Archive for the ‘พาแม่เที่ยว’ Category

12 สิงหาพาแม่เที่ยว

12 สิงหาคมของทุก ๆ ปี คือ วันแม่แห่งชาติ และ เป็นวันเฉลิมพระชนม์พรรษาของสมเด็จพระบรมราชินีนาถของปวงชนชาวไทย

ทรงพระเจริญ

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน และ ทรงพระเกษมสำราญตลอดกาลและตลอดไป

กิจกรรมวันแม่ก็มีมากมายทั้งโปรโมชั่นสายการบิน ที่พัก ร้านอาหาร ตลอดจนไหว้พระ 9 วัด และอื่น ๆ อีกมากมาย บรรดาลูก ๆ ทั้งหลายก็มีโอกาสได้ไปกราบแม่ในวันนี้กันเป็นส่วนใหญ่ จะว่าไปก็เหมือนเป็นธรรมเนียมปฎิบัติ แต่ที่จริงแล้ว การดูแลพ่อแม่ต้องกระทำตลอดเวลา ทุกที่ เพราะนี่คือหน้าที่และโอกาสของกุลบุตรทั้งหลาย เอาเป็นว่า ขอให้ทุก ๆ ครอบครัวมีความสุขโดยพร้อมเพรียงกันในวันแม่นี้นะ :-)


12 สิงหา พาแม่เที่ยว

รักแท้ที่ไม่มีเงื่อนไข คือรักจากใจแม่

รักแม่ที่สุดเลย

:-)

พาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค 8 ไหว้พระใหญ่บนเขานาคเกิด

มาเล่าต่อจากจากบทความที่แล้วอีกสักนิดก่อนจะกลับมากรุงเทพ พาแม่เที่ยวบทความที่แล้วเล่าถึงไปไหว้พระผุดที่วัดพระทอง แล้วก็แวะไปน้ำตกโตนไทร น้ำตกที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติของขุนเขาแห่งหนึ่งในเกาะภูเก็ต ก็อย่างว่าแหละเวลายังเหลือ ก็เลยขับรถต่อตั้งใจว่าจะไปไหว้พระใหญ่ที่เขานาคเกิด ครั้งก่อนเคยมาครั้งหนึ่งแล้ว ก็ยังก่อสร้างกันอยู่ คราวนี้มาก็ใกล้จะเสร็จเต็มที่แล้วหละ ต้องบอกว่า จากน้ำตกโตนไทรไปเขานาคเกิดนั้น ก็ต้องขับเลยตัวเมืองไปอีกนิดนึงไปทางด้านท้ายเกาะ แต่ก็ไม่สุดเกาะหรอกนะ นิดนึงแต่ก็ เลยวัดสีลสุภารามไปนิดหน่อย จะเห็นป้ายบอกทางเข้าขึ้นไปไหว้พระใหญ่ พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในเกาะภูเก็ต หรือ พวกฝรั่งเขาเรียกว่า Big  Buddha Phuket นั่นแหละ

พระใหญ่หรือ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี

เราก็ขับรถไปตามทางผ่านบ้านชาวบ้านไปเลย ๆ ไม่นานก็เริ่มขับรถขึ้นเขา ต้องบอกว่าไม่ค่อยมีโอกาสจะได้ขับรถขึ้นเขาสักเท่าไหร่ ก็ตื่นเต้นดีเหมือนกัน แต่ทางก็ไม่ได้คดเคี้ยวหวาดเสียวอะไรมากนัก ค่อย ๆ ขับใจเย็น ๆ บางช่วงอาจจะมีชันบ้าง  โค้งบ้างแต่ก็ขับไปได้  มีที่พักรถสำหรับกินกาแฟเหมือนกัน แต่เราก็ไม่ได้พักหรอก อยากขึ้นไปไหว้พระมากกว่า ขับไปสักพัก ก็ถึงลานจอดรถที่อยู่ด้านหลังองค์พระ ที่จอดรถสะดวก สบาย กว้างขวางจอดง่ายดี  และแล้วเราก็มาถึงยอดเขานาคเกิดในที่สุด มาไหว้พระใหญ่อีกครั้ง รู้สึกปิติจริง ๆ

welcome to big budha phuket

พระใหญ่หรือ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปแบบร่วมสมัย สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับผิวด้วยหินอ่อนหยกขาว “สุริยกันต”(สุริยกันตะ) จากพม่า เฉพาะน้ำหนักของหินอ่อนหยกขาวประมาณ  135 ตัน หรือถ้าคิดเป็นพื้นที่ก็ประมาณ 2500 ตารางเมตร ประดิษฐาน ณ บนยอดเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต


พอมาถึงเราก็พาแม่ค่อย ๆ ขึ้นบันไดไป ก็หลายขั้นอยู่นะ แต่ก็ขึ้นไปที่ละนิด พักบ่อย ๆ เพราะว่าคนแก่ขึ้นทีเดียวคงไม่ไหว พักชมวิวไปเรื่อย ๆ สังเกตุได้ว่า จะมีระฆังใบเล็ก ๆ แขวนอยู่ทำให้ได้ยินเสียงระฆัง ดังอยู่เป็นระยะ ๆ  ค่อย ๆ ขึ้นบันไดมาไม่นานก็ขึ้นมาถึงองค์พระใหญ่ ก็ไปไหว้องค์พระ อธิษฐานขอพรให้เป็นสิริมงคลกับตนและครอบครัวตอนที่มานั้น สำหรับส่วนขององค์พระด้านนอกใกล้จะเสร็จแล้วหละ แต่ด้านในยังคงต้องประดับตกแต่ง ทำอีกสักพักหนึ่ง  เราก็ร่วมทำบุญสร้างพระใหญ่ไปด้วย เพื่อบำรุงในพระพุทธศาสนาให้สืบทอดต่อไป

