  เราก็ร่วมทำบุญสร้างพระใหญ่ไปด้วย เพื่อบำรุงในพระพุทธศาสนาให้สืบทอดต่อไป

ชมวิวทะเลภูเก็ตบนเขานาคเกิด

พอเสร็จก็ลงมาได้ยินเสียงเหมือนฆ้องใบโต ๆ ดังกังวาล มองมาไกล ๆ เห็นฝรั่งกำลังลูบฆ้องให้เกิดเสียง ( แหมเสียดาย ๆ ไม่ได้ถ่ายคลิปมาให้ดู ) เคยได้ยินมานานแล้วว่า มีการอธิษฐานเสี่ยงทาย หากสิ่งที่ขอเป็นจริง เมื่อลูบฆ้องก็ขอให้ดัง …..เพิ่งวันนี้ละน้า เห็นฝรั่งเอากับเขาบ้าง พอเราเดินมาถึง ฝรั่งก็เลิกซะแล้ว แหม เสียดายจัง …..

พอเดินมาแป๊ปหนึ่งก็เห็น คุณ สุพร ท่านเป็นประธานในการสร้างพระใหญ่ที่นี่ ก็เลยถือโอกาสสวัสดีท่านในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสและก็เป็นประธานดำเนินการก่อสร้างด้วย ที่ทราบว่าท่านเป็นประธานสร้างพระใหญ่เพราะว่าครั้งก่อนหน้านี้ เคยเห็นท่านมาแล้วครั้งหนึ่ง เดินทักทายผู้ที่เข้ามากราบไหว้พระใหญ่ ทั้งไทย ทั้งต่างประเทศ พอกลับไปก็ไปดูเว็บของที่นี่ ก็เลยทราบว่าท่านคือ คุณสุพร วนิชกุล ประธานดำเนินการก่อสร้างพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ที่นี่เอง ท่านยินดีที่เราได้พาแม่มาเที่ยวภูเก็ต และได้มีโอกาสมานมัสการพระ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี  ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีที่บรรดาลูก ๆ ควรจะพาพ่อแม่มาเที่ยวไหว้พระ ทำบุญกันบ้าง นอกจากนั้นท่านได้กรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการก่อสร้างพระใหญ่ที่เขานาคเกิด  และ ท่านยังชี้ให้เห็นถึงก้อนหินก้อนบะเริ่มตรงนั้นว่า นั่นแหละ ก้อนหินอ่อนหยกขาว ที่ได้มาจากพม่า ให้ลองเข้าไปดูใกล้ ๆ ซิ จะเห็นว่า มีผลึกใส กระจายอยู่ทั่วทั้งก้อน และก้อนหินอ่อนหยกขาวนี่แหละ ที่นำมาสร้างประดับองค์พระใหญ่ที่เราสักการะบูชา  ลองคิดดูเล่น ๆ ซิว่า ขนาดพวกเราขับรถเล็ก ๆ ขึ้นเขามายังต้องพยายามขับขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง แล้วรถใหญ่ ๆ ที่เขาบรรทุกก้อนหินอ่อนหยกขาวนี้มาหละ ต้องพยายามกันสักขนาดไหน  งานนี้ต้องบอกว่า เก่งมั๊กมาก 

เชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างพระพุทธรูปหยกขาว  สุริยกันต - หินอ่อนหยกขาว

ก็ได้เวลาเย็นเต็มทีก็เลยขอตัวกลับเข้าเมือง ทำบุญก็อิ่มใจ ต่อไปก็ต้องหาอะไรกินให้อิ่มท้อง แต่วันนี้ไม่รู้จะกินอะไร ขี้เกียจขับเข้าไปตลาดโต้รุ่งแล้ว  นึกได้ เคยอ่านเจอหมี่น้ำกุ้งอ่าวเก แถวถนนพูนผล ซอย 7 ก็มันเป็นทางผ่านก่อนเข้าโรงแรม งั้นแวะกินก่อนก็แล้วกัน วันเหนื่อยมากแล้ว ว่าแล้วไม่รอช้า พอถึงร้านสั่งบะหมี่น้ำกุ้งมากินก่อนเลย  ๆ ดูหน้าตาน่ากินมาก เข้าใจทำนะ เอากุ้งมาผ่าซีกกระตุ้นต่อมหิวได้ดีเลยหละว่าแล้วซดน้ำซุปก่อนเลย รสชาติดี ไม่รู้ว่าหิว หรือว่ายังไง นะ แต่ต้องบอกว่า ก่วยเตี๋ยวที่นี่อร่อยจริง :-)

