Archive for the ‘เที่ยววัด’ Category

สักการะพระพุทธฉายไหว้พระพุทธบาทที่สระบุรี

😉 บทความก่อนหน้านี้ พาเที่ยวพระพุทธบาทสระบุรีแล้ว ก็ยังค้างกันไว้ว่า จะพาเที่ยวพระพุทธฉาย ทริปนี้ขอเป็นสักการะพระพุทธฉายไหว้พระพุทธบาทเบื้องขวาที่สระบุรีก็แล้วกัน ซึ่งเป็นสถานที่สำคัญทางพระพุทธศาสนาอีกที่หนึ่งในจังหวัดสระบุรี ซึ่งก็อยู่ไม่ห่างกันมากนัก พอจะแวะมาได้ก่อนกลับเข้ากรุงเทพ ก็สามารถใช้แผนที่ที่เราไปพระพุทธบาทสระบุรี ( ดูที่ด้านล่างของบทความนี้ก็ได้ ) วันที่ไปพระพุทธฉายนั้น ก็ตื่นเต้นดีนะเพราะว่าขับรถเลี้ยวจากถนนพหลโยธินไปตามป้ายบอกทาง ที่จะไปพระพุทธฉาย ขับจากถนนใหญ่ไปไม่ไกลนัก ก็จะมาถึงพระพุทธฉาย พอจอดที่ลานจอดรถก็เดินมาตรงทางขึ้น โอ้….แม่เจ้า นั้นขั้นบันไดหรือนั่น ช่างหลายขั้น และชันยิ่งนัก อันนี้ไม่แนะนำให้พาผู้สูงอายุขึ้นเลยนะ เพราะจะทรมานท่านมาก ไหว้อยู่ด้านล่างก็แล้วกัน พวกเรายังพอไหวขอขึ้นบันไดไปไหว้ก่อนก็แล้วกัน เพราะถ้าอายุมากขึ้นแล้ว คงไม่สามารถขึ้นได้เช่นกัน ว่าแล้วอย่ารอช้า ขึ้นบันไดตามกันมาเลย :-)

เที่ยวพระพุทธฉาย บันไดหลายชั้น สระบุรี เที่ยวพระพุทธฉาย สระบุรี

จรเข้มาทำอะไร เที่ยวพระพุทธฉาย สระบุรี

หอบแฮ่ก แฮ่ก ระหว่างทางขึ้น เห็นตุ๊กตาจระเข้ วางอยู่ เออ..นึกในใจใครลืมไว้หว่า ?????? ก็มีผู้รู้มาอธิบายว่า ที่นี่ลิงมันเยอะ แล้วก็ค่อนข้างดุ ดังนั้นก็เลยใช้อุบายเอาจระเข้ปลอมนี่แหละมาวางหลอกลิงไว้ มันจะได้ไม่มาเข้าใกล้ แหม…กลยุทธเขาเด็ดจริง ๆ เดินไปเรื่อย ๆ ก็มาถึงหินก้อนใหญ่ ที่เป็นที่ตั้งของพระพุทธฉาย บรรยายไม่ถูกเลยว่ารู้สึกยังไง ช่างเป็นปีติยิ่งนัก เห็นพื้นที่ที่มีการปิดทองแล้วก็แหงนหน้าขึ้นมองด้านบน จะเห็นคล้าย ๆ เป็นภาพพระ ที่นี่แหละ พระพุทธฉาย
พระพุทธฉาย สระบุรี

ตามประวัติโดยย่อ พระพุทธฉาย เป็นภาพสีของสมเด็จสัมมาสัมพุทธเจ้าปรากฏประทับติดอยู่กับชะง่อนหน้าผาสูงมีลักษณะเป็นเงาสีแดงคล้ายประภามณฑล หรือรัศมีโดยรอบพระพุทธรูป คล้ายสีดินเทศ มีความสูงประมาณ 5 เมตร ค้นพบสมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม ซึ่งค้นพบพร้อมกับรอยพระพุทธบาทที่สระบุรี ในบริเวณใกล้เคียงมีมณฑปประดิษฐานรอยพระพุทธบาทเบื้องขวามณฑปหลังนี้สร้างขึ้นในสมัยสมเด็จพระเจ้าเสือ และมีต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่อัญเชิญมาจากลังกา เมื่อ พ.ศ. 2492 ทุกปีจะมีงานนมัสการพระพุทธฉายพร้อมกับงานนมัสการรอยพระพุทธบาทที่จังหวัดสระบุรี


เมื่อไหว้พระพุทธฉาย อธิษฐานขอพรเสร็จแล้ว แล้วลงมาด้านล่าง เพื่อเตรียมขึ้นไปไหว้พระพุทธบาทที่ยอดเขาด้านบนก่อนมีเหตุการณ์ตื่นเต้นอีก ก็ตอนลงบันไดได้สวนกับผู้ที่จะขึ้นไปไหว้ กลุ่มพี่ ๆ เขาก็ใจดีนะ เอาลูกชิ้นเกี๊ยวทอดให้น้องลิงกิน และด้วยความฉับไว น้องลิงก็แยกเขี้ยวยิงฟัน กระโดดเข้าแย่งถุงลูกชิ้นมากินซะหมดเลย เป็นอันว่า เสียทีลิงซะก็แล้วกัน ดูรูปแล้วก็หวาดเสียว
บู๊กับลิง ฉากที่ 1 บู๊กับลิง ฉากที่ 2
บู๊กับลิง ฉากที่ 3 บู๊กับลิง ฉากที่ 4
เล่าเรื่องขำๆ ไปแล้ว งั้นเราก็ขับรถไปตามทางขึ้นเขาไปอีกนิดเพื่อที่จะไปไหว้พระพุทธบาทเบื้องขวา ขับไปเรื่อย ๆ และแล้ว ก็มาถึงลานจอดรถด้านบน พอลงรถเราก็เจอหมู่ลิง ที่ดูเหมือนจะเป็นมิตร และ ไม่ค่อยเป็นมิตรสักเท่าไหร่ นอกจากนั้น ยังเจอรถของกองถ่ายหนังจักร ๆ วงศ์ ของช่องเจ็ดสีซะด้วย ก็เพิ่งรู้นะว่า เขามาถ่ายละครกันที่นี่ด้วย จะว่าไปก็ได้บรรยากาศป่า ๆ เขา ๆ ไปอีกแบบ พอลงรถปั๊ป สบตาน้องลิงปุ๊ป เอาเป็นว่า ทางใคร ทางมัน ไม่ต้องมาแยกเขี้ยวใส่เรา เราไม่ทำร้ายเจ้า ดังนั้น เจ้าอย่ามาทำร้ายเรา อิอิ นึกในใจ วันนี้ คงไม่ทะเลาะกับลิง