ชมวิวทะเลภูเก็ตบนเขานาคเกิด

พอเสร็จก็ลงมาได้ยินเสียงเหมือนฆ้องใบโต ๆ ดังกังวาล มองมาไกล ๆ เห็นฝรั่งกำลังลูบฆ้องให้เกิดเสียง ( แหมเสียดาย ๆ ไม่ได้ถ่ายคลิปมาให้ดู ) เคยได้ยินมานานแล้วว่า มีการอธิษฐานเสี่ยงทาย หากสิ่งที่ขอเป็นจริง เมื่อลูบฆ้องก็ขอให้ดัง …..เพิ่งวันนี้ละน้า เห็นฝรั่งเอากับเขาบ้าง พอเราเดินมาถึง ฝรั่งก็เลิกซะแล้ว แหม เสียดายจัง …..

พอเดินมาแป๊ปหนึ่งก็เห็น คุณ สุพร ท่านเป็นประธานในการสร้างพระใหญ่ที่นี่ ก็เลยถือโอกาสสวัสดีท่านในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสและก็เป็นประธานดำเนินการก่อสร้างด้วย ที่ทราบว่าท่านเป็นประธานสร้างพระใหญ่เพราะว่าครั้งก่อนหน้านี้ เคยเห็นท่านมาแล้วครั้งหนึ่ง เดินทักทายผู้ที่เข้ามากราบไหว้พระใหญ่ ทั้งไทย ทั้งต่างประเทศ พอกลับไปก็ไปดูเว็บของที่นี่ ก็เลยทราบว่าท่านคือ คุณสุพร วนิชกุล ประธานดำเนินการก่อสร้างพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ที่นี่เอง ท่านยินดีที่เราได้พาแม่มาเที่ยวภูเก็ต และได้มีโอกาสมานมัสการพระ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี  ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีที่บรรดาลูก ๆ ควรจะพาพ่อแม่มาเที่ยวไหว้พระ ทำบุญกันบ้าง นอกจากนั้นท่านได้กรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการก่อสร้างพระใหญ่ที่เขานาคเกิด  และ ท่านยังชี้ให้เห็นถึงก้อนหินก้อนบะเริ่มตรงนั้นว่า นั่นแหละ ก้อนหินอ่อนหยกขาว ที่ได้มาจากพม่า ให้ลองเข้าไปดูใกล้ ๆ ซิ จะเห็นว่า มีผลึกใส กระจายอยู่ทั่วทั้งก้อน และก้อนหินอ่อนหยกขาวนี่แหละ ที่นำมาสร้างประดับองค์พระใหญ่ที่เราสักการะบูชา  ลองคิดดูเล่น ๆ ซิว่า ขนาดพวกเราขับรถเล็ก ๆ ขึ้นเขามายังต้องพยายามขับขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง แล้วรถใหญ่ ๆ ที่เขาบรรทุกก้อนหินอ่อนหยกขาวนี้มาหละ ต้องพยายามกันสักขนาดไหน  งานนี้ต้องบอกว่า เก่งมั๊กมาก 

เชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างพระพุทธรูปหยกขาว  สุริยกันต - หินอ่อนหยกขาว

ก็ได้เวลาเย็นเต็มทีก็เลยขอตัวกลับเข้าเมือง ทำบุญก็อิ่มใจ ต่อไปก็ต้องหาอะไรกินให้อิ่มท้อง แต่วันนี้ไม่รู้จะกินอะไร ขี้เกียจขับเข้าไปตลาดโต้รุ่งแล้ว  นึกได้ เคยอ่านเจอหมี่น้ำกุ้งอ่าวเก แถวถนนพูนผล ซอย 7 ก็มันเป็นทางผ่านก่อนเข้าโรงแรม งั้นแวะกินก่อนก็แล้วกัน วันเหนื่อยมากแล้ว ว่าแล้วไม่รอช้า พอถึงร้านสั่งบะหมี่น้ำกุ้งมากินก่อนเลย  ๆ ดูหน้าตาน่ากินมาก เข้าใจทำนะ เอากุ้งมาผ่าซีกกระตุ้นต่อมหิวได้ดีเลยหละว่าแล้วซดน้ำซุปก่อนเลย รสชาติดี ไม่รู้ว่าหิว หรือว่ายังไง นะ แต่ต้องบอกว่า ก่วยเตี๋ยวที่นี่อร่อยจริง :-)

หมี่น้ำกุ้งอ่าวเก ภูเก็ต

รุ่งเช้าก็เตรียมตัวตัวกลับกรุงเทพ ตั้งใจว่าจะแวะซื้อของฝาก โดยเริ่มจากไปตลาดสดเกษตรหาซื้อกะปิ ปลาเค็ม เครื่องแกงสด ใบเหลียง ลูกเนียง สาระพัดของอร่อยที่จะนำไปประกอบอาหารที่บ้านเรา ก่อนกลับไปแพ็คกระเป๋าขอแวะไปกินของหวานเก่าแก่ของเมืองภูเก็ต นั่นก็คือ โอเอ๋ว หรือ เรียกออกเสียงหนัก ๆ ว่า โอ๊ะเอ๋ว ที่มีลักษณะคล้าย ๆ วุ้น