หมี่น้ำกุ้งอ่าวเก ภูเก็ต

รุ่งเช้าก็เตรียมตัวตัวกลับกรุงเทพ ตั้งใจว่าจะแวะซื้อของฝาก โดยเริ่มจากไปตลาดสดเกษตรหาซื้อกะปิ ปลาเค็ม เครื่องแกงสด ใบเหลียง ลูกเนียง สาระพัดของอร่อยที่จะนำไปประกอบอาหารที่บ้านเรา ก่อนกลับไปแพ็คกระเป๋าขอแวะไปกินของหวานเก่าแก่ของเมืองภูเก็ต นั่นก็คือ โอเอ๋ว หรือ เรียกออกเสียงหนัก ๆ ว่า โอ๊ะเอ๋ว ที่มีลักษณะคล้าย ๆ วุ้น

หน้าตาของโอ๊ะเอ๋ว

แต่ก็แปลกนะ ที่โอเอ๋ว กลับไม่มีส่วนผสมของผงวุ้นเลย เพราะว่า ที่จริงแล้ว โอเอ๋ว ที่เป็นวุ้นนั้นมาจากเมล็ดโอเอ๋ว ที่คล้าย ๆ เม็ดแมงลัก เมื่อแช่น้ำแล้ว จะได้เมือกของเมล็ดมาผสมกับเมือกของกล้วยน้ำว้า จากนั้นเติมเจี่ยกอ เพื่อให้จับตัวเป็นก้อนใส ๆ คล้ายวุ้น กินแก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ก็เลยได้รับความนิยมนำมาเป็นของหวาน ใส่น้ำแข็ง ผสมน้ำหวาน ทั้งน้ำแดง น้ำกุหลาบ ซาสี่ เพิ่มความแปลกใหม่ แถมมีการเพิ่มกล้วยอีกนะ แหมทำแบบ บานาน่าสปริต เชียวเลยหละ 😀

โอเอ๋วน้ำแดง   เมนูหลากหลายของโอ๊ะเอ๋ว

พาแม่ไปกินของหวานแล้วก็กลับมาแพ็คกระเป๋ากันที่โรงแรม  เผื่อที่ว่างไว้สักหน่อยเพราะว่า มีโปรแกรมจะไปซื้อของฝากที่ร้านแม่จู้ อีกสักนิด ก็ซื้อพวกเต้าซ้อ น้ำพริกแกงไตปลา น้ำพริกกุ้งเสียบ และของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ  แต่ก็ต้องคอยระวังเรื่องน้ำหนักกระเป๋าเพราะว่าเรามาด้วยแอร์เอเชีย ซื้อน้ำหนักกระเป๋าไว้แค่ 30 กิโลเอง  พอออกมา      บ๊ะ ……!!!!!!     เจอแล้ว หามานาน  ผลไม้ที่แสวงหาเสมอยามลงใต้ นั่นคือ จำปาดะ  หรือที่บางคน เรียกว่า จำปา

จำปาดะ

รูปร่างคล้ายขนุน  แต่เปลือกบางกว่า เนื้อของจำปาดะ จะบางกว่าขนุน ทำให้ส่วนมากมักจะมีลูกเล็ก แต่กลิ่นนี่ช่างหอมหวลชวนเวียนหัว หากสูดดมมากเกินไป  หรือที่ชาวเมืองเหล่าผู้ดีเขาว่า กลิ่นแรงมาก  แต่สำหรับเรานั้น กลิ่นหอมอร่อย ชวนรับประทานยิ่งนัก ทั้งแบบชุบแป้งทอด หรือกินกันสด ๆ  แบบว่า หายากมากสำหรับเมืองกรุงเทพ คราวก่อนเราก็ไม่รู้นะว่า จำปาดะ เป็นสิ่งของต้องห้าม ห้ามนำขึ้นเครื่อง เพราะเขาเกรงว่า กลิ่นของมันจะตลบอบอวนไปทั่วเครื่อง  ไอ้เรารึก็ห่อหนังสือพิมพ์ รัดด้วยถึงพลาสติกอย่างดี แพ็คลงกระเป๋า พอผ่านเครื่องเอ็กซ์เรย์เท่านั้นแหละ  เจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่า พี่ ๆ  เขาไม่ให้เอาจำปา ขึ้นเครื่องนะ มันเหม็น  เราก็เลย ยกจำปาดะนั้น ให้เจ้าหน้าที่ไปอย่างเสียดายอย่างสุดซึ้ง  ได้แต่คิดว่า สักวัน ฉันจะกลับมากินจำปาดะที่นี่ให้ได้  และแล้ว วันนั้นก็มาถึง วันนี้มีทั้งจำปาดะสด กับ จำปาดะทอด งั้นวันนี้ขอกินจำปาดะทอดไปก่อน อันแบบสด ๆ นั้นไว้คราวหน้า  ยังไงก็ไม่รอช้า ซื้อไปกิน 6 เม็ด เอาให้มันหายอยากไปเลย จะว่าไป 6 เม็ด ก็ 40 บาทแล้วนะเนี่ยะ   เอาวะ กินก่อนขึ้นเครื่อง มันคงเอ็กซ์เรย์ ไม่เห็นเป็นจำปาดะ แล้วะหละ ขากลับเราก็กลับด้วยแอร์เอเชียเหมือนเดิม แบบว่า น้ำหนักกระเป๋าเป๊ะเลย สรุปว่า ทริปนี้ชื่นมื่น อิ่มบุญ อิ่มท้อง และมีของฝาก 😀

