Archive for กันยายน, 2010

พาแม่เที่ยวไหว้พระพิฆเนศที่วัดสมานรัตนาราม

มีคนถามกันเยอะถึงเส้นทางการไปไหว้พระพิฆเนศปางเสวยสุขที่วัดสมานรัตนาราม ครั้งแรกเห็นป้ายบอกทางตอนขับรถไปไหว้หลวงพ่อพระพุทธโสธร บอกได้เลยเป็นปางที่สวยงามมาก องค์ท่านเป็นสีชมพู น่าจะองค์ใหญ่มาก ก็ยังคิดว่าถ้ามีโอกาสจะไปไหว้พระพิฆเนศด้วย และแล้วด้วยบุญพาไปก็มีโอกาสไปไหว้พระพิฆเนศจนได้ ตามที่ได้เคยแนะนำสิงหาพาแม่เที่ยวฉะเชิงเทราไปแล้ว ก็มีพูดถึงวัดสมานรัตนาราม วัดที่มีองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดความสูง 16 เมตร และความกว้าง 14 เมตร เนื้อชมพู ลักษณะนั่งกึ่งนอนตะแคงบนฐาน พระหัตถ์ซ้ายถืองาที่หัก พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว โดยรอบฐานจะมีพระพิฆเนศทั้ง 32 ปาง ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง โดยมีถึง 3 อำเภอที่สามารถมองเห็นได้ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า และอำเภอคลองเขื่อน

พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข วัดสมานรัตนาราม

โอ๊ะโอ่…….แล้ววัดสมานรัตนารามที่ว่านี่อยู่ที่ไหนหว่า ไม่เคยคุ้นหูเลยนั่นนะซิ งั้นก็มาทำความรู้จักกันจั๊กนิด :-)

วัดสมานรัตนาราม หรือวัดใหม่ขุนสมาน ตั้งอยู่อำเภอเมือง ของฉะเชิงเทรา ลักษณะที่ตั้งของวัด ถ้าไปส่องดูจาก Google earth จะเห็นได้ว่า เหมือนเป็นเกาะที่มีแม่น้ำบางปะกงล้อมรอบ ทางฮวงจุ้ยเขาเรียกว่า ถุงเงินถุงทอง ก็จัดว่าเป็นทำเลที่ดี

แผนที่วัดสมานรัตนาราม

วันนี้ไม่ต้องกลัวหลงเพราะว่าเราพกแผนที่วัดสมานรัตนารามมาด้วย คลิ๊กขยายใหญ่ที่แผนที่ดูได้เลย ถึงไม่มีแผนที่วัด ก็ไม่หลงทางแน่นอน เพราะว่ามีป้ายบอกทางมาตลอดทำให้มั่นใจได้ว่า ไม่หลงแน่นอน อันนี้ต้องขอชมทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ช่วยปักป้าย กระจายโดยทั่ว ขอยกนิ้วให้ เยี่ยมจริง สำหรับคนที่ไม่ชอบอ่านแผนที่ หรือ ว่าดูแผนที่ไม่ถนัด


เราก็มาเริ่มต้นกันที่ถนนที่แยกจากเส้นบางนา-ตราด มุ่งหน้าเข้าทางฉะเชิงเทรา ผ่านโตโยต้า บ้านโพธิ์ ( เส้นเดียวกับที่เราเคยที่แวะกินข้าวที่บ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์นั่นแหละ  ) เลยไปอีกนิดจะเป็นสามแยกไฟแดงใหญ่ ก็ให้เลี้ยวซ้ายไปทางบางคล้าขับตรงยาวไปเลย  เราก็ข้ามแม่น้ำบางปะกง แล้วก็ขับตรงยาวไปเลย ไม่ต้องกลัวหลง มีป้ายบอกทางอยู่ พอถึงเขื่อนทดน้ำบางปะกง ก็เลี้ยวเข้าซอยวัดจุกเฌอได้เลย  ขับไปตามทาง เราก็จะข้ามสะพานแม่น้ำบางปะกงอีกครั้ง เพราะว่า ที่ตั้งของวัดสมานรัตนาราม เสมือนเกาะริมแม่น้ำบางปะกง ขับไปเรื่อย ๆ ก็จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดทางซ้ายมือ สังเกตว่าจะมีรูปปั้นยักษ์อยู่ที่ประตูทางเข้า เราก็ขับผ่านมาอีกนิด ทางจะเบี่ยงขวานิดหน่อย เลี้ยวไปตามทางอีกนิด เราก็จะเห็นองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขอยู่เด่นเป็นสง่า ไม่รู้ว่าจะบรรยายอย่างไร ดูภาพเอาก็แล้วกัน

พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข วัดสมานรัตนาราม

วันที่ไปนั้นคนเยอะมาก ไม่รู้ว่ามาจากไหน แต่ที่แน่ ๆ คนไทยทั้งนั้น ก่อนอื่นเมื่อมาถึงที่วัดสมานรัตนาราม ก็ต้องไปนมัสการองค์พระประธานที่โบสถ์กันก่อน กราบพระขอพรกันตามสบาย ไม่ต้องเร่งรีบ พอไหว้พระเสร็จแล้ว ก็มาไหว้พระพิฆเนศขอพรจากท่านให้สำเร็จสมดังใจ ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมาขอพรจากองค์ท่าน มีอยู่อย่างนึงที่สังเกตเห็น พวกนั้นเขาทำอะไรกันนะ มีร่มปัก  2 คัน คนนั้นยืนบนเก้าอี้ด้วย ที่เหลือยืนต่อแถวกันด้วย ทำอะไรหว่า ว่าแล้วไม่รอช้า งั้นเราเดินเข้าไปดูด้วยกัน ดูที่คลิบซิ

ถึงบางอ้อ แล้วหรือยัง ก็พวกเขามาขอพรองค์พระพิฆเนศ ด้วยการกระซิบฝากบอกท่านหนูมุสิกะ ผู้เป็นต้นห้องขององค์พระพิฆเนศ ให้ช่วยบอกท่านด้วยว่าเราขอพรอะไร คำขอพรขอพวกเราจะได้สัมฤทธิ์ผลสมดังใจ อย่าลืมติดสินบนท่านหนูทั้งสองด้วยนะ คำขอพรจะได้สำเร็จไวๆ  เมื่อคำขอเป็นจริงแล้ว บางคนก็จะมาวิ่งรอบองค์พระพิฆเนศตามจำนวนรอบที่ได้บอกไว้ ก็เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ซึ่งเราก็เอากับเขาด้วย เพราะเราร่วมด้วยช่วยกัน อ้อลืมบอกไป เขามีเคล็ดลับอีกอย่างในการขอพรว่า เวลาไปกระซิบบอกท่านหนูมุสิกะ ให้เราเอามืออีกข้างอ้อมไปปิดรูหูของท่านหนูอีกข้างด้วย ทั้งนี้เพราะป้องกันการฝากขอพรจะไม่เข้าหูซ้ายทะลุออกไปหูขวานั่นเอง

ท่านหนูมุสิกะ วัดสมานรัตนาราม วิธีการขอพร วัดสมานรัตนาราม

ที่วัดสมานรัตนารามยังมีห้องด้านล่างที่อยู่ใต้ฐานองค์พระพิฆเนศ ที่จัดไว้จัดแสดงวัตถุมงคลสำหรับผู้ที่ต้องการบูชาองค์พระพิฆเนศ ก็สามารถติดต่อทางวัดได้ที่นี่  และขออนุญาตประชาสัมพันธ์สักนิด สำหรับงานปิดทองฝังลูกนิมิต ของทางวัดจะการจัดงานในวันที่ 31 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2554 ขอเชิญทุกท่านร่วมงานนี้ด้วย เร่งสะสมบุญกันไว้นะ จะได้มีความสุขกาย สบายใจ ทริปนี้มาเที่ยวกันได้ทั้งครอบครัว เพราะที่วัดจะมีป้ายบอกสิ่งศักดิ์สิทฺธิ์ของวัด เช่น หลวงพ่อโต หลวงพ่อองค์ดำ พระประธานปางลีลา และมีพิเศษอีกนิด สำหรับ พี่ๆ เพื่อน ๆ ผู้ชอบแสวงโชคลาภ แนะนำว่า ให้ไปขอโชคจากท่าน จระเข้โหราเทพารักษ์ เห็นพี่ ๆ แถวนั้นเล่าว่ามีคนโชคดีกันเยอะ…. ลองดู