หน้าตาของโอ๊ะเอ๋ว

แต่ก็แปลกนะ ที่โอเอ๋ว กลับไม่มีส่วนผสมของผงวุ้นเลย เพราะว่า ที่จริงแล้ว โอเอ๋ว ที่เป็นวุ้นนั้นมาจากเมล็ดโอเอ๋ว ที่คล้าย ๆ เม็ดแมงลัก เมื่อแช่น้ำแล้ว จะได้เมือกของเมล็ดมาผสมกับเมือกของกล้วยน้ำว้า จากนั้นเติมเจี่ยกอ เพื่อให้จับตัวเป็นก้อนใส ๆ คล้ายวุ้น กินแก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ก็เลยได้รับความนิยมนำมาเป็นของหวาน ใส่น้ำแข็ง ผสมน้ำหวาน ทั้งน้ำแดง น้ำกุหลาบ ซาสี่ เพิ่มความแปลกใหม่ แถมมีการเพิ่มกล้วยอีกนะ แหมทำแบบ บานาน่าสปริต เชียวเลยหละ 😀

โอเอ๋วน้ำแดง   เมนูหลากหลายของโอ๊ะเอ๋ว

พาแม่ไปกินของหวานแล้วก็กลับมาแพ็คกระเป๋ากันที่โรงแรม  เผื่อที่ว่างไว้สักหน่อยเพราะว่า มีโปรแกรมจะไปซื้อของฝากที่ร้านแม่จู้ อีกสักนิด ก็ซื้อพวกเต้าซ้อ น้ำพริกแกงไตปลา น้ำพริกกุ้งเสียบ และของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ  แต่ก็ต้องคอยระวังเรื่องน้ำหนักกระเป๋าเพราะว่าเรามาด้วยแอร์เอเชีย ซื้อน้ำหนักกระเป๋าไว้แค่ 30 กิโลเอง  พอออกมา      บ๊ะ ……!!!!!!     เจอแล้ว หามานาน  ผลไม้ที่แสวงหาเสมอยามลงใต้ นั่นคือ จำปาดะ  หรือที่บางคน เรียกว่า จำปา

จำปาดะ

รูปร่างคล้ายขนุน  แต่เปลือกบางกว่า เนื้อของจำปาดะ จะบางกว่าขนุน ทำให้ส่วนมากมักจะมีลูกเล็ก แต่กลิ่นนี่ช่างหอมหวลชวนเวียนหัว หากสูดดมมากเกินไป  หรือที่ชาวเมืองเหล่าผู้ดีเขาว่า กลิ่นแรงมาก  แต่สำหรับเรานั้น กลิ่นหอมอร่อย ชวนรับประทานยิ่งนัก ทั้งแบบชุบแป้งทอด หรือกินกันสด ๆ  แบบว่า หายากมากสำหรับเมืองกรุงเทพ คราวก่อนเราก็ไม่รู้นะว่า จำปาดะ เป็นสิ่งของต้องห้าม ห้ามนำขึ้นเครื่อง เพราะเขาเกรงว่า กลิ่นของมันจะตลบอบอวนไปทั่วเครื่อง  ไอ้เรารึก็ห่อหนังสือพิมพ์ รัดด้วยถึงพลาสติกอย่างดี แพ็คลงกระเป๋า พอผ่านเครื่องเอ็กซ์เรย์เท่านั้นแหละ  เจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่า พี่ ๆ  เขาไม่ให้เอาจำปา ขึ้นเครื่องนะ มันเหม็น  เราก็เลย ยกจำปาดะนั้น ให้เจ้าหน้าที่ไปอย่างเสียดายอย่างสุดซึ้ง  ได้แต่คิดว่า สักวัน ฉันจะกลับมากินจำปาดะที่นี่ให้ได้  และแล้ว วันนั้นก็มาถึง วันนี้มีทั้งจำปาดะสด กับ จำปาดะทอด งั้นวันนี้ขอกินจำปาดะทอดไปก่อน อันแบบสด ๆ นั้นไว้คราวหน้า  ยังไงก็ไม่รอช้า ซื้อไปกิน 6 เม็ด เอาให้มันหายอยากไปเลย จะว่าไป 6 เม็ด ก็ 40 บาทแล้วนะเนี่ยะ   เอาวะ กินก่อนขึ้นเครื่อง มันคงเอ็กซ์เรย์ ไม่เห็นเป็นจำปาดะ แล้วะหละ ขากลับเราก็กลับด้วยแอร์เอเชียเหมือนเดิม แบบว่า น้ำหนักกระเป๋าเป๊ะเลย สรุปว่า ทริปนี้ชื่นมื่น อิ่มบุญ อิ่มท้อง และมีของฝาก 😀

พาแม่เที่ยวภูเก็ตคราวนี้ก็สนุกดี เล่ายาวไปนิด เพราะไม่ค่อยมีเวลามาอัพเดทซักเท่าไหร่ แต่คราวหน้ามีโครงการแล้วหละว่า จะไปเที่ยวทางอิสาน  บทความถัดไปจะมาเล่าให้ฟัง

 