แต่อุปสรรคอีกอย่างหนึ่งสำหรับทริปนี้คือ การเดินขึ้นบันไดจำนวนหลายขั้นมาก เพื่อที่ไปถึงยอดเขาด้านบน อันนี้ไม่แนะนำให้พาผู้สูงอายุเดินขึ้นไปนะ เพราะว่า อาจทำให้ปวดขา ปวดเข่า และจะทำให้ไม่สบายได้ ดังนั้น ถ้าใครจะพาแม่เที่ยวพระพุทธฉายนั้น สุขภาพของท่านต้องแข็งแรงมาก ๆ เอาเป็นว่าขอแนะนำให้ ไหว้พระอยู่ด้านล่างก็ได้ ไม่ต้องขึ้นบันไดหรอกเพราะว่ามันเมื่อยมากจริง ๆ
ทางเดินขี้นไปไหว้พระพุทธบาทเบื้องขวา น่าเมื่อยมั๊ยหละ
ดูภาพที่เดินขึ้นไป ก็นึกในใจว่า เมื่อไหร่ เราจะขึ้นไปถึงด้านบนสักกะที มันเมื่อยมาก อากาศไม่ค่อยร้อนเพราะว่ามีต้นไม้ มีก้อนหินใหญ่มาช่วยบังแสงแดด ถ้าใครยังไม่เคยไปเที่ยว ก็แนะนำให้มาซะก่อนจะแก่ เพราะถ้าเข้าสู่สภาวะร่างกายแก่แล้ว ทริปนี้ไม่แนะนำจ๊ะ เมื่อเดินขึ้นบันไดไปก็จะมีช่วงพักแนวราบเป็นระยะ ๆ เดินไปเรื่อยๆ ก็เริ่มหายใจแรงขึ้น ถี่ขึ้นขาเริ่มหนักขึ้น อู้ย…….เมื่อไหร่จะถึงสักที เดินไป บ่นไป และแล้วก็มาถึงยอดเขาด้านบนในที่สุด ตอนที่ไปเขากำลังสร้างวิหารหลวงพ่อหยกขาว แต่ว่า ไม่ได้เข้าไปไหว้พระที่ด้านใน เพราะเริ่มหมดแรง ขอเดินต่อไปอีกนิด เพื่อขึ้นสู่ยอดเขาด้านบน เพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาทด้าน …..ก่อนก็แล้วกัน
พระพุทธบาทเบื้องขวา ที่พระพุทธฉาย สระบุรี

เมื่อมาถึงก็เห็นบรรยากาศโดยรอบเห็นต้นไม้ ถนน รถรา ที่วิ่งอยู่ด้านล่าง ความรู้สึกเหนื่อยก็หายไปเยอะเลย มาถึงก็ไปไหว้พระก่อน แล้วก็เข้าไปในวิหารด้านในที่กำลังบูรณะอยู่ เห็นรอยพระพุทธบาทที่เจ้าหน้าที่สร้างกรอบกระจกครอบเอาไว้ เราก็ขอไปกราบใกล้ ๆ อธิษฐานขอพรเพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตนเอง และ ครอบครัวแล้วก็ขอนั่งพักสักพักนึง ก่อนจะลงเขาไป ระหว่างที่พักอยู่นั้น ก็มีคุณลุงผู้เป็นเจ้าหน้าที่มาพูดคุยแนะนำสถานที่ คุณลุงเล่าว่า ที่นี่มีคนมาไหว้เยอะ นอกนั้น ยังมีพวกกองถ่ายหนังมาที่นี่บ่อย ๆ เรื่องโน้น เรื่องนี้ เรื่องนั้น แต่มาสะดุดตรงก้อนหินใหญ่ก้อนหนึ่ง ที่คุณลุงเล่าว่า ก้อนหินก้อนนั้น ศรรามก็ยืนตะโกนว่า เหินฟ้า าาาาาาา….  มาแล้ว ทำให้นึกขำในใจว่า พี่หนุ่ม ก็ยังมาถ่ายละครเรื่อง ผยอง กับเขาด้วยเหมือนกัน

เหินฟ้า ยิ้มละมัย

แผนที่ทางไปพระพุทธฉายก็ดูได้ข้างล่างนี่เลย ไปไม่ยากหรอก
แผนที่พระพุทธฉายสระบุรี

เอาไว้ถ้าคราวนี้มีเวลาอยากแนะนำให้มาเที่ยวสระบุรี ใกล้ ๆ นี้เอง ที่แนะนำมาก็มีไปไหว้พระ ที่หนองแค คือ หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ พระพุทธบาท และ พระพุทธฉาย ที่จริงแล้ว สระบุรีมีที่เที่ยวอีกตั้งเยอะเอาไว้แนะนำเพิ่มกันที่ทีเน้อะ

เที่ยวพระพุทธบาทสระบุรี

ใกล้จะถึงวันเข้าพรรษาแล้ว ทำให้นึกถึงประเพณีการตักบาตรดอกไม้ ที่สระบุรี ประเพณีที่งดงามตื่นตาตื่นใจ งั้นวันนี้มาแนะนำอีกที่ที่น่าไปเที่ยวมาก  ๆ อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก นั่นคือ พระพุทธบาท ที่จังหวัดสระบุรี เส้นทางไปพระพุทธบาท ก็ไปไม่ยาก  คลิ๊กดูแผนที่ที่ด้านล่างของบทความนี้ได้เลย  จำได้ว่า เมื่อตอนเด็ก ๆ เคยไปไหว้พระพุทธบาทกับพ่อแม่ รู้สึกว่าสนุกมาก เพราะเดินขึ้นบันได ไปตีระฆัง มันสนุกจริง และเมื่อเวลาผ่านไป ก็มีโอกาสมาเที่ยวพระพุทธบาท ที่สระบุรี อีกครั้ง อายุก็มากขึ้น การขึ้นบันได มันชักไม่ค่อยสนุกซะแล้วซิเรา แต่เมื่อมาทำบุญแล้ว  เราก็ต้องขึ้นไปนมัสการสักการะบูชาและขอพรจากพระพุทธบาท เพื่อเป็นสิริมงคล  สำหรับทริปนี้ แนะนำว่าถ้าพาแม่มาเที่ยวพระพุทธบาท ต้องไปขึ้นอีกด้านหนึ่งที่อยู่ด้านหลังบันไดพญานาคนะ เหตุผลนั้นก็เพราะว่าด้านนี้จำนวนขั้นบันไดไม่มากนัก และค่อย ๆ ลาดเอียง ทำให้สามารถเดินขึ้นไปไม่ลำบากนัก แต่ถ้าผู้สูงอายุมาก ๆ ไม่แนะนำให้ขึ้นไปนะ เนื่องจากอาจจะปวดขา ปวดเข่าได้ ที่นี่ ไม่มีรถเคเบิ้ลเหมือนดอยสุเทพนะ จะบอกให้  แต่ไฮไลท์ของที่นี่คือ การขึ้นเขาสุวรรณบรรพตเพื่อไปนมัสการพระพุทธบาท นั่นเอง :)
พระพุทธบาท สระบุรี


 

เมื่อเราขึ้นบันไดไปสูงสุดแล้วก่อนเข้าไปในพระมณฑป ก็มานั่งไหว้พระกันด้านนอกของพระเจดีย์กันก่อน อธิษฐานตามปรารถนารอบแรก เสร็จแล้วก็เข้าไปนมัสการ ปิดทอง บูชาองค์พระพุทธบาท ตอนเข้าไปนะ รู้สึกถึงความเย็นสงบ วันที่ไป ไม่ค่อยมีคนมากนัก ก็ได้โอกาสนั่งอธิษฐานขอพร และก้มลงปิดทองที่พระพุทธบาท ก้มจริง ๆ ลองไปดูแล้วจะรู้ สีทองนั้นเหลืองอร่าม บ่งบอกถึงความศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่ท่วมท้น และยาวนาน