พระอุโบสถใหม่ วัดสมานรัตนาราม พระอุโบสถหลังเก่า วัดสมนารัตนาราม

หลวงพ่อโตองค์จำลอง วัดสมานรัตนาราม

หลวงพ่อองค์ดำ วัดสมานรัตนาราม

คาดว่า เราคงต้องบรรจุการไหว้พระที่วัดสมานรัตนารามเอาไว้ในโปรแกรม ไหว้พระ 9 วัด ของฉะเชิงเทราไว้ด้วยแน่นอน  รอบหน้าไปเที่ยวด้วยกันต่อ ไหน ๆ มาเส้นนี้แล้ว ก็เลยต่อไปหาของกินกันที่ตลาดน้ำบางคล้า แล้วก็เลยไปดูค้างคาวแม่ไก่กันดีกว่า แล้วท่านจะรู้ว่า เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ ว่าแต่จะไปด้วยกันหรือเปล่า 😀

เที่ยววัดพระนอนจักรสีห์ที่สิงห์บุรี

ตามสัญญาภาคต่อเนื่อง หลังจากที่กินกุ้งเผาทองชุบกันแล้ว ก็มาต่อโปรแกรมไหว้พระกันต่อดีกว่า เพราะว่ามาสิงห์บุรีทั้งที ก็อยากแนะนำให้ไปเที่ยวกันหลาย ๆ ที่ คราวนี้ เราไปไหว้พระนอนจักรสีห์ องค์พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีความยาว 1 เส้น 3 วา 2 ศอก  หน่านไง นึกไม่ออกนะซิว่า ใหญ่แค่ไหน สรุปว่า ประมาณ 47 เมตรนั่นเอง

พระนอนจักรสีห์ - The Reclining Buddha at Singburi

ชมรมคนรักแม่ ต้องไม่พลาดแคมเปญ พาแม่เที่ยวไหว้พระนอนที่นี่แน่นอน การเดินทางมาวัดพระนอนจักรสีห์ไม่ยากเลย เพราะมีป้ายบอกทางมาตลอด ถ้าหลงทาง ก็ถามคนแถวนั้นได้

วัดพระนอนจักรสีห์ ตั้งอยู่ ต.จักรสีห์ อ.เมือง จ .สิงห์บุรี สามารถมานมัสการพระนอนได้ทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์เปิด 8.00-17.00 น. ,วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดต่าง ๆ เปิด 7 .30-17.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารโทร 036-520251  หรือ 036-422768-9