พาแม่เทียวภูเก็ต ภาค 7 ไหว้พระวัดพระทอง

หายหน้าหายตากันไปนานด้วยสารพัดภาระกิจ ก่อนหน้านี้ก็เล่าบางเรื่องคั่นเวลาไปก่อน เพราะยังไม่ค่อยมีเวลามาเล่าเรื่องเที่ยวภูเก็ตให้ครบทุกภาระกิจ เอาเป็นว่าขอเล่าต่อจากที่ได้ขับรถเลาะเกาะภูเก็ต ดูฝรั่งอาบแดด แถวหาดกะตะ กะรน วิ่งกันยาวผ่านหาดป่าตอง แล้วก็เลือกที่จะไปทางหาดกมลาดู เพราะว่าคราวก่อนยังไม่ขับผ่านมาด้านนี้เลย ก็ขับเลาะไปตามถนนขึ้นเขาบ้าง เลาะหาดบ้าง ขับผ่านภูเก็ตแฟนตาซี อ่อ มีแวะซื้อสะตอจากร้านข้างทางด้วย พอดีมีพ่อค้าเอาสะตอมาแขวนขาย แหมก็ราคาสะตอฝักที่กรุงเทพนั้นแพงเหลือหลาย และเมื่อตอนนี้มาถึงถิ่นจะไม่ซื้อก็กระไร อ๊ะงั้นคุณแม่เราก็เลยขอเหมาหมดราวที่แขวนก็ได้ไปประมาณเกือบสามสิบฝัก ใช่แล้วไม่ผิดหรือหรอก 30 ฝักจริงๆ ใหญ่บ้างเล็กบ้างคละ ๆ กันไปก็ไม่กี่ร้อยบาท ถือว่าเป็นการอุดหนุนชาวสวน เงินทองสะพัดบนประเทศไทย ดีใจจริงๆ ……..อุ้ย โม้มาตั้งนาน ยังไม่ไปไหนเลย ก็ขับไปตามทางเรื่อย ๆ เอาละหว่า ถ้าจะหลงทางอีกแล้ว จะไปที่หัวเกาะไปยังไงกันน้า เพราะว่าขับ ๆ ไป มันก็เป็นเขา เป็นทะเล บ้างก็เป็นชุมชน พอเห็นป้าย ทางไปอนุเสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีย์ ฯ ไม่หลงแล้ว ขับตรงไปเรื่อย ๆ สักพักก็มาเข้าวงเวียนจนได้ ก็เลยมุ่งหน้าย้อนขึ้นไปทางหัวเกาะ เพราะว่าจุดหมายคือ วัดพระทอง นั่นเอง  :-)

วัดพระทอง หรือวัดพระผุด จังหวัด ภูเก็ต

วัดพระทอมีป้ายบอกทางอยู่ไม่ต้องกลัวหลง ขับเข้าซอยไปนิดเดียวก็มาถึงแล้ว พอถึงปุ๊บก็ลงไปไหว้พระกันปั๊บ ไหว้พระ และขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธ์ในวัดกันก่อน เมื่อเข้ามาในวิหารจะเห็นองค์พระพุทธรูปองค์ใหญ่อยู่เพียงครึ่งองค์ประดิษฐานอยู่เหนือจากพื้นวิหาร และจะเห็นพระพุทธรูปองค์เล็กเพียงครึ่งองค์เช่นกันแต่อยู่บนบุษบกซึ่งเราสามารถปิดทองได้

ไหว้พระวัดพระทอง หรือวัดพระผุด จังหวัด ภูเก็ต


วัดพระทอง หรือวัดพระผุดนั้น เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เมื่อมาภูเก็ตแล้วควรจะมานมัสการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ และอีกประการหนึ่ง ที่นี่ถือว่าเป็น unseen Thailand ของภูเก็ต สาเหตุก็เพราะว่า ที่วัดพระทอง นี้ เป็นที่สถานที่ประดิษฐานขององค์พระพุทธรูปทองคำซึ่งเป็นพระประธานที่มีเพียงครึ่งองค์ที่โผล่ขึ้นมาเพียงพระเกตุมาลา ( ลักษณะของเศียรขององค์พระพุทธรูป ) จากพื้นดินประมาณ 1 ศอก ( ประมาณครึ่ง เมตร หรือ 50 เซ็นติเมตร) ซึ่งดูเหมือนกับองค์พระท่านผุดขึ้นมาจากพื้น ทำให้ชาวบ้านเรียกวัดนี้ว่า วัดพระผุด ซึ่งประวัติความเป็นมานั้น ก็มีเล่าขานกันมาหลายอย่าง เช่น นิทานพื้นบ้านกล่าวไว้ว่า มีเด็กน้อยนำควายไปผูกไว้กับหลัก พอกลับไปบ้านเด็กและควายนั้นก็ตายโดยไม่รู้สาเหตุ และพ่อของเด็กนั้นฝันว่าลูกชายได้นำควายไปผูกไว้กับพระเกตุมาลาก่อนจะเสียชีวิต วันรุ่งขึ้นก็เลยไปดูจึงรู้ว่าเป็นพระพุทธรูป แต่ก็ขุดได้เพียงครึ่งองค์เท่านั้นและไม่สามารถขุดองค์พระท่านขึ้นมาได้ พอถึงช่วงสงครามที่พม่ายกทัพมาตีเมืองถลาง ทหารพม่าก็ไม่สามารถมาขุดองค์พระได้อีกเพราะว่าเจอตัวต่อตัวแตนจำนวนมากมายมาไล่ตีไล่ต่อย ก็เลยต้องล่าถอยไป และเมื่อวันเวลาผ่านไป ก็มีพระธุดงค์มาปักกลด และพบว่าพระผุดนั้นเป็นพระทองคำจึงได้สร้างโบสถ์ขึ้นคลุมพระผุดและอัญเชิญเป็นพระประธานในโบสถ์ นอกจากนี้ยังมีความเชื่อของพี่น้องชาวจีนว่า พระผุดนั้นคือพระทองคำที่อัญเชิญมาจากเมืองจีน เรียกว่า “พู่ฮุก” เชื่อกันว่า สมัยธิเบตไปรุกรานเมืองจีนที่เซี่ยงไฮ้ ได้นำพระพุทธรูปทองคำ ชื่อ กิ้มมิ่นจ้อ ได้นำลงเรือมาแต่ถูกมรสุมจนเกยตื้นและมีคนมาพบพระพุทธรูปองค์นั้นโผล่จากดินเพียงพระเกตุมาลา จึงเป็นที่มาของความเชื่อนี้นี่เอง และในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 6 ได้พระราชทานนามวัดแห่งนี้ว่า วัดพระทอง และทางด้านหน้าประตูทางเข้าวิหารพระทอง ก็มีพระปรมาภิไธยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จวัดพระทอง เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2502 ทรงลงพระปรมาภิไธย ย่อ ภ.ป.ร. บนแผ่นหินไว้เป็นพระอนุสรณ์