รอยพระพุทธบาท สระบุรี รอยพระพุทธบาท สระบุรี

ตอนนี้ทางวัดทำอคิลิกใสครอบฐานของพระพุทธบาทรวมถึงปูพื้นทับเสื่อทอเงิน นี่เป็นที่แรกและที่เดียวนะ ที่เรามีโอกาสได้เห็นเสื่อทอเงิน ศิลปะ หัตกรรมที่บรรจงสร้างถวายเป็นพุทธบูชา ตามประวัตินี่ เขาบอกว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดให้สร้างขึ้น  นั่นหมายความว่าเสื่อทอเงินที่เราเห็นนั้นมีอายุไม่น้อยกว่า ร้อยปี เลยที่เดียวเชียวแหละ
เสื่อทอเงิน ตีระฆัง พระพุทธบาท สระบุรี

 

ตามประวัติพระพุทธบาท นั้น ถูกค้นพบในสมัยของพระเจ้าทรงธรรมในสมัยกรุงอยุธยา โดยคณะสงฆ์ในสมัยนั้นได้เดินทางไปนมัสการพระพุทธบาท ที่เขาสุมนกูฏในลังกาทวีป ทำให้พระสงฆ์ของลังกามีความสงสัยว่า ทำไมพระสงฆ์ไทยเดินทางมาถึงลังกาทวีป ทั้งที่ในประเทศไทย หรือ สยามในเวลานั้น ก็มีรอยพระพุทธบาทที่เขาสุวรรณบรรพต ด้วยเหตุนี้เอง เมื่อพระสงฆ์ไทยกลับมาถึงแล้วจึงกราบทูลพระเจ้าทรงธรรม เกี่ยวกับเรื่องพระพุทธบาทในประเทศไทย ทำได้เริ่มมีการค้นหาและก็ได้พบว่า ที่สระบุรีนี้เอง  โดยประวัติที่เขาเล่าต่อ ๆ กันมาก็คือ พรานบุญได้ติดตามเนื้อที่ถูกยิงบาดเจ็บแล้วหลบหนีไปยังเชิงเขา สักพัก เนื้อตัวนั้น ก็ออกมาแบบไม่มีบาดแผลใด ๆ  สร้างความประหลาดใจให้แก่พรานบุญยิ่งนัก ทำให้พรานบุญเข้าไปสำรวจพื้นที่บริเวณนั้น พบเพียงแอ่งน้ำบนก้อนหิน พรานบุญจึงลองนำน้ำนั้นมาลูบไล้ตัว ปรากฏว่า รอยแผล กลากเกลื้อนตามผิวหนังก็หายไปเช่นกัน ทำให้พรานบุญถึงบางอ้อ  ว่า ทำไมหนอ ตัวเนื้อตัวนั้นจึงไม่มีบาดแผลทั้งที่ได้รับบาดเจ็บมา ทำให้ทราบถึงความศักดิ์สิทธิ์ของบ่อน้ำนั้น เมื่อเรื่องราวดังกล่าวไปถึงพระเจ้าทรงธรรม พระองค์ทางสั่งให้ค้นหา และก็ทำให้พบรอยพระพุทธบาท ที่สระบุรี นั่นเอง
พระพุทธบาท

 

การเดินทางมาไหว้พระพุทธบาท นั้น มาง่ายและสะดวกมาก ๆ เพราะอยู่ติดถนนใหญ่ ทางหลวงหมายเลข 1  ถ้ามาจากกรุงเทพ ก็ใช้เส้นพหลโยธินมุ่งหน้ามาทางสระบุรีตรงผ่านตัวเมืองสระบุรีมาเลย ไม่ต้องเลี้ยวขวาไปทางโคราชนะ เดี๋ยวจะหลง เมื่อผ่านตัวเมืองมาสักระยะ ประมาณ 15 กิโลเมตร จะพบแยกตัววาย ตรงพุแค ให้ชิดซ้ายมาตามถนนใหญ่ ขับมาตามถนน อีกประมาณ 15 กิโลเมตร ก็จะถึงวัดพระพุทธบาทราชวรมหาวิหาร ซึ่งตั้งอยู่ที่ อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ดูแผนที่ด้านล่าง และคลิ๊กขยายใหญ่ได้เลยจ้า
แผนที่พระพุทธบาท

สำหรับปีนี้งานตักบาตรดอกไม้ พระ 3000 รูป ที่พระพุทธบาท สระบุรีนั้น จัดขึ้นในวันพุธที่ 1 สิงหาคม 2555 เวลา 6.00 – 8.00 น ณ บริเวณถนนสายคู่ หน้าพระมณฑปฯ วัดพระพุทธบาท สระบุรี  :-) แหม ถ้าจะไปเที่ยวสระบุรีทั้งทีอย่าลืมแวะไปไหว้หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิืทธิ์ด้วยนะ ถ้าไปไม่ถูกก็ไปดูบทความก่อนหน้านี้ก็ได้ และถ้าพูดถึงพระพุทธบาท สระบุรีแล้ว ยังมีอีกสถานที่หนึ่งที่ที่เป็นที่เที่ยวสระบุรี นี่แหละที่น่าจะไปเที่ยวเหมือนกัน นั่นก็คือ พระพุทธฉาย  รอบหน้า เราไปนมัสการพระพุทธฉายกันต่อเลย 😉

พาแม่ไหว้พระสักการะหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ หนองแค สระบุรี

ไม่ได้มาอัพเดทกันนาน วันนี้ขอแนะนำอีกโปรแกรม” พาแม่เที่ยว ” คราวนี้มาไหว้” หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ” กัน ก็ไปไม่ไกลจากกรุงเทพ อยู่เลียบคลองระพีพัฒน์ ฯ แค่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี นี่เอง เรามีแผนที่มาฝากด้วย ( อยู่ด้านล่างของบทความนี้นะจ๊ะ ) ไม่ต้องกลัวหลงทาง ถ้าพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแล้วละก้อ..ถามคนพื้นที่รับรองได้ว่ามีความศรัทธาและเลื่อมใสในหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ อย่างเหนียวแน่นเป็นแน่นอน  และที่เราได้มีโอกาสรู้จักเรื่องราวเหล่านี้ก็เพราะว่า แม่เราเป็นคนพื้นที่นั่นเอง อิอิ :-)  ต้องบอกว่า มาไหว้หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ทุกปี ปีละ หลาย ๆ ครั้ง ก็เลยคิดว่าเรามีสิ่งดี ๆ ก็มาบอกกันให้รู้

หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

 

หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนในย่านนั้นเป็นอย่างมาก ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว  ถ้าใครไปกราบสักการะ ขอพรจากหลวงพ่อ ก็จะสำเร็จ สมด้งปรารถนากัน  และที่นีจะมีงานประจำปีในช่วงเดือน 12 หรือ งานช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุก ๆ ปี จะมีงานฉลอง มีร้านค้ามากมาย สนุกดี ตามบรรยากาศไทย ๆ แบบพี้นบ้าน เราช๊อบชอบ