พาแม่เที่ยวภูเก็ตคราวนี้ก็สนุกดี เล่ายาวไปนิด เพราะไม่ค่อยมีเวลามาอัพเดทซักเท่าไหร่ แต่คราวหน้ามีโครงการแล้วหละว่า จะไปเที่ยวทางอิสาน  บทความถัดไปจะมาเล่าให้ฟัง

 

พาแม่เทียวภูเก็ต ภาค 7 ไหว้พระวัดพระทอง

หายหน้าหายตากันไปนานด้วยสารพัดภาระกิจ ก่อนหน้านี้ก็เล่าบางเรื่องคั่นเวลาไปก่อน เพราะยังไม่ค่อยมีเวลามาเล่าเรื่องเที่ยวภูเก็ตให้ครบทุกภาระกิจ เอาเป็นว่าขอเล่าต่อจากที่ได้ขับรถเลาะเกาะภูเก็ต ดูฝรั่งอาบแดด แถวหาดกะตะ กะรน วิ่งกันยาวผ่านหาดป่าตอง แล้วก็เลือกที่จะไปทางหาดกมลาดู เพราะว่าคราวก่อนยังไม่ขับผ่านมาด้านนี้เลย ก็ขับเลาะไปตามถนนขึ้นเขาบ้าง เลาะหาดบ้าง ขับผ่านภูเก็ตแฟนตาซี อ่อ มีแวะซื้อสะตอจากร้านข้างทางด้วย พอดีมีพ่อค้าเอาสะตอมาแขวนขาย แหมก็ราคาสะตอฝักที่กรุงเทพนั้นแพงเหลือหลาย และเมื่อตอนนี้มาถึงถิ่นจะไม่ซื้อก็กระไร อ๊ะงั้นคุณแม่เราก็เลยขอเหมาหมดราวที่แขวนก็ได้ไปประมาณเกือบสามสิบฝัก ใช่แล้วไม่ผิดหรือหรอก 30 ฝักจริงๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้างคละ ๆ กันไปก็ไม่กี่ร้อยบาท ถือว่าเป็นการอุดหนุนชาวสวน เงินทองสะพัดบนประเทศไทย ดีใจจริงๆ ……..อุ้ย โม้มาตั้งนาน ยังไม่ไปไหนเลย ก็ขับไปตามทางเรื่อย ๆ เอาละหว่า ถ้าจะหลงทางอีกแล้ว จะไปที่หัวเกาะไปยังไงกันน้า เพราะว่าขับ ๆ ไป มันก็เป็นเขา เป็นทะเล บ้างก็เป็นชุมชน พอเห็นป้าย ทางไปอนุเสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีย์ ฯ ไม่หลงแล้ว ขับตรงไปเรื่อย ๆ สักพักก็มาเข้าวงเวียนจนได้ ก็เลยมุ่งหน้าย้อนขึ้นไปทางหัวเกาะ เพราะว่าจุดหมายคือ วัดพระทอง นั่นเอง  :-)

วัดพระทอง หรือวัดพระผุด จังหวัด ภูเก็ต

วัดพระทอมีป้ายบอกทางอยู่ไม่ต้องกลัวหลง ขับเข้าซอยไปนิดเดียวก็มาถึงแล้ว พอถึงปุ๊บก็ลงไปไหว้พระกันปั๊บ ไหว้พระ และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธ์ในวัดกันก่อน เมื่อเข้ามาในวิหารจะเห็นองค์พระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่เพียงครึ่งองค์ประดิษฐานอยู่เหนือจากพื้นวิหาร และจะเห็นพระพุทธรูปองค์เล็กเพียงครึ่งองค์เช่นกันแต่อยู่บนบุษบกซึ่งเราสามารถปิดทองได้