พระปรมาภิไท หน้าวิหารพระวัดพระทอง หรือวัดพระผุด จังหวัด ภูเก็ต

แต่ว่าก่อนกลับสังเกตุเป็นมีป้ายอะไรสักอย่างที่พุ่มไม้ใหญ่ก็เลยเข้าไปดู อ๋อ ป้ายเข้าบอกว่า ห้ามขีดเขียนบนลูกน้ำเต้าอินเดีย แสดงว่าก่อนหน้านี้มีพวกมือบอนแน่เลย แต่เราก็ได้ความรู้ว่า นี่แหละคือ ต้นน้ำเต้าอินเดีย และ นั่นคือ ลูกน้ำเต้าอินเดีย นั่นเอง

ต้นน้ำเต้าอินเดีย

ห้ามขีดเขียนบนลูกน้ำเต้าอินเดีย ลูกน้ำเต้าอินเดีย

ที่วัดพระทองนี้ ยังมีพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอยู่ทางด้านหน้าอีกด้วย แต่เราไม่ได้แวะ เพราะว่าจะไปเที่ยวน้ำตกที่อุทยานแห่งชาติเขาพระแทว จริง ๆ นะ ภูเก็ตก็มีน้ำตก ไม่ใช่แค่มีหาดทรายสวยงาม สำหรับน้ำตกที่พูดถึงอยู่ห่างจากวัดพระทอง นิดเดียวเอง ขับรถออกถนนใหญ่มานิดเดียวก็มีป้ายบอกทางไปน้ำตกโตนไทร น้ำตกแห่งหนึ่งของเกาะภูเก็ต งั้นเราเข้าไปดูกันดีกว่า

ถึงแล้วอุทยานแห่งชาติเขาพระแทว ผืนป่าที่สมบูรณ์มากในเกาะภูเก็ตก็เลยขอถ่ายภาพป้ายเขาพระแทวมาเป็นข้อมูลสักหน่อยข้อความอาจจะมีเลือนไปบ้าง งั้นขออนุญาตินำข้อความในป้ายมาให้พวกเราอ่านกันอีกที

เมื่อปี พ.ศ. 2520 รัฐบาลได้ประกาศให้พื้นที่เขาพระเเทวเป็นเขตอนุรักษ์โดยครอบคลุมพื้นที่ 13,925 ไร่ หรือ 22.28 ตารางกิโลเมตร พื้นที่บริเวณนี้เป็นป่าดิบชิ้นอุดมสมบูรณ์ด้วยพันธ์ไม้นานาชนิด โดยเฉพาะมีการค้นพบพันธ์ปาล์มที่หายากชนิดหนึ่งเรียกว่า “ปาล์มเจ้าเมืองถลาง” หรือ ” ปาล์มหลังขาว ” ( Kerriodoxa elegans ) และยังมีสัตว์ป่าอีกหลายชนิด อาทิ ชะนี ค่าง ลิง เก้ง กวาง หมูป่า กระจง กระรอก และนกนานาชนิด เป็นต้น ด้วยเหตุที่เป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์และผืนใหญ่ที่สุดของเกาะภูเก็ตจึงมีความสำคัญในฐานะที่เป็นต้นน้ำที่สำคัญ อาทิ น้ำตกโตนไทร ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตก และน้ำตกบางแป ทางด้านตะวันออก นอกจากนี้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติ

เขาพระแทว

สังเกตุได้อย่างหนึ่ง มีผู้คนทะยอยเข้ามาที่น้ำตกโตนไทรเรื่อย ๆ บ้างก็ขี่มอเตอร์ไซด์ซ้อนท้ายกันมาเป็นกลุ่ม ๆ บ้างก็มาเป็นครอบครัวนั่งรถกะบะกันมา หอบอาหารมากินกันด้วย มาถึงจุดจอดรถ ก็พาแม่นั่งพักตรงเก้าอี้ม้าหินก่อน เอาเสบียงออกมานั่งกินแก้หิวกันก่อน นั่งเล่นสักพัก พอหายเหนื่อยก็จะไปดูน้ำตกกัน แต่แม่ไม่ได้เดินขึ้นไปนะ เพราะทางในเขาต้องขึ้น ๆ ลง ๆ พื้นไม่สม่ำเสมอกัน ให้แม่นั่งเล่นตรงนี้ไปก่อน เดี๋ยวเราเดินไปดูน้ำตกโตนไทรกัน