โดยปกติแล้วจะมีผู้คนไปกราบไหว้ ขอพร สักการะบูชา รวมถึงบนบาน หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์กันอยู่เป็นประจำ อย่างหนาแน่น ส่วนใหญ่ก็สำเร็จสมดังประสงค์  สุขสมหวังกันโดยถ้วนหน้า จึงทำให้มีการบอกกัน แบบปากต่อปาก ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ  ถ้าเล่าถึงประวัติหลวงพ่อ ก็ยิ่งตื่นเต้นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริง และไม่ได้อยู่ใกล้จากเราเลย   ดูแผนที่ด้านล่างได้เลยจ้า คลิกดูภาพใหญ่กันเลย
แผนที่ไปวิหารหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

การเดินทางไปก็ไปได้หลายทาง  แต่ที่อยากจะแนะนำง่าย ๆ คือ ถนนเลียบ คลองระพีพัฒน์  ถ้าไปจากกรุงเทพ ก็ใช้เส้นพหลโยธิน ขอเริ่มต้นกันที่รังสิต ก็แล้วกัน  เราไม่ไปสายเอเชียนะจ๊ะ  แต่เราจะใช้เส้นที่มุ่งหน้าเข้าสระบุรี หรือทางเดียวกันกับที่ไปโคราชนั่นแหละ เราก็ต้องผ่านประตูน้ำพระอินทร์ ตรงไปเรื่อย ๆ เราก็จะผ่านวังน้อย ขับตรงไปก่อนนะ ไม่นาน เราก็จะเข้าเขตจังหวัดสระบุรี สังเกตุจะเห็นป้ายโฆษณายางบริสโตนป้ายใหญ่ ก็ให้เราเตรียมชิดซ้ายวิ่งเข้าเลนส์คู่ขนาน เพราะขับไปอีกนิดจะมีทางแยกใหญ่ให้เลี้ยวซ้ายไปนิดเดียว จะมีถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ตัดขวางอยู่ก็ให้เราเลี้ยวซ้ายอีกที เพราะขึ้นถนนเลียบคลองระพีพัฒน์  แต่ถ้าไม่แน่ใจ ก็ขับตรงผ่านแยกนี้ไปก็ได้ ขับไปอีกนิด จะเจอป้ายใหญ่บอกว่า คลองระพีพัฒน์ ก็ให้เลี้ยวซ้ายขับเลียบคลองได้เลยจ้า พอเราขับรถบนถนนเลียบคลองก็ขับไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องกลัวหลง สังเกตุว่า ต้องผ่านโรงงานกระเบื้อง โสสุโก้  ผ่านโรงงาน เฟอโร นั่นแหละ ใกล้ถึงแล้ว และเราก็จะเห็นป้ายยินดีต้อนรับ ของเทศบาลคชสิทธิ์ อิอิ 😛 คราวนี้ ถึงแล้วจ้า สังเกตุได้ว่า จะเห็นพระอุโบสถเด่นเป็นสง่าอยู่เลียบคลองระพีพัฒน์ นั่นแหละ เรามาถึงแล้ว ……….เย้  เห็นมั๊ยไม่ยากเลย ง่ายนิดเดียวเอง ใช้เวลา ประมาณ 1 ชั่วโมง นิด ๆ ถ้าขับแบบเรื่อย ๆ ชิว ชิว  :-)


ตามประวัติ หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ท่านเป็นพระพุทธรูปดิน ประดิษฐานอยู่ริมคลองคลองระพีพัฒน์ ฝั่งขวา ที่เป็นคลองชลประทาน ชาวบ้านมักจะเรียกว่า คลอง 7 อาร์ ( สันนิษฐานว่า อาร์ หรือ ไรท์ – right  ที่แปลว่า ขวา ) หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์  นั้นหันหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือว่า หันหน้าไปทางคลองระพีพัฒน์ นั่นเอง หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปเก่า   ซึ่งมีการขุดพบโดยบังเอิญ  ที่หมู่บ้านหนองตาโล่ ต. คชสิทธิ์ อ. หนองแค จังหวัด สระบุรี  ตามเอกสารที่ค้นกันมา ระบุว่า ในวันจันทร์ที่ 2 ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ในปี 2502  ( เอ่ แต่พอกลับไปตรวจกับ ปฏิทิน 100 ปี พบว่า วันจันทร์ ที่ 2 ของเดือน 12 ในปี 2502 นั้น เป็นวันที่  2 พฤศจิกายน 2502  ซึ่งตรงกับวัน ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 12 — งั้นเอาเป็นว่า ปี 2502 ก็แล้วกัน ) เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเนินดินที่มีความสูงกว่าองค์หลวงพ่อและเป็นทางเดินของผู้คนในระแวกนั้น โดยอยู่ริมคลองระพีพัฒน์ซึ่งเป็นคลองขุดในสมัยรัชการลที่ 5 และอยู่ใกล้กับประตูน้ำพระเอกาทศรถ ในช่วงนั้นมีกรมชลประทานได้มีการขุดดินจากเนินไปถมริมตลิ่งทีน้ำกัดเซาะ ก็บังเอิญไปพบดินที่แข็งมากกว่าปกติ ก็พยายามจะขุดจนกระทั่งก้อนดินนั้นออกมาเท่าทีจะทำได้จนกระทั่ง แตกออกมาเห็นเป็นรูปพระ   ชาวบ้านก็มามุงดูกันตามวิสัย ไทยมุง ที่สืบต่อกันมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน บ้างก็ว่าเป็นพระพุทธรูปมาเกิด บ้างก็ว่า พวกคนงานกรมชลประทานเอาดินมาปั้นเป็นรูปพระ