ตอนที่ไปนั้น ก็ใช้เส้นทางสายเอเชีย ( เส้นเดียวกับที่ไปกินกุ้งร้านทองชุบนั่นแหละ ) พอถึงสิงห์บุรี  ก็จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองสิงห์บุรี หลังจากนั้นก็ขับตรงไปเรื่อย ๆ จะผ่าน ศาลากลาง จังหวัด ที่เขามักจะใช้จัดงานเทศกาลกินปลาของจังหวัดสิงห์บุรี  เราก็มุ่งหน้าตรงไปเรื่อย ๆ จนไปถึงวงเวียนที่เป็นหอนาฬิกา เราก็เลี้ยวซ้ายอีกที คราวนี้เราก็จะผ่านตลาด ที่อยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งผู้คนอาจจะพุกพล่านนิดหน่อย ก็ค่อย ๆ ผ่านมาก็แล้วกัน ขับมาอีกนิด สังเกตุป้าย จะเห็นป้ายบอกทาง วัดพระนอนจักรสีห์ พอมาถึงแยก ป้ายจะบอกให้เราเลี้ยวขวา ข้ามคลองเล็ก ๆ นิดนึง แล้วก็ขับตรงยาวไปเรื่อย ๆ บนถนนเส้น 3032  ( รับรองไม่หลงเพราะมีป้ายบอกไปตลอดทาง ) ก็จะถึงวัดพระนอนจักสีห์ ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ เราก็เลี้ยวเข้าไปได้จอดรถได้เลย ลานจอดรถกว้างขวางมาก เพราะต้องรองรับการมาเยือนของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศก็ว่าได้นะ   ทางเข้าวัดจะมีส่วนของการทำบุญ ทำทาน เป็นระยะ ๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นแล้วสะดุดตาทุกครั้งที่เห็นก็คือ ต้นสาละ เพราะดอกสาละนั้นมีลักษณะที่ไม่เหมือนใคร ลองคลิ๊กภาพดูซิ ตามประวัติ ต้นสาละ เป็นต้นไม้มีอยู่ในพุทธประวัติ ในวันที่พระพุทธเจ้าประสูติและ ปรินิพพาน
ดอกสาละ
นอกเรื่องมาตั้งนาน เดินมาถึงวิหารพระนอนจนได้ เมื่อก้าวเท้าผ่านธรณีของวิหารเข้ามาก็จะพบกับพระนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย   เป็นแบบพระนอนอินเดีย กรขวาศอกยื่นไปทางด้านหน้าไม่ทำงอ พระกรตั้งขึ้น รับพระเศียรแบบพระนอนไทย   อีกทั้งยังเป็นพระพุทธรูปพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและมีความศักดิ์สิทธิ์มาก และมีความเชื่อกันมานานแล้วว่า

หากผู้ใดได้มานมัสการขอพรจากองค์หลวงพ่อแล้ว  ชีวิตจะมีแต่ความสุข รวมถึงร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียน

ด้วยเหตุนี้เองเราจึงขอแนะนำให้เพื่อนพาครอบครัวมากราบนมัสการองค์พระนอนจักรสีห์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งแคมเปญที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากที่สิงห์บุรี คือ การไหว้พระ 9 วัด อยากจะบอกว่า ที่นี่มีวัดเก่าแก่ และมีชื่อเสียง จนต้องบอกว่า จัดทัวร์ 9 วัดมาได้เลย แต่ละวัดอยู่ไม่ไกลกันนัก ลองแนะนำสักนิดก็แล้วกัน


โปรแกรมไหว้พระ 9 วัด

  1. วัดเสถียรวัฒนดิษฐ์ เข้าชมพระพุทธรูปทองคำ สมัยสุโขทัย
  2. วัดสว่างอารมณ์ เข้าชมสถานที่ซึ่งรวบรวมวิชาศิลปะหลายแขนง  และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ภายใน
  3. วัดประโชติการาม สักการะหลวงพ่อสิน  หลวงพ่อทรัพย์
  4. วัดสาลโคดม สักการะหลวงพ่อเศียร  และชมพระอุโบสถที่ได้รับพระราชานุญาติอัญเชิญพระนามาภิไธย  ส.ก. ไว้หน้าบันของอุโบสถ
  5. วัดพระปรางค์ นมัสการหลวงพ่อสี  เกจิอาจารย์ชื่อดัง  และชมเตาเผาโบราณขนาดใหญ่
  6. วัดโพธิ์เก้าต้น สักการะพระอาจารย์ธรรมโชติ  ผู้กำหัวใจ  ชาวบ้านบางระจันในอดีต   และขอพรต้นไม้แดง  ไม้ศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
  7. วัดพิกุลทอง นมัสการหลวงพ่อแพ  เกจิอาจารย์ดัง  และเป็นนักพัฒนาเมืองสิงห์บุรีสักการะหลวงพ่อใหญ่  พระพุทธรูปปรางค์ประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศ
  8. วัดสิงห์สุทธาวาส ที่ประดิษฐานหลวงพ่อนาค  พระพุทธรูปหินทรายเขียวแกะสลักสักการะหลวงพ่อฉาย ณ โบราณสถานที่งดงาน  และล้ำค่าอีกแห่งหนึ่ง
  9. วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สักการะหลวงพ่อพระนอน  พระพุทธไสยาสน์แบบสุโขทัย  ขนาดใหญ่ มีความยาว 47 เมตร  42 เซนติเมตร