พอเริ่มเดินก็เป็นมีน้อง ๆ เดินสวนทางลงมาเห็นระยะ ก็ดีนะมาภูเก็ตเที่ยวน้ำตกในเขา เอ่ แต่ว่า ยังไม่เห็นน้ำตกเลย ก็เดินเข้าไปตามทางเรื่อย ๆ สังเกตุว่าต้นไม้ต้นใหญ่ๆ เต็มไปหมดเลย อากาศก็ไม่ร้อนนะ เพราะเมื่อวานฝนตก ดูเป็นป่าชุ่มชื้นดี เดินไปสักพักก็ได้ยินเสียงน้ำตก อะห้า……ใกล้ถึงน้ำตกแล้ว เดินขึ้นบันไดไปนิดนึง ก็เห็นน้ำตกโตนไทร เป็นน้ำตกเล็กๆ ไม่สูงมากนัก แต่มีน้ำไหลตลอดเวลา มองขึ้นไปข้างบนก็เป็นยังมีน้ำตกในชั้นถัดขึ้นไป แต่ก็ไม่ได้ขึ้นไปแล้วหละ เพื่อว่าเริ่มเมื่อยแล้ว ขอถ่ายรูป ถ่ายคลิปไว้ดูเป็นที่ระลึกก็แล้วกัน เสร็จแล้วก็เดินลงมา เตรียมไปกันต่อเพราะยังพอมีเวลา ยังไม่มืดเลย ตั้งใจว่าจะไปวัดพระใหญ่ที่เขานาคเกิด ไปต่อกันที่บทความหน้ากันเลย :-)

 

พาแม่เที่ยวภูเก็ต ภาค 5 ชมวิว 3 อ่าว

มาเล่ากันต่อหลังจากที่ได้ไปเที่ยวแหลมพรหมเทพกัน เราก็เลือกขับรถไปตามเส้นทางรอบเกาะโดยมุ่งหน้าไปทางหาดป่าตองนั้นเอง โปรแกรมพาแม่เที่ยวภูเก็ตในเส้นทางถัดไปคือ ไปชมวิว 3 อ่าว ที่จุดชมวิวกะรน ที่นี่ก็จัดว่าเป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่แห่งของภูเก็ต ประมาณว่า เที่ยวที่เดียว เห็นตั้ง 3 อ่าวแน่ะ

พาแม่เที่ยว จุดชมวิว 3 อ่าว

3 อ่าวที่พูดถึงนี่ก็คือ อ่าวกะตะน้อย อ่าวกะตะ และ อ่าวกะรน ตามลำดับโดยอ่าวกะตะน้อยอยู่ใกล้ที่สุด ตามด้วยอ่าวกะตะ อยู่ตรงกลาง และ อ่าวกะรน อยู่เป็นลำดับที่สาม ณ จุดชมวิว 3 อ่าวนี้ เราสามารถมองมาจากมุมบนยอดเขานั้น ช่างสวยงามเกินบรรยายจริง ๆ คนที่ค้นพบจุดชมวิวนี้ ต้องขอยกนิ้วให้เลย ว่าสุดยอดจริง ๆ สำหรับจุดชมวิว 3 อ่าวนี้เราเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่งตอนนั้น ต้นไม้ยังไม่ค่อยสูงมากนัก มาครั้งนี้ ต้นไม้ใหญ่ ๆ กิ่งก้านเริ่มบังวิวในบางจุดทำให้ถ่ายภาพค่อนข้างยาก แต่ก็ไม่เป็นไร เราอยู่กับธรรมชาติดีที่สุด อาศัยว่าเลือกหามุมเหมาะ ๆ ถ่ายมาอวดกันนิดนึง

จุดชมวิว 3 อ่าว ภูเก็ตจ้า

มองเห็นทะเลสีคราม มองเห็นอ่าวงาม ๆ ตั้ง สามอ่าว นอกจากนั้นแล้วยังสามารถมองเห็นพระใหญ่บนเขานาคเกิดได้อีกตั่งหาก และนั่นก็คืออีกหนึ่งโปรแกรมที่เราจะพาแม่เที่ยวอีกแห่งในภูเก็ต แต่ว่าตอนนี้ เก็บภาพวิวสวย ๆ ของจุดชมวิว 3 อ่าวกันก่อน เราได้บันทึกเป็นคลิปสั้น ๆ มาดูบรรยากาศโดยรอบกันได้เลย


อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นคนรักสุนัขเวลาไปไหนก็มักจะมีสุนัข หรือ หมามาทักทายเป็นประจำ มาถึงที่นี่ ก็มีหมาสีดำมายืนทักทายอีกแล้ว ก็เลยถ่ายรูปน้องหมามาเป็นที่ระลึก ที่จุดชมวิว 3 อ่าว เมื่อคราวก่อนกับคราวนี้เหมือนกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ ที่นี่มี นกเหยี่ยวที่เขามีมาบริการถ่ายภาพนักท่องเที่ยวเป็นที่ระลึกด้วยแต่ว่าเราไม่ได้ใช้บริการหรอกนะ นกตัวใหญ่ก็เลยกลัว กลัวนก แต่ไม่กลัวหมา อิอิ…… :-)