วิหารริมน้ำด้านคลองระพีพัฒน์
และเย็นวันนั้นเอง ป้าฝอยซึ่งเป็นชาวบ้านย่านหนองตาโล่ จะกลับบ้านหลังจากที่ได้ไปรับจ้างหาบข้าวลงเรือที่แยกเจ็ดอาร์ ป้าฝอยได้เดินผ่านหลวงพ่อก็ไม่ได้นึกว่าดินนั้นจะเป็นพระพุทธรูปจริง ๆ ก็เลยเอาเปลือกอ้อย แทนธูป เอาเปลือกใบมะขามเทศมาแทนทอง ไปไหว้เหมือนล้อเลียน ป้าฝอยยังเดินทางกลับไม่ถึงบ้านก็มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง และนึกออกว่าไปไหว้ล้อเลียนองค์พระด้วยความรู้ไม่ถึงการณ์ ดังนั้นป้าฝอยจึงไปจุดธุปกราบขอขมาหลวงพ่อ ทำให้อาการปวดหัวหายไปในบัดดล   และในช่วงเย็นของวันนั้นเอง มีการเข้าทรงโดยคุณยายเกลี้ยง สุขเจริญ  ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็ไม่เคยเป็นคนทรงมาก่อน จึงมีการสอบถามหลวงพ่อมาท่านมาจากไหน มีชื่อว่าอะไร หลวงพ่อบอกว่า มาอยู่ที่ตั้ง สองสมัยแล้ว มาคล้องช้างอยู่ 3 วัน แต่ก็ไม่ได้ช้าง ในขณะที่นอนหลับอยู่บนแคร่ พระเครื่องได้ตกหล่นแต่ก็หาไม่เจอ จนในที่สุดมีคนเอาดินมาถมในบริเวณนี้  หากอยากรู้ว่าหลวงพ่ออะไร ก็ให้นิมนต์พระ 5 วัดมาสวด และ ตั้งศาลเพียงตา ให้ทำขันธ์ 5 ทุก ๆ วัน และให้จัดงานกลางเดือน 12 ทุก ๆ ปี  ซึ่งชาวบ้านก็ยินยอม แล้วท่านก็บอกว่า ท่านชื่อ  สำเร็จศักดิ์สิทธิ์  หากใครมากราบไหว้ทำอะไรก็สำเร็จตามที่คิดไว้  ต่อมาได้มีการโบกปูนปิดองค์ที่เป็นดินของหลวงพ่อไว้ อีกชั้น ปาฏิหารย์ของหลวงพ่อที่ปรากฎต่อชาวบ้านมีอีกมากมาย ทั้งน้ำมนต์ที่มีเสียงดังจี๊ด ๆ รวมถึงฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ กับ พวกที่พยายามจะย้ายองค์หลวงพ่อ จนไม่มีใครกล้ามาย้ายที่หลวงพ่ออีกเลย

วิหารหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

คาถาที่ขอพรจากหลวงพ่อ คือ ตั้ง นะโม 3 จบ
พระพุทธัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์
พระธัมมัง  สำเร็จศักดิ์สิทธิ์
พระสังฆัง  สำเร็จศักดิ์สิทธิ์

แล้วก็ตั้งใจอธิษฐานขอพรกันให้สำเร็จดังหวัง…….สาธุ

ชาวบ้านมีความศรัทธาเลื่อมใส และเชื่อกันว่าหลวงพ่อมีความศักดิ์สิทธิ์มาก อธิษฐานขอพรก็สำเร็จสมดังที่ปรารถนากันถ้วนหน้า สมกับชื่อของหลวงพ่อจริง ๆ :-)

ปัจจุบันนี้ ได้มีการปรับปรุงพระวิหารของหลวงพ่อให้สง่างาม ตั้งอยู่ริมน้ำ บรรยากาศก็ดี ถ้ามีโอกาส อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ พาครอบครัวไปสักการะหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ขอพรหลวงพ่อ เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว และขอให้สมหวังดังปรารถนาทุกคนนะจ๊ะ 😉

พาแม่เที่ยว..แช่น้ำแร่ที่วัดวังขนาย

กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ค่อนข้างยุ่งมาก ๆ กับภารกิจต่าง ๆ เอาหละ คราวนี้มาแนะนำโปรแกรมพาแม่เที่ยวกันอีกดีหว่า “ สิงหาพาแม่เที่ยว “ โปรแกรมนี้ ช่วยแก้ปวดแก้เมื่อย ช่วยให้เลือดลมเดินสะดวก แถมยังมีผิวพรรณผ่องใส นุ่มนวลอีกด้วย ….แหะ …แหะ .. ไม่ได้มาโฆษณาขายเครื่องสำอางใด ๆ แต่ เป็นการแช่น้ำแร่ ที่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่ไหนนะเหรอ ก็บ่อน้ำแร่วัดวังขนาย จังหวัดกาญจนบุรี นั่นเอง :-)
:-)
แช่น้ำแร่วัดวังขนาย
โปรแกรมนี้ สุดยอดเลยแหละ เพราะว่า แม่ชอบมาก ว่าแต่ว่า แช่น้ำแร่ธรรมชาติ ที่วัดวังขนาย จะเป็นยังไง ก็ต้องตามไปดูกันสักนิดนึง

พูดถึงชื่อว่า วังขนาย ก็ทำให้นึกถึงน้ำตาลทรายขึ้นมาก่อนนั่นแหละ แต่ว่า วัดวังขนาย อยู่ตรงไหนของกาญจนบุรีกันหนอ ไม่เคยไปกับเที่ยวกาญจนบุรีกับเขาสักกะที ซึ่งนี่ก็คือปัญหาหนึ่งของการเดินทางด้วยตัวเอง เพราะไม่รู้ว่า จะไปยังไง เข้าไปดูที่กูเกิล ก็ไม่แน่ใจ ได้แต่เห็นเป็นเส้นทางใหญ่ ๆ จากดาวเทียม จะว่าไปก็ยังดี ..ดีกว่าไม่มีอะไรให้ดู เน้อะ มองโลกในแง่ดี ชีวีมีสุข ถ้างั้น งานนี้ มีแผนที่วัดวังขนายมาให้ดู มาคลิ๊กดูที่แผนที่ด้านล่างนี้ได้เลย ถ้าจะพิมพ์ก็โหลดได้เลยจ้า

แผนที่วัดวังขนาย

เส้นทางที่ไปบ่อน้ำพุร้อนที่วัดวังขนาย ไปได้หลายเส้นทาง แต่วันนี้ออกเดินทางจากกรุงเทพใช้เส้นพุทธมณฑลมุ่งหน้าออกไปทางนครปฐม ขับตรงยาว ไปสักพักนึก จะเห็นป้ายบอกทางให้ไปทางบ้านโป่ง ราชบุรี เราก็ขับรถไปทางบ้านโป่งนั่นแหละ ขับตรงยาวไปอย่างเดียว ไม่ต้องไปเลี้ยวเข้าเมืองที่ไหน
ไปวัดวังขนายกันเถอะ ทางไปวัดวังขนาย
ขับขึ้นสะพานข้ามแยกไป ต้องขับตรงไปนะ ดูป้ายที่เขาบอกให้ไปทางกาญจนบุรี พอลงสะพานข้ามแยกนี้แล้ว ขับไปอีกนิด จะพบสี่แยก ให้เราเลี้ยวขวาเพื่อไปทางกาญจนบุรี หลังจากนั้นก็ขับตรงไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็เข้าเขตจังหวัดกาญจนบุรี ( เห็นมั๊ย ไม่ไกลเลย มาก็มาถึงเมืองกาญจน์แล้ว ) ขับตรงมาได้เลย รับรองไม่หลง ผ่านลูกแก ท่ามะกา มุ่งหน้าท่าเรือ หรือขับมาตามถนนแสงชูโตนั่นเอง จนมาถึงสามแยกใหญ่ ให้ชิดซ้ายไปทางท่าเรือ ขับตรงยาวมาเรื่อย ๆ จะเข้าสู่เขตตลาดท่าเรือ ให้ขับตรงยาว มาได้เลย แถวนี้จะมีโรงงานวุ้นเส้นท่าเรือที่มีชื่อเสียงอยู่ทางด้านซ้ายมือ สามารถจอดรถเข้าไปซื้อของกิน-ของฝากได้ตามอัธยาศัย เมื่อขับมาเรื่อย ๆ จะผ่านโรงงานกระดาษสยามคราฟท์ สาขาวังศาลา ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ เอาหละใกล้ถึงแล้วนะ ….ขับ ตรงมาอีกไม่นาน จะพบวัดวังขนายอยู่ทางขวามือ ก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดในลานจอดรถได้เลย อยากบอกว่า มาง่าย ไปสะดวก จริง ๆ แล้วก็ถึงเป้าหมายในที่สุด 😛