ไหว้พระวัดพระทอง หรือวัดพระผุด จังหวัด ภูเก็ต


วัดพระทอง หรือวัดพระผุดนั้น เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เมื่อมาภูเก็ตแล้วควรจะมานมัสการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ และอีกประการหนึ่ง ที่นี่ถือว่าเป็น unseen Thailand ของภูเก็ต สาเหตุก็เพราะว่า ที่วัดพระทอง นี้ เป็นที่สถานที่ประดิษฐานขององค์พระพุทธรูปทองคำซึ่งเป็นพระประธานที่มีเพียงครึ่งองค์ที่โผล่ขึ้นมาเพียงพระเกตุมาลา ( ลักษณะของเศียรขององค์พระพุทธรูป ) จากพื้นดินประมาณ 1 ศอก ( ประมาณครึ่ง เมตร หรือ 50 เซ็นติเมตร) ซึ่งดูเหมือนกับองค์พระท่านผุดขึ้นมาจากพื้น ทำให้ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า วัดพระผุด ซึ่งประวัติความเป็นมานั้น ก็มีเล่าขานกันมาหลายอย่าง เช่น นิทานพื้นบ้านกล่าวไว้ว่า มีเด็กน้อยนำควายไปผูกไว้กับหลัก พอกลับไปบ้านเด็กและควายนั้นก็ตายโดยไม่รู้สาเหตุ และพ่อของเด็กนั้นฝันว่าลูกชายได้นำควายไปผูกไว้กับพระเกตุมาลาก่อนจะเสียชีวิต วันรุ่งขึ้นก็เลยไปดูจึงรู้ว่าเป็นพระพุทธรูป แต่ก็ขุดได้เพียงครึ่งองค์เท่านั้นและไม่สามารถขุดองค์พระท่านขึ้นมาได้ พอถึงช่วงสงครามที่พม่ายกทัพมาตีเมืองถลาง ทหารพม่าก็ไม่สามารถมาขุดองค์พระได้อีกเพราะว่าเจอตัวต่อตัวแตนจำนวนมากมายมาไล่ตีไล่ต่อย ก็เลยต้องล่าถอยไป และเมื่อวันเวลาผ่านไป ก็มีพระธุดงค์มาปักกลด และพบว่าพระผุดนั้นเป็นพระทองคำจึงได้สร้างโบสถ์ขึ้นคลุมพระผุดและอัญเชิญเป็นพระประธานในโบสถ์ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อของพี่น้องชาวจีนว่า พระผุดนั้นคือพระทองคำที่อัญเชิญมาจากเมืองจีน เรียกว่า “พู่ฮุก” เชื่อกันว่า สมัยธิเบตไปรุกรานเมืองจีนที่เซี่ยงไฮ้ ได้นำพระพุทธรูปทองคำ ชื่อ กิ้มมิ่นจ้อ ได้นำลงเรือมาแต่ถูกมรสุมจนเกยตื้นและมีคนมาพบพระพุทธรูปองค์นั้นโผล่จากดินเพียงพระเกตุมาลา จึงเป็นที่มาของความเชื่อนี้นี่เอง และในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 6 ได้พระราชทานนามวัดแห่งนี้ว่า วัดพระทอง และทางด้านหน้าประตูทางเข้าวิหารพระทอง ก็มีพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จวัดพระทอง เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2502 ทรงลงพระปรมาภิไธย ย่อ ภ.ป.ร. บนแผ่นหินไว้เป็นพระอนุสรณ์

พระปรมาภิไท หน้าวิหารพระวัดพระทอง หรือวัดพระผุด จังหวัด ภูเก็ต

แต่ว่าก่อนกลับสังเกตุเป็นมีป้ายอะไรสักอย่างที่พุ่มไม้ใหญ่ก็เลยเข้าไปดู อ๋อ ป้ายเข้าบอกว่า ห้ามขีดเขียนบนลูกน้ำเต้าอินเดีย แสดงว่าก่อนหน้านี้มีพวกมือบอนแน่เลย แต่เราก็ได้ความรู้ว่า นี่แหละคือ ต้นน้ำเต้าอินเดีย และ นั่นคือ ลูกน้ำเต้าอินเดีย นั่นเอง

ต้นน้ำเต้าอินเดีย

ห้ามขีดเขียนบนลูกน้ำเต้าอินเดีย ลูกน้ำเต้าอินเดีย

ที่วัดพระทองนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอยู่ทางด้านหน้าอีกด้วย แต่เราไม่ได้แวะ เพราะว่าจะไปเที่ยวน้ำตกที่อุทยานแห่งชาติเขาพระแทว จริง ๆ นะ ภูเก็ตก็มีน้ำตก ไม่ใช่แค่มีหาดทรายสวยงาม สำหรับน้ำตกที่พูดถึงอยู่ห่างจากวัดพระทอง นิดเดียวเอง ขับรถออกถนนใหญ่มานิดเดียวก็มีป้ายบอกทางไปน้ำตกโตนไทร น้ำตกแห่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต งั้นเราเข้าไปดูกันดีกว่า

ถึงแล้วอุทยานแห่งชาติเขาพระแทว ผืนป่าที่สมบูรณ์มากในเกาะภูเก็ตก็เลยขอถ่ายภาพป้ายเขาพระแทวมาเป็นข้อมูลสักหน่อยข้อความอาจจะมีเลือนไปบ้าง งั้นขออนุญาตินำข้อความในป้ายมาให้พวกเราอ่านกันอีกที