ยินดีต้อนรับสู่จุดชมวิว 3 อ่าว ภูเก็ตจ้า

ก็เมื่อเรามองมุมบนยอดเขาเห็น 3 อ่าวแล้ว เราก็จะไปสัมผัสอ่าว หาดทราย แสงแดดและคลื่นทะเลกันต่อ ว่าแล้วก็ออกรถขับลัดเลาะไปตามเขา เห็นทะเลอยู่ข้าง ๆ เป็นระยะ มองมากไม่ได้เพราะต้องขับรถ การขับรถเลาะเกาะที่นี่ไม่ถือว่ายากมากนัก เพราะโค้งไม่มาก ขับขึ้น ขับลง เป็นช่วง ๆ ไม่ค่อยหวาดเสียว แต่เราก็เลือกขับช่วงกลางวันเพราะมองเห็นเส้นทางชัดเจนดีกว่า กลางคืน ตอนมาครั้งแรกไม่รู้อะไรเลย ลงเครื่องมาได้ ก็มาพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ แล้วยังต้องไปต่อหาดป่าตอง คิดดูซิไม่เคยมาภูเก็ตเลย แล้วยังซ่าส์ ขับรถตอนมืด ๆ เลาะเกาะอีกตั่งหาก ตื่นเต้นมาก แต่ก็คงไม่มีโปรแกรมขับรถเลาะเกาะยามราตรีอีกแย้ว………

ไปเที่ยวอ่าวกะรนกันต่อ

พอขับไปเรื่อย ๆ ผ่านช่วงหาดกะตะ กะรน ก็สังเกตเห็นได้ว่า ฝรั่งเยอะมาก เขาก็คงจะชอบทะเลภูเก็ตเพราะฟ้าครามน้ำใส สวยติดอันดับโลกกันเชียวว่าแล้วพักแป๊บนึง……เดี่ยวมาเล่าต่อว่าไปหาดกะรนแล้วเป็นไงบ้าง :-)

 

พาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค 4 ชมวิวแหลมพรหมเทพ

:-) วันนี้ก็เป็นวันที่สองที่เราจะเที่ยวภูเก็ตกัน หลังจากที่เืมื่อวาน ไปนมัสการหลวงพ่อแช่ม ไปแวะบูชายันต์แมงมุมดักทรัพย์ที่วัดสีลสุภารามของหลวงปู่สุภา ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า แม่อายุมากแล้ว การนั่งเรือออกไปนอกเกาะอาจจะไม่สะดวกนัก เราก็เลยเลือกที่จะเที่ยวรอบเลาะเกาะภูเก็ตก็แล้วกัน ตื่นเช้ามาก็กินอาหารเช้าในโรงแรม ก็เลยไม่ได้ไปกินหมี่ต้นโพธิ์ที่อยู่ตรงข้ามโรงแรม ที่นั่นเขาดังนี่เน้อะแต่ว่าอิ่มแล้วก็ออกเดินทางกันต่อเลย โดยขับออกจากเมืองไปทางปลายเกาะภูเก็ต โดยตั้งใจจะไปแหลมพรหมเทพ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของภูเก็ต

พาแม่เที่ยวแหลมพรหมเทพ

ระหว่างทางก็ขับผ่านท่าเทียบเรือหาดราไวย์ ก็แวะซักกะหน่อย เพราะว่าห่างจากแหลมพรหมเทพประมาณ 2 กม เราก็เลยไปหาจอดรถ ถ่ายรูปทะเลสวย ๆ เก็บเป็นที่ระลึก เช้าวันนี้แดดดีมาก ทะเลก็สวยฟ้าก็ใส ดูบรรยากาศรอบ ๆ เอาก็แล้วกัน 😉

ท่าเทียบเรือหาดราไวย์อีกมุมของหาดราไวย์

โมบายเปลือกหอยไปแหลมพรหมเทพกันต่อ

😉 ใกล้ ๆ ตรงนั้นก็มีขายของที่ระลึก ก็เลยแวะไปซื้อโมบายเปลือกหอย ก็สวยดีเหมือนกัน เดินเล่นกันพอหอมปากหอมคอ ก็ออกเดินทางต่อโดยมีจุดหมายปลายทางที่แหลมพรหมเทพ ไปคราวนี้แดดเปรี้ยงเลย ขับรถเลาะไปตามถนนรอบเกาะ บรรยากาศดีมาก เพราะจะเห็นทะเลสลับไปกับต้นไม้เป็นระยะ ขับรถไปเรื่อย ๆ ไม่เร่งร้อน เพราะว่าถนนมีโค้งเวียนไปเวียนมาขึ้น ๆ ลง ๆ ไปตามเขา ขับไปไม่นานเราก็มาถึงบริเวณจุดชมวิวที่สามารถเห็นแหลมพรหมเทพได้

แหลมพรหมเทพ


วันนี้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมาก ลานจอดรถโล่งมาก ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่แดดเริ่มแรงมาก อากาศก็เริ่มร้อนขึ้นทุกที การจะขึ้นไปชมวิวด้านบนก็ต้องเดินขึ้นบันไดไปไกลโข ต้องพักกันหลายตลบ แต่ก็ดีอย่างหนึง ที่เห็นภาพทะเลเป็นสีครามสวยงามมาก แหลมพรหมเทพ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า แหลมเจ้า เป็นแหลมที่ยื่นเข้าไปในทะเล ( เหมือนที่เรียนมาในสมัยเด็ก ๆ ) ถูกโอบด้วยทะเลซ้ายและขวา จะเห็นฟองคลื่นกระทบเห็นเป็นสีขาวดูสวยงามจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะบรรยายกันยังไง ดูภาพ กับดูคลิปก็แล้วกัน :-)

อีกมุมของจุดชมวิวแหลมพรหมเทพมุมไกลของแหลมพรหมเทพ

มาครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วได้ จะเห็นได้ว่า กลุ่มต้นตาลเริ่มหายไปจากแหลมพรหมเทพเป็นจำนวนมาก พอกลับไปดูเก่า ๆ ก็จะเห็นได้ว่า ต้นตาล เริ่มยอดด้วนไปจำนวนไม่น้อย พอมาถึงปีนี้ ต้นตาลหายไปเยอะจริง ๆ