วังวังขนาย ไหว้พระวัดวังขนาย
เมื่อมาถึงวัดวังขนายแล้วอย่างแรกก็ต้องไปไหว้พระ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของที่วัดกันก่อน วันที่ไปไม่ใช่วันเสาร์-อาทิตย์ ผู้คนก็เลยน้อยไปนิด แต่ก็สะดวกกับคณะของเรา ไปถึงก็ไปจุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ ปิดทอง บูชาพระ หลวงพ่อสรรเพชญ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด ก่อนที่เราจะไปแช่น้ำแร่ที่บ่อน้ำพุร้อนนั้น เราก็ไปทำบุญเพื่อรับน้ำตื่มเพื่อใช้ในขณะที่แช่น้ำร้อน อ๊ะ อ๊ะ สงสัยมั๊ยว่าทำไม…….

บ่อน้ำแร่

ส่วนของบ่อน้ำแร่ หรือน้ำพุร้อนนั้นจะอยู่ทางด้านหน้าวัด ใกล้ ๆ ลานจอดรถนั่นแหละ แต่เราเดินไปไหว้พระก่อน หลังจากนั้น ก็เดินกลับมาบริเวณที่เป็นบ่อน้ำแร่ ซึ่งจะมีการแยกไว้ ระหว่าง ชาย กับ หญิง และ เด็ก ๆ ไว้เป็นสัดส่วน เข้ามาก็จะเห็นส่วนของที่นั่งพัก สำหรับแช่ขา อยู่หลายบ่อ เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะมีส่วนที่ให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่จะลงไปแช่น้ำแร่ โดยมีอ๊อปชั่นอีก ว่า ต้องการแช่แบบนอนแช่ในอ่าง ( เหมือนอ่างอาบน้ำ ) หรือ ต้องการ นั่งหรือยืนแช่น้ำแร่ในถังแช่น้ำแร่ เป็นไงหละชอบแบบไหนก็เลือกเอา งานนี้ พาแม่กับป้าไปแช่น้ำแร่ครั้งแรก แม่กับป้า เขาเลือกแบบเป็นถังแช่ เพราะจะยืนก็ได้ นั่งก็ได้ ถ้าแบบอ่างแช่มันโจ่งแจ้งไป แบบว่า อาย…..

อ่างน้ำแร่

งานนี้ ต้อง Self service ช่วยเหลือตัวเองนิดนึงนะจ๊ะ เพราะการแช่น้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนนั้น เราต้องใช้อุปกณ์พิเศษ ก็คือ ด้ามเหล็กข้ออ้อยที่ปลายจะกางออกสำหรับการเปิด-ปิดวาล์วน้ำร้อน เพื่อเพื่มหรือลดระดับน้ำแร่ที่เราต้องการใช้ ซึ่งทางวัดก็ไม่ได้จำกัดปริมาณน้ำที่จะใช้

แต่มีข้อแนะนำในการแช่น้ำร้อน ว่า ไม่ควรแช่เกินครั้งละ15 นาที ซึ่งต้องแบ่งออกเป็น 3 รอบ รอบ ละ 5 นาที แล้วขึ้นมานั่งพัก สัก 2-3 นาที เพื่อให้ร่างกายมีการพัก และ ปรับตัว

ตอนนี้ แหละที่ต้องให้มีการจิบน้ำ เพิ่ม เพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไปในขณะที่ไปแช่น้ำร้อน อ๊ะ..อ๊ะ… ถึงบางอ้อกันแล้วซิว่า ทำไมต้องมีน้ำดื่มไปด้วยในขณะที่แช่น้ำร้อน อันนี้สำคัญนะ หากมีโรคประจำตัว ควรได้รับการดูแลในขณะที่แช่น้ำร้อนตลอดเวลา ไม่ควรแช่ครั้งละนาน ๆ เพราะว่า ร่างกายจะมีการเสียเหงื่อและเหนื่อยหล้า ตอนที่ไปนั้น คนไม่ค่อยมาก มีมาเรื่อย ๆ ไม่ขาด ตอนแรกคิดว่า จะมีแต่ผู้สูงอายุ แต่ก็ไม่ใช่ เพราะเห็นสาว ๆ เขามาอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อน กันเป็นกลุ่ม ๆ ก็สนุกดี แช่น้ำร้อนกันแบบชาวบ้าน ไม่ต้องไปสปา เสียสตางค์กันแพง ๆ ด้วย กล่าวคือ ประโยชน์ของการอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อน จะช่วยให้เลือดลมเดินดี สะดวก ผิวพรรณนุ่มนวล ทำให้ร่างกายกระชุ่ม กระชวย แข็งแรง

อ่างแช่ขา

การอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนที่วัดวังขนาย ทางวัดไม่ได้เรียกเก็บเงินแต่ประการใด หากแต่เราต้องการช่วยบำรุงทางวัดก็สามารถบริจาคให้กับทางวัดเพื่อนำไปดูแลสถานที่บ่อน้ำร้อนนี้ เพื่อยังประโยชน์ต่อไปให้กับผู้อื่นอีกนาน ๆ ซึ่งทางวัดวังขนายก็มีโครงการสร้างโรงพยาบาล เราเองก็สามารถมีส่วนร่วมกับการสร้างกุศลในครั้งนี้ด้วย สรุปว่า นอกจากจะได้อาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนแล้ว ร่างกายแข็งแรง แถมยังได้สร้างบุญอีกด้วย 😉

ไปเมืองกาญจน์ทั้งทีก็หาที่เที่ยวกันต่อได้ เมืองกาญจน์ มีที่เทียวเยอะมาก แต่วันนี้ เวลามีจำกัด ต้องกลับกรุงเทพแล้ว คงแวะได้แค่โรงงานวุ้นเส้นท่าเรือ ซื้อขนม กลับบ้านเท่านั้น แต่แค่ไม่ได้แวะต่อเมืองกาญจน์ จะว่าไปเส้นนี้ ยังไปไหว้หลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนที่กำแพงแสนได้อีกนะ แต่วันนี้จะกลับทางพระราม 2 งั้นขากลับก็ผ่านราชบุรี ขอแวะติ๊ดนึงก็แล้วกัน ทริปหน้า มาเล่าเรื่องกันต่อ เอาเป็นว่า สิงหานี้ มีโปรแกรมพาแม่เที่ยวบ้างรึยัง ถ้ายัง ลองสิงหา พาแม่แช่น้ำแร่กันดูมั๊ย :-)

ไหว้พระ 9 วัด กทม episode 2

มาต่อกันเลย จากบทความก่อนหน้านี้ เริ่มต้นกับ ไหว้พระเก้าวัด episode 2 เมื่อกี้ เราไปกัน 2 วัดแล้ว ที่ไหว้พระ 9 วัด episode 1 แล้ว งั้นมาต่อกันที่วัดที่ 3 เลยดีกว่า เดี๋ยวแดดจะร้อน :-)