เมื่อปี พ.ศ. 2520 รัฐบาลได้ประกาศให้พื้นที่เขาพระเเทวเป็นเขตอนุรักษ์โดยครอบคลุมพื้นที่ 13,925 ไร่ หรือ 22.28 ตารางกิโลเมตร พื้นที่บริเวณนี้เป็นป่าดิบชิ้นอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธ์ไม้นานาชนิด โดยเฉพาะมีการค้นพบพันธ์ปาล์มที่หายากชนิดหนึ่งเรียกว่า “ปาล์มเจ้าเมืองถลาง” หรือ ” ปาล์มหลังขาว ” ( Kerriodoxa elegans ) และยังมีสัตว์ป่าอีกหลายชนิด อาทิ ชะนี ค่าง ลิง เก้ง กวาง หมูป่า กระจง กระรอก และนกนานาชนิด เป็นต้น ด้วยเหตุที่เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์และผืนใหญ่ที่สุดของเกาะภูเก็ตจึงมีความสำคัญในฐานะที่เป็นต้นน้ำที่สำคัญ อาทิ น้ำตกโตนไทร ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก และน้ำตกบางแป ทางด้านตะวันออก นอกจากนี้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

เขาพระแทว

สังเกตุได้อย่างหนึ่ง มีผู้คนทะยอยเข้ามาที่น้ำตกโตนไทรเรื่อย ๆ บ้างก็ขี่มอเตอร์ไซด์ซ้อนท้ายกันมาเป็นกลุ่ม ๆ บ้างก็มาเป็นครอบครัวนั่งรถกะบะกันมา หอบอาหารมากินกันด้วย มาถึงจุดจอดรถ ก็พาแม่นั่งพักตรงเก้าอี้ม้าหินก่อน เอาเสบียงออกมานั่งกินแก้หิวกันก่อน นั่งเล่นสักพัก พอหายเหนื่อยก็จะไปดูน้ำตกกัน แต่แม่ไม่ได้เดินขึ้นไปนะ เพราะทางในเขาต้องขึ้น ๆ ลง ๆ พื้นไม่สม่ำเสมอกัน ให้แม่นั่งเล่นตรงนี้ไปก่อน เดี๋ยวเราเดินไปดูน้ำตกโตนไทรกัน

พอเริ่มเดินก็เป็นมีน้อง ๆ เดินสวนทางลงมาเห็นระยะ ก็ดีนะมาภูเก็ตเที่ยวน้ำตกในเขา เอ่ แต่ว่า ยังไม่เห็นน้ำตกเลย ก็เดินเข้าไปตามทางเรื่อย ๆ สังเกตุว่าต้นไม้ต้นใหญ่ๆ เต็มไปหมดเลย อากาศก็ไม่ร้อนนะ เพราะเมื่อวานฝนตก ดูเป็นป่าชุ่มชื้นดี เดินไปสักพักก็ได้ยินเสียงน้ำตก อะห้า……ใกล้ถึงน้ำตกแล้ว เดินขึ้นบันไดไปนิดนึง ก็เห็นน้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกเล็กๆ ไม่สูงมากนัก แต่มีน้ำไหลตลอดเวลา มองขึ้นไปข้างบนก็เป็นยังมีน้ำตกในชั้นถัดขึ้นไป แต่ก็ไม่ได้ขึ้นไปแล้วหละ เพื่อว่าเริ่มเมื่อยแล้ว ขอถ่ายรูป ถ่ายคลิปไว้ดูเป็นที่ระลึกก็แล้วกัน เสร็จแล้วก็เดินลงมา เตรียมไปกันต่อเพราะยังพอมีเวลา ยังไม่มืดเลย ตั้งใจว่าจะไปวัดพระใหญ่ที่เขานาคเกิด ไปต่อกันที่บทความหน้ากันเลย :-)

 

31 ถนนข้าวกับวันสงกรานต์

พรุ่งนี้ก็วันสงกรานต์แล้ว ถือว่าเป็นวันปีใหม่ของไทย ก็คงไปทำบุญ ไหว้พระ ขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่สามารถไปได้ในช่วงนี้ เนื่องจากคนเยอะมาก ไม่รู้ว่าจะที่ไหนกันดี ปีนี้ตั้งใจว่า จะพาแม่ไปไหว้พระรอบ ๆ กรุงเทพนี่แหละ คงไม่ได้ไปไกลมากนัก แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกทีก็แล้ววัน สำหรับวันนี้นึกถึงถนนข้าวต่าง ๆ ที่เคยรวบรวมไว้ เมื่อหลายปีก่อน วันนี้ขออนุญาติเพิ่มเติม จากบทความเดิม เย็นทั่วหล้ามหาสงกรานต์ บนถนนข้าวต่าง ๆ ทั่วไทยที่มี 18 ถนนข้าว ให้เป็น 31 ถนนข้าวทั่วไทยรับเทศกาลสงกรานต์ก็แล้วกัน