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเส้นทางที่น่าสนใจไว้คราวหน้ามีเวลาค่อยมาเล่าสู่กันฟัง  เกือบลืม……นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเส้นทางที่น่าสนใจไว้คราวหน้ามีเวลาค่อยมาเล่าสู่กันฟัง  มีอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะแนะนำถ้ามาเที่ยวที่สิงหบุรี ลองไปลิ้มลองของฝากเลื่องชื่อ นั่นก็คือ เค้กปลาช่อน ของฝากจังหวัดสิงห์บุรี  เคยแวะไปที่ร้านเกษรา ตั้งอยู่บนถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพ ประมาณ  กม 133-134 ราว ๆ นี้แหละ ที่นี่เป็นร้านขายของฝาก ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยว นักเดินทางแวะเวียนมาเป็นประจำ ไหน ๆ เรามาก็เที่ยวสิงห์บุรีแล้วขากลับ ก็อย่าลืมหาของฝากติดไม้ติดมือกลับไปที่บ้านบ้างก็แล้วกัน เที่ยวไทย ซื้อของไทย ชาติไทยเจริญ :-)

ป้ายกำกับ
กุ้งเผาทองชุบ ค้างคาวแม่ไก่ ตลาดน้ำบางคล้า ตลาดร้อยปี ถนนข้าวก่ำ ถนนข้าวทิพย์ ถนนข้าวปุ้น ถนนข้าวยำ ถนนข้าวลอดช่อง ถนนข้าวสาร ถนนข้าวสุก ถนนข้าวหมูแดง ถนนข้าวหลาม ถนนข้าวหอมมะลิ ถนนข้าวฮาง ถนนข้าวเปลือก ถนนข้าวเปียก ถนนข้าวเม่า ถนนข้าวเหนียว ถนนข้าวแช่ ถนนข้าวแต๋น ปางนอนเสวยสุข พระพิฆเนศ พาแม่เที่ยว พาแม่เที่ยวภูเก็ต ริมน้ำบางปะกง ร้านอร่อย ลักยิ้ม วัดบางพลีใหญ่ วัดสมานรัตนาราม วัดโพธิ์บางคล้า สงกรานต์ สิงหาพาแม่เที่ยว เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวฉะเชิงเทรา เที่ยวภูเก็ต เที่ยวราชบุรี เที่ยววัด เที่ยวสบาย เที่ยวสระบุรี เที่ยวสิงห์บุรี เที่ยวไทย แนะนำร้านอร่อย ไหว้พระ 9 วัด ไหว้พระวัดไหนดี
กันยายน 2010
พฤ อา
« ส.ค.   พ.ย. »
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  
Your IP Address is:

 






  • ลิ้งค์พันธมิตร


  • สารบัญเว็บไทย
  • software download
  • ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บฟรี เพิ่มเว็บไซต์ฟรี แลกลิงค์
  • ThaiAll
  • sawatdeekrab.com งานhandmade งานฝีมือ ขายงานฝีมือ ฝากขายงานฝีมือ

  • สถานที่ท่องเที่ยว

  • voucher ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ที่พัก ปาย หัวหิน น่าน เลย เชียงใหม่ บัตรลดราคา

  • Free Web Submission
  • Free SEO Tools

  • FigureStore.NET แหล่งรวมของสะสมขนาดเล็กที่ยิ่งใหญ่ในเมืองไทย
  • ของเล็ก ของจิ๋ว Choco Egg Chocoq ลดล้างสต๊อก

  • รูปน้ำตก



  • สถิติการเยี่ยมชม