วัดที่ 3 นั่นก็คือ วัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารนั่นเอง เดินกันมาก็คงเหนื่อย และ ร้อนกันพอสมควร แนะนำว่า ติดร่มกันแดด และน้ำดื่มไปด้วยก็จะสะดวกมากขึ้น อาจจะสงสัยว่า ทำไม ไม่เรียกใช้รถตุ๊ก ๆ หรือ รถแท็กซี่ ก็อยากจะบอกว่า สองสามที่ ที่เราพูดถึงนี่ ไม่ได้ไกลกันเลย ถ้าเดินไหว แนะนำให้เดิน ถ้าเดินไม่ไหว ก็เรียกรถก็ได้ แต่ที่เคยเจอ จะพบว่า พวกรถเขาไม่ค่อยรับกัน เพราะว่า ตรงนี้ รถมันติดมาก คนก็เยอะ เวลาก็พอ ๆ กัน ถ้าเดินได้ ก็แนะนำให้เดิน เอาหละ เมื่อมาถึงวัดโพธิ์กันแล้ว ก็แนะนำให้ไหว้พระกันก่อน 😉  บางครั้งทางวัดก็จัดสถานที่ให้เราได้ไหว้พระกันนอกพระอุโบสถ ถ้าไหว้กันเสร็จแล้ว ก็ต้องไม่พลาดกับการไปสักการะ พระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ไม่ควรควรพลาดคือ การไปชมภาพประดับมุกที่พระบาทเป็นเรื่องราวของ มงคล 108 ประการ อันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของมหาบุรุษตามคติของอินเดีย ใคร ๆ ก็มักจะไปถ่ายพบเก็บเป็นที่ระลึก กันทั้งน้าน… 😛

พระไสยาสน์ วัดโพธิ์ สรงน้ำพระ
ว่ากันไปแล้ว ที่วัดโพธิ์ นี่ เป็นสถานที่มีคุณค่าทางความรู้อย่างอเนกอนันต์ เพราะถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ขนาด ยูเนสโก้ยัง ขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำโลก เดือน มีนาคม 2551 เลยหละ ตอนนี้ ทางวัดยังโปรโมท 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ 😛 เอาไว้มีเวลามากกว่านี้ เราไปทัวร์ 9 สิ่งมหัศจรรย์ วัดโพธิ์กันเถอะ อีกทั้งในช่วงสงกรานต์ ก็จะมีกิจกรรมการสรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย และกิจกรรมอีกหลากหลาย แต่ว่า วันนี้ ภารกิจคือ ไหว้พระเก้าวัด กรุงเทพ ต้องสำเร็จใน 1 วัน ไปเถอะ เพิ่งได้ 3 วัดเอง วัดต่อไป จัดเป็น ออปชั่น ก็แล้วกัน ถ้ายังเดินกันไหว ก็เดิน ถ้าไม่ไหว เรียกรถเลย ก็ไปวัด วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั่นเอง ซึ่งวัดนี้ ถือได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน เอาเป็นว่า ถ้ามาวัดแล้ว ก็เข้าไปไหว้พระขอพร อย่าลืมไปสักการะพระมณฑปที่บรรจุพระบรมสาริกธาตุไว้ สำหรับวัดมหาธาตุแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย หรือ สถานที่ศึกษาของพระสงฆ์นั่นเอง เอาหละ งั้นเราเข้าภารกิจ ไหว้พระ 9 วัดกันต่อ ถ้าใครไม่สามารถแวะวัดมหาธาตุ ฯ ได้ ก็ ไปต่อกันที่วัด ที่ 4 ซึ่งเราต้องเรียกรถไปส่งแน่ เพราะว่า เดินไปคงไกลหลายอึดใจ เราจะไปที่ เสาชิงช้า 😉


วัดสุทัศน์ สรงน้ำพระ
วัดที่ 4 คือ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เมื่อมาแล้วก็ไปไหว้พระประธานองค์ใหญ่ คือ พระศรีศากยมุนี ขอพรจากพระ แล้วอย่าลืมไปสักการะ พระสุนทรรีวาณี ที่อยู่ในพระอุโบสถ ด้วยหละ ไปขอโชคลาภ ให้สำเร็จดังประสงค์ เมื่อเสร็จแล้ว ก็เดินข้ามถนนมาทางศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ถ้าเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็จะมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐาน ให้พวกเราได้สรงน้ำพระกัน การข้ามถนนแล้วเดินเท้ามาที่นี่มุ่งหน้ามาทางสี่แยกคอกวัว เพราะว่า เรากำลังจะไปไหว้พระที่วัดอีกแห่ง
หลวงพ่อพระร่วงทองคำ
วัดที่ 5 คือ วัดมหรรณพารามวรวิหาร ซึ่งวัดนี้มีพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยสุโขทัย คือ พระร่วงทองคำ จริง ๆ อ่านไม่ผิดหรอก พระพุทธรูปทองคำ นอกจากที่วัดไตรมิตร ฯ แล้ว ที่วัดมหรรพาราม ฯ ก็มีพระพุทธรูปทองคำเช่นกัน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะที่สวยงาม โดยเนื้อโลหะผสมของสัมฤทธิ์ และ ทองคำ ซึ่งทางกรมศิลปากรได้พิสูจน์และลงความเห็นว่าเป็นทองคำถึง 60 เปอร์เซ็นต์ หลวงพ่อพระร่วงทองคำนี้ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้คนมักจะมาบนบาน ขอพรจากหลวงพ่อ และเมื่อสำเร็จดังที่ตั้งใจ ก็จะนำว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า และพวงมาลัยมาถวาย เมื่อมาแล้วก็ต้องไปไหว้หลวงพ่อพระร่วงทองคำ ขอพร อธิษฐานกันตามประสงค์ เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ก็เรียกรถไปต่อ คราวนี้ไปกันใกล้ แถว ๆ ผ่านฟ้า :-)
ภูเขาทอง สักการะพระบรมสารีริกธาตุ
วัดที่ 6 คือ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ ภูเขาทอง นั่นเอง สำหรับที่นี่ ต้องท้าพิสูจน์ความแข็งแรงของร่างกายกันสักหน่อย ไหวมั๊ยหรอ ประมาณ 200 กว่าขั้น จะเดินไปถึงกันอะเป่า อิอิ .. :-) แน่นอนหละมาแล้วก็ต้องขึ้น ฮุย เล ฮุย ลุยเลยพวกเรา เป้าหมายคือ การขึ้นไปสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ข้างบน ขึ้นบันไดไป เคาะระฆังไป สักพักใหญ่ ก็จะถึงชั้นบน แนะนำว่า ถ้าขึ้นช่วงบ่าย เตรียมร่มไปบังแดดด้วยจะดีมาก ถ้ามีน้ำดื่มติดไป ก็จิบไป เดินไป ก็ไม่เลว เพราะว่า ช่วยได้เยอะ ครั้งแรกไป ไม่ได้เตรียมอะไรไป ก็คิดว่า แน่ ปรากฏว่ากว่าจะถึง เกือบแย่ ขึ้นไปหอบลิ้นห้อย ต้องไปนั่งข้างพัดลมไอน้ำ ถึงจะค่อยยังชั่ว ทำให้เป็นบทเรียนว่า เราไม่ควรประมาท เตรียมไว้เถอะ ไม่เสียหายอะไร เมื่อไปไหว้ขอพรจากพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ก็ขึ้นบันไดเล็ก ๆ ชันๆ ไปชั้นบนสุด เพื่อไปกราบพระเจดีย์สีทองชั้นบนสุดของภูเขาทอง แล้วก็ไปไหว้ พระเศรษฐีนวโกฐ ขอโชคลาภ อีกนิด ก่อนกลับ ก็ชมบรรยากาศด้านบนของกรุงเทพสักนิดก่อนลงมาด้านล่าง ก่อนกลับก็ไปไหว้ พระพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ ที่สร้างในสมัยสุโขทัย มีอายุกว่า 700 ปี ซึ่งงดงามมาก เมื่อเสร็จแล้ว ก็ เรียกรถตุ๊ก ๆ หรือ แท็กซี่ กลับย่านบางขุนพรหม เพื่อไปวัดถัดไป
หลวงพ่อโตวัดอินทร์
วัดที่ 7 คือ วัดอินทรวิหาร เพื่อไปไหว้หลวงพ่อโตวัดอินทร์ เมื่อมาถึงวัดอินทร์ ก็มีที่เราไปไหว้พระหลายที่ เราก็ไปไหว้พระเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต อย่าลืมเข้าไปฟังพระคาถาชินบัญชร ในวิหารเล็ก ๆ ที่มีบ่อน้ำมนต์ด้วยหละ รู้สึกขลังดีจริง ๆ ไฮไลท์ ก็ต้องไปไหว้ พระพุทธรูปองค์ยืนอุ้มบาตร หรือพระศรีอริยเมตตรัย ไหว้พระขอพรกันให้เต็มอิ่ม เรายังเหลืออีก 2 วัด และเราต้องไม่รอช้า ว่า แล้ว ก็เรียกรถอีกที คราวนี้ มุ่งหน้า กลับ บางลำพู ไปวัด ที่ 8 กัน 😉
พระพุทธชินสีห์