มาทบทวนกันลืมกันสักนิดว่า ถนนที่เคยเล่ามานั้นมีอะไรบ้าง มาเริ่มกันที่ ถนนข้าวสาร จังหวัดกรุงเทพ , ถนนข้าวเหนียว จังหวัดขอนแก่น ,ถนนข้าวปุ้น จังหวัดนครพนม ,ถนนข้าวก่ำ จังหวัดกาฬสินธุ์ ,ถนนข้าวเปียก จังหวัดอุดรธานี ,ถนนข้าวหอมมะลิ จังหวัดร้อยเอ็ด ,ถนนข้าวเม่า จังหวัดมหาสารคาม ,ถนนข้าวฮาง จังหวัดหนองบัวลำพู ,ถนนข้าวลอดช่อง จังหวัดยโสธร ,ถนนข้าวแดง จังหวัดขอนแก่น ,ถนนข้าวทิพย์ จังหวัดจันทบุรี ,ถนนข้าวหลาม จังหวัดชลบุรี ,ถนนข้าวแต๋น จังหวัดน่าน  ,ถนนข้าวยำ จังหวัดปัตตานี ,ถนนข้าวสุก จังหวัดอ่างทอง ,ถนนข้าวเปลือก จังหวัดกาญจนบุรี ,ถนนข้าวแช่ จังหวัดปทุมธานี ,ถนนข้าวหมูแดง อยู่จังหวัด นครปฐม

งั้นเราก็มารู้จักเพิ่มเติมกันต่อโดยเริ่มที่

ถนนข้าวหมาก จังหวัดนราธิวาส อันนี้ใหม่ๆ เลย เมื่อเทศมนตรีเมืองสุไหงโกลก ตั้งชื่อซอยภูธร ถนนเจริญเขต ว่า “ถนนข้าวหมาก” รับเทศกาลสงกรานต์ จะได้อินเทรนแบบถนนข้าวสารในกรุงเทพ โดยปิดซอยให้เล่นน้ำกันให้สนุก และเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ส่งเสริมให้มีการท่องเที่ยว ทำบุญตักบาตร และชมการละเล่น ส่งเสริมเทศกาลสงกรานต์

ถนนข้าวสวย จังหวัด ตราด ฟังชื่อก็น่ากินซะแล้ว อันนี้ ต้องบอกว่า ถนนข้าวสวย เป็นถนนที่ได้บความร่วมมือจากร้านค้าบริเวณตลาดสดเทศบาลเมืองตราด บนถนนสุขุมวิท ตั้งแต่ช่วงแยกถนนหลักเมืองตราด ถึงแยกโรงพยาบาลตราด ( ถนนสุขุมวิทสามแยกคลองใหญ่สามแยกตราดอินน์) ซึ่งเป็นพื้นที่ในการจัดกิจกรรมพื้นที่เล่นน้ำกันให้สนุกสนานเต็มที่ และที่สำคัญ เขาเน้นว่า ต้องปลอดเหล้าด้วยนะจ๊ะ

ถนนข้าวต้ม จังหวัด นครนายก ก็คือถนนสุวรรณศร โดยพื้นที่ที่เล่นน้ำนั้นทางจังหวัดเขาก็รณณรงค์ให้เล่นสงกรานต์ปลอดเหล้าเช่นกัน สนุกสุขใจ ไร้แอลกอฮอล์ ถ้ามีเวลาเหลือ ก็อย่าลืมแวะไปไหว้หลวงพ่อปากแดงขอโชคลาภด้วยนะ


ถนนข้าวแคบ จังหวัด ตาก ตั้งอยู่บริเวณหาดทรายทอง ริมแม่น้ำปิงฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นหาดทรายน้ำจืดในแม่น้ำปิง โดยจัดกันที่บริเวณบริเวณลานเอนกประสงค์ริมแม่น้ำปิง ฝั่งตะวันออก เชิงสะพานอำเภอบ้านตาก จังหวัดตาก และบริเวณถนนข้าวแคบ ถนนริมปิง ตั้งแต่เชิงสะพานอำเภอบ้านตาก – ท่าน้ำสุขาภิบาล (เก่า) โดยจัดให้มีกิจกรรมรดน้ำดำหัวตามประเพณีสงกรานต์ของไทย เอ่…..ว่าแต่ ข้าวแคบ เนียะ คืออะไร รู้หรือเปล่า ??? ข้าวแคบ ก็คิอ ข้าวเกรียบเค็ม ๆ ที่ทำจากแป้งข้าวเจ้า หรือ แป้งข้าวเหนียว เป็นแผ่นตากแห้ง ที่คนเหนือ เขามักจะกินเป็นยำกับเมี่ยง น่าหม่ำ ดีเหมือนกันเน๊อะ