แหลมพรหมเทพยามเย็นใคร ๆ ก็มาแหลมพรหมเทพ

เพราะโดยปกติแล้วในยามเย็นนั้นลานจอดรถที่นี้เต็มตลอด ซึ่งผู้คนมักนิยมมาในช่วงเย็นมากกว่า ก็ดูจากภาพเอาเถอะ ว่าคนเยอะจริงหรือเปล่า ไม่รู้ว่ามาจากไหนกัน แห่แหนกันไปดูพระอาทิตย์ตกกันที่นี้ และพวกเราก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน ซึ่งคราวก่อนที่มา ก็พาแม่มาชมวิวที่แหลมพรหมเทพตอนพระอาทิตย์จะตกดิน แต่ก็ไม่ทันดูตอนตกดินหรอก เพราะต้องเช็คอินที่ป่าตองก็เลยไม่ได้รอดูพระอาทิตย์ตกดิน แหลมพรหมเทพก็เป็นเหมือนจุดชมวิวยอดนิยมของเกาะภูเก็ตและก็เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ก็เพราะว่าพระอาทิตย์ตกดินปลายเกาะภูเก็ตที่แหลมพรหมเทพเป็นกิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยว จะได้ยินหลายภาษาที่นักท่องเที่ยวสนทนากัน ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง แต่เราก็ภูมิใจนะ เกาะภูเก็ตของเรานี่โด่งดังสมกับฉายาไข่มุกอันดามัน :-)

ยามเย็นที่แหลมพรหมเทพมารอดูพระอาทิตย์ตกดินที่แหลมพรหมเทพ

อีกอย่างหนึ่งที่เคยเป็นสัญญาลักษณ์ของแหลมพรหมเทพนั่นก็คือ กลุ่มต้นตาล สูงตะหง่าน ดูสวยงามมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้มาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย ยิ่งถ้ามีพระอาทิตย์ตกดินที่ปลายแหลมพรหมเทพก็ไร้คำบรรยาย มีรูปคราวก่อนมาให้ดูนิดนึง เพราะคราวที่แล้วมาเที่ยวแหลมพรหมเทพฝนตกจ้า มันก็เลยเห็นก้อนเมฆมืด ๆ แบบที่เห็นนั่นแหละ ที่แหลมพรหมเทพนี้ยังเป็นที่ตั้งของ ประภาคารกาญจนาภิเษก สร้างขึ้นโดยกองทัพเรือและประชาชนชาวภูเก็ต เนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช 2539 ก็เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลโดยรอบและแหลมพรหมเทพได้อย่างสวยงาม 😉

ตะวันตกดินที่แหลมพรหมเทพประภาคารกาญจนาภิเษก

มาถึงแล้วก็ต้องถ่ายรูปกันหน่อย เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ อ้าวต้องไปกันต่อ ซึ่งมีจุดหมายอยู่ที่จุดชมแวะสามอ่าวที่ตำบลกะรน งั้นไปดูกันต่อในบทความต่อไป :-)

ไปชมวิว 3 อ่าวที่กะตะ

ป้ายกำกับ
กุ้งเผาทองชุบ ค้างคาวแม่ไก่ ตลาดน้ำบางคล้า ตลาดร้อยปี ถนนข้าวก่ำ ถนนข้าวทิพย์ ถนนข้าวปุ้น ถนนข้าวยำ ถนนข้าวลอดช่อง ถนนข้าวสาร ถนนข้าวสุก ถนนข้าวหมูแดง ถนนข้าวหลาม ถนนข้าวหอมมะลิ ถนนข้าวฮาง ถนนข้าวเปลือก ถนนข้าวเปียก ถนนข้าวเม่า ถนนข้าวเหนียว ถนนข้าวแช่ ถนนข้าวแต๋น ปางนอนเสวยสุข พระพิฆเนศ พาแม่เที่ยว พาแม่เที่ยวภูเก็ต ริมน้ำบางปะกง ร้านอร่อย ลักยิ้ม วัดบางพลีใหญ่ วัดสมานรัตนาราม วัดโพธิ์บางคล้า สงกรานต์ สิงหาพาแม่เที่ยว เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวฉะเชิงเทรา เที่ยวภูเก็ต เที่ยวราชบุรี เที่ยววัด เที่ยวสบาย เที่ยวสระบุรี เที่ยวสิงห์บุรี เที่ยวไทย แนะนำร้านอร่อย ไหว้พระ 9 วัด ไหว้พระวัดไหนดี
กันยายน 2017
พฤ อา
« ส.ค.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  
Your IP Address is:

 






  • ลิ้งค์พันธมิตร


  • สารบัญเว็บไทย
  • software download
  • ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บฟรี เพิ่มเว็บไซต์ฟรี แลกลิงค์
  • ThaiAll
  • sawatdeekrab.com งานhandmade งานฝีมือ ขายงานฝีมือ ฝากขายงานฝีมือ

  • สถานที่ท่องเที่ยว

  • voucher ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ที่พัก ปาย หัวหิน น่าน เลย เชียงใหม่ บัตรลดราคา

  • Free Web Submission
  • Free SEO Tools

  • FigureStore.NET แหล่งรวมของสะสมขนาดเล็กที่ยิ่งใหญ่ในเมืองไทย
  • ของเล็ก ของจิ๋ว Choco Egg Chocoq ลดล้างสต๊อก

  • รูปน้ำตก



  • สถิติการเยี่ยมชม