วัดบวรนิเวศน์ ตั้งเหรียญ

วัดที่ 8 วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร มาถึงก็ต้องไปไหว้พระ ซึ่งที่วัดบวร ฯ นี้ มีพระพุทธรูปที่สำคัญ ๆ หลายองค์เช่น พระพุทธชินสีห์ หลวงพ่อเพชร พระศาสดา เป็นต้น แต่ที่ไปทุกครั้งไม่พลาด ก็คือ ตรงพระพุทธบาทโบราณ ซึ่งกิจกรรมเป็นที่นิยมคือ การตั้งเหรียญ บนลายพระพุทธบาท อธิษฐานกันแล้วก็ตั้งใจ ตั้งเหรียญกัน เอาหละ เดี๋ยวจะหมดเวลา เดินข้ามถนนมาสักนิด เดินมาสักระยะ มาทางถนนเข้าวสาร ก็จะถึงวัดที่ 9
วัดชนะสงคราม
วัดที่ 9 คือ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร มาถึงก็ต้องไปไหว้พระขอพร ตามกติกา ไหว้พระ 9 วัด กันก่อน ขอให้เราได้ชนะอุปสรรค์ต่าง ๆ ให้เราได้สำเร็จดังหวัง เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ก็ไปไหว้และสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว และแล้ว เราก็สามารถปฏิบัติ ภารกิจ ไหว้พระเก้าวัด ฝั่งพระนคร เสร็จสิ้นแล้ว ภารกิจนี้ เราไม่ข้ามแม่น้ำ ไปวัดยอดนิยม เช่น วัดระฆังโฆษิตาราม วัดอรุณราม วัดอรุณราชวราราม หรือว่า วัดกัลยาณมิตร เอาไว้รอบหน้า ค่อยไปเที่ยวด้วยกัน  :-)

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ไหว้พระ 9 วัด กันแล้ว ถ้าเป็นเทศกาลสงกรานต์ ก็แนะนำให้ฉลองสงกรานต์ให้ชุ่มฉ่ำกันต่อที่ถนนข้าวสาร สงกรานต์อินเตอร์ ทำบุญกันแล้ว ก็สนุกสนานกันต่อ  เสร็จแล้วก็กลับไปรับรถที่อาคารจอดรถของกรุงเทพ ที่เราจอดไว้ตอนเช้า :-) เอาไว้รอบหน้า จะหาทริปมาราธอนมาเล่าให้ฟังกันอีกนะ 😉

ป้ายกำกับ
กุ้งเผาทองชุบ ค้างคาวแม่ไก่ ตลาดน้ำบางคล้า ตลาดร้อยปี ถนนข้าวก่ำ ถนนข้าวทิพย์ ถนนข้าวปุ้น ถนนข้าวยำ ถนนข้าวลอดช่อง ถนนข้าวสาร ถนนข้าวสุก ถนนข้าวหมูแดง ถนนข้าวหลาม ถนนข้าวหอมมะลิ ถนนข้าวฮาง ถนนข้าวเปลือก ถนนข้าวเปียก ถนนข้าวเม่า ถนนข้าวเหนียว ถนนข้าวแช่ ถนนข้าวแต๋น ปางนอนเสวยสุข พระพิฆเนศ พาแม่เที่ยว พาแม่เที่ยวภูเก็ต ริมน้ำบางปะกง ร้านอร่อย ลักยิ้ม วัดบางพลีใหญ่ วัดสมานรัตนาราม วัดโพธิ์บางคล้า สงกรานต์ สิงหาพาแม่เที่ยว เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวฉะเชิงเทรา เที่ยวภูเก็ต เที่ยวราชบุรี เที่ยววัด เที่ยวสบาย เที่ยวสระบุรี เที่ยวสิงห์บุรี เที่ยวไทย แนะนำร้านอร่อย ไหว้พระ 9 วัด ไหว้พระวัดไหนดี
พฤศจิกายน 2017
พฤ อา
« ส.ค.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  
Your IP Address is:

 






  • ลิ้งค์พันธมิตร


  • สารบัญเว็บไทย
  • software download
  • ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บฟรี เพิ่มเว็บไซต์ฟรี แลกลิงค์
  • ThaiAll
  • sawatdeekrab.com งานhandmade งานฝีมือ ขายงานฝีมือ ฝากขายงานฝีมือ

  • สถานที่ท่องเที่ยว

  • voucher ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ที่พัก ปาย หัวหิน น่าน เลย เชียงใหม่ บัตรลดราคา

  • Free Web Submission
  • Free SEO Tools

  • FigureStore.NET แหล่งรวมของสะสมขนาดเล็กที่ยิ่งใหญ่ในเมืองไทย
  • ของเล็ก ของจิ๋ว Choco Egg Chocoq ลดล้างสต๊อก

  • รูปน้ำตก



  • สถิติการเยี่ยมชม