ถนนยอดข้าว อ. แม่สอด จังหวัดตาก ใช่แล้ว อ่านไม่ผิดหรอกถนนยอดข้าว เขตเทศบาลนครแม่สอด เพื่อไม่ให้ตกเทรน เทศกาลสงกรานต์ เทศบาลอำเภอแม่สอด ก็มีพื้นที่สำหรับจัดงานสงกรานต์เช่นกัน โดยใช้ชื่อ ถนนยอดข้าว บริเวณเส้นทางบายพาส เป็นถนนสายเศรษฐกิจบันเทิงและร้านอาหารที่สำคัญของนครแม่สอดในด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงธุรกิจ คาดว่าน่าจะมีขาวพม่าจำนวนไม่น้อยมาร่วมกิจกรรมดังกล่าว ก็ยิ่งทำให้ถนนยอดข้าวเป็นแหล่งรวมความสนุกสนานในเทศกาลสงกรานต์ที่คักคักไม่แพ้ที่อื่นเลย

ถนนข้าวเย็น จังหวัดศรีสะเกษ บริเวณเทศบาลเมืองศรีสะเกษ เพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ดังเช่นหลาย ๆ จังหวัด ดังนั้น ทางจังหวัดศรีสะเกษ จึงกำหนดให้บริเวณถนนขุขันธ์ จากบริเวณสำนักงานเทศบาลเมืองศรีสะเกษถึงสี่แยกถนนวันลูกเสือ โดยจะมีการปิดไม่ให้รถทุกชนิดวิ่งสัญจรเข้ามาภายในบริเวณนี้ และจะไม่ให้ประชาชนชาว จ.ศรีสะเกษ รวมทั้งนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาเล่นน้ำสงกรานต์ในถนนเข้าเย็นนี้กันให้เต็มที่

ถนนข้าวสังข์หยด ฟังจากชื่อถนนก็ต้องรู้ทันทีว่า ต้องเป็นจังหวัดพัทลุง ซึ่งข้าวสังข์หยด เป็นข้าวพันธ์พื้นเมืองที่มีชื่อเสียงของพัทลุง แต่พยายามหาข้อมูลเหมือนกันนะว่า ถนนสังข์หยดนี่ เขาจัดกันที่ไหน แต่ถ้าให้เดา คาดว่า น่าจะเป็นถนนในตัวเมือง หรือไม่ก็เป็นถนนที่ไปสูหาดแสนสุขลำป่า ซึ่งทางจังหวัดพัทลุง จัดให้มีการเล่นสงกรานต์ รดน้ำดำหัวตามประเพณีสงกรานต์

ถนนข้าวขนมเส้น จังหวัดแพร่ ไม่แน่เหมือนกันว่าเขาจัดกันที่ตรงไหน แต่ปกติแล้ว จังหวัดแพร่จะจัดงานสงกรานต์ที่ จัดงานบริเวณศูนย์หัตถกรรมเวียงโกศัย อำเภอเมือง จ.แพร่ ซึ่งจะมีเอกลักษณ์พิเศษตรงที่จะมีการแต่งกายด้วยชุดม่อฮ่อมล้อมวงกินขันโตกและเล่นสงกรานต์กัน น่าม่วนแต้ ๆ

ถนนข้าวปุก จังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดที่อำเภอปาย บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอปาย ซึ่งข้าวปุกนั้น เป็นขนมพื้นบ้านของชาวไทยใหญ่ บางคนก็เรียกว่า ข้าวปุกงาดำ สำหรับที่ถนนข้าวปุก นี้ก็มีกิจกรรมรื่นเริงในเทศกาลสงกรานต์ เพืยงแต่บรรยากาศเก่า ๆ แบบพื้นเมืองอาจจะลดลงไปบ้าง เพราะความเจริญทางวัตถุเข้าสู่ปายอย่างรวดเร็ว แต่ยังไงก็ตาม สงกรานต์ก็ยังเป็นประเพณีของไทยที่ไม่หายไปจากสังคมไทยแน่นอน

ถนนข้าวโพด จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นถนนเล่นน้ำสงกรานต์ตั้งแต่สี่แยกไร่ยาสูบ ถนนบูรกรรมโกวิทไปจนสุดเขตเทศบาลเมืองเพชรบูรณ์ อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์ สาเหตุที่เพชรบูรณ์ตั้งชื่อถนนรับเทศกาลสงกรานต์ว่า ถนนข้าวโพด ก็เพราะว่า “ข้าวโพดเป็นพืชเศรษฐกิจที่ทำรายได้อันดับ 1 ของจังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ปลูกข้าวโพดมากที่สุดในประเทศไทย

ถนนข้าวโพด จังหวัด ชัยนาท ประเพณีสงกรานต์ถนนข้าวโพด จัดโดยเทศบาลตำบลบ้านกล้วย ซึ่งถนนข้าวโพดมีระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร อยู่ที่ ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท เป็นถนนเรียบ ริมฝั่ง แม่น้ำเจ้าพระยา ในแต่ละปี ในเทศกาลสงกรานต์ จะมีผู้คนจากต่างจังหวัดเป็นจำนวนมากเดินทางมาเล่นสงกรานต์บริเวณนี้

ถนนข้าวโพด จังหวัด นครราชสีมา จัดโดยเทศบาลเมืองปากช่อง โดยเริ่มต้นที่หน้าสวนสาธารณะเขาแคนในเขตเทศบาล ปิดถนนคู่ขนานยาวกว่า 1 กม. เพื่อจัดงานสงกรานต์ชื่อว่า ถนนข้าวโพดทำให้ถนนตลอดทั้งสายเต็มไปด้วยประชาชนเข้ามาเล่นสาดน้ำสงกรานต์

สังเกตุมั๊ยหละว่า ถนนข้าวโพดมีตั้ง 3 แห่งแน่ะ แสดงว่า ข้าวโพด เป็นสัญญาลักษณ์ที่โดดเด่นของพื้นที่นั้น ๆ ก่อนจะไปเที่ยวสงกรานต์แถมอีกสักนิด ไหน ๆ เราก็เล่าให้ฟังเรื่องถนนสายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดงานประเพณีสงกรานต์ นั่นก็คือ ถนนดอกไม้และสายน้ำ ที่บริเวณหน้าศาลหลักเมือง ทุ่งศรีเมือง จังหวัดอุบลราชธานี จัดโดยเทศบาลนครอุบลราชธานี ได้เตรียมการถนนดอกไม้และสายน้ำ ในงานประเพณีมหาสงกรานต์และเทศกาลอาหารไทยอินโดจีนถนนดอกไม้และสายน้ำ เป็นถนนที่ติด 1 ใน 6 ถนนที่หน้าเล่นน้ำสงกรานต์ของประเทศไทยเลยทีเดียว โดยถนนสายน้ำและดอกไม้เปิดขึ้นที่บริเวณสวนสาธารณะทุ่งศรีเมือง

ยังไงก็ขอให้เที่ยวงานสงกรานต์ให้มีความสุข สนุกและปลอดภัยทุก ๆ คนนะจ๊ะ :-)

 

 

 

  

ป้ายกำกับ
กุ้งเผาทองชุบ ค้างคาวแม่ไก่ ตลาดน้ำบางคล้า ตลาดร้อยปี ถนนข้าวก่ำ ถนนข้าวทิพย์ ถนนข้าวปุ้น ถนนข้าวยำ ถนนข้าวลอดช่อง ถนนข้าวสาร ถนนข้าวสุก ถนนข้าวหมูแดง ถนนข้าวหลาม ถนนข้าวหอมมะลิ ถนนข้าวฮาง ถนนข้าวเปลือก ถนนข้าวเปียก ถนนข้าวเม่า ถนนข้าวเหนียว ถนนข้าวแช่ ถนนข้าวแต๋น ปางนอนเสวยสุข พระพิฆเนศ พาแม่เที่ยว พาแม่เที่ยวภูเก็ต ริมน้ำบางปะกง ร้านอร่อย ลักยิ้ม วัดบางพลีใหญ่ วัดสมานรัตนาราม วัดโพธิ์บางคล้า สงกรานต์ สิงหาพาแม่เที่ยว เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวฉะเชิงเทรา เที่ยวภูเก็ต เที่ยวราชบุรี เที่ยววัด เที่ยวสบาย เที่ยวสระบุรี เที่ยวสิงห์บุรี เที่ยวไทย แนะนำร้านอร่อย ไหว้พระ 9 วัด ไหว้พระวัดไหนดี
ตุลาคม 2016
พฤ อา
« ส.ค.    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31  
Your IP Address is:

 






  • ลิ้งค์พันธมิตร


  • สารบัญเว็บไทย
  • software download
  • ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บฟรี เพิ่มเว็บไซต์ฟรี แลกลิงค์
  • ThaiAll
  • sawatdeekrab.com งานhandmade งานฝีมือ ขายงานฝีมือ ฝากขายงานฝีมือ

  • สถานที่ท่องเที่ยว

  • voucher ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ที่พัก ปาย หัวหิน น่าน เลย เชียงใหม่ บัตรลดราคา

  • Free Web Submission
  • Free SEO Tools

  • FigureStore.NET แหล่งรวมของสะสมขนาดเล็กที่ยิ่งใหญ่ในเมืองไทย
  • ของเล็ก ของจิ๋ว Choco Egg Chocoq ลดล้างสต๊อก

  • รูปน้ำตก



  • สถิติการเยี่ยมชม