Archive for the ‘เที่ยววัด’ Category

พาแม่ไหว้พระสักการะหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ หนองแค สระบุรี

ไม่ได้มาอัพเดทกันนาน วันนี้ขอแนะนำอีกโปรแกรม” พาแม่เที่ยว ” คราวนี้มาไหว้” หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ” กัน ก็ไปไม่ไกลจากกรุงเทพ อยู่เลียบคลองระพีพัฒน์ ฯ แค่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี นี่เอง เรามีแผนที่มาฝากด้วย ( อยู่ด้านล่างของบทความนี้นะจ๊ะ ) ไม่ต้องกลัวหลงทาง ถ้าพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแล้วละก้อ..ถามคนพื้นที่รับรองได้ว่ามีความศรัทธาและเลื่อมใสในหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ อย่างเหนียวแน่นเป็นแน่นอน  และที่เราได้มีโอกาสรู้จักเรื่องราวเหล่านี้ก็เพราะว่า แม่เราเป็นคนพื้นที่นั่นเอง อิอิ :-)   ต้องบอกว่า มาไหว้หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ทุกปี ปีละ หลาย ๆ ครั้ง ก็เลยคิดว่าเรามีสิ่งดี ๆ ก็มาบอกกันให้รู้

หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

 

หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนในย่านนั้นเป็นอย่างมาก ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว  ถ้าใครไปกราบสักการะ ขอพรจากหลวงพ่อ ก็จะสำเร็จ สมด้งปรารถนากัน  และที่นีจะมีงานประจำปีในช่วงเดือน 12 หรือ งานช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุก ๆ ปี จะมีงานฉลอง มีร้านค้ามากมาย สนุกดี ตามบรรยากาศไทย ๆ แบบพี้นบ้าน เราช๊อบชอบ

โดยปกติแล้วจะมีผู้คนไปกราบไหว้ ขอพร สักการะบูชา รวมถึงบนบาน หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์กันอยู่เป็นประจำ อย่างหนาแน่น ส่วนใหญ่ก็สำเร็จสมดังประสงค์  สุขสมหวังกันโดยถ้วนหน้า จึงทำให้มีการบอกกัน แบบปากต่อปาก ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ  ถ้าเล่าถึงประวัติหลวงพ่อ ก็ยิ่งตื่นเต้นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริง และไม่ได้อยู่ใกล้จากเราเลย   ดูแผนที่ด้านล่างได้เลยจ้า คลิกดูภาพใหญ่กันเลย
แผนที่ไปวิหารหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

การเดินทางไปก็ไปได้หลายทาง  แต่ที่อยากจะแนะนำง่าย ๆ คือ ถนนเลียบ คลองระพีพัฒน์  ถ้าไปจากกรุงเทพ ก็ใช้เส้นพหลโยธิน ขอเริ่มต้นกันที่รังสิต ก็แล้วกัน  เราไม่ไปสายเอเชียนะจ๊ะ  แต่เราจะใช้เส้นที่มุ่งหน้าเข้าสระบุรี หรือทางเดียวกันกับที่ไปโคราชนั่นแหละ เราก็ต้องผ่านประตูน้ำพระอินทร์ ตรงไปเรื่อย ๆ เราก็จะผ่านวังน้อย ขับตรงไปก่อนนะ ไม่นาน เราก็จะเข้าเขตจังหวัดสระบุรี สังเกตุจะเห็นป้ายโฆษณายางบริสโตนป้ายใหญ่ ก็ให้เราเตรียมชิดซ้ายวิ่งเข้าเลนส์คู่ขนาน เพราะขับไปอีกนิดจะมีทางแยกใหญ่ให้เลี้ยวซ้ายไปนิดเดียว จะมีถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ตัดขวางอยู่ก็ให้เราเลี้ยวซ้ายอีกที เพราะขึ้นถนนเลียบคลองระพีพัฒน์  แต่ถ้าไม่แน่ใจ ก็ขับตรงผ่านแยกนี้ไปก็ได้ ขับไปอีกนิด จะเจอป้ายใหญ่บอกว่า คลองระพีพัฒน์ ก็ให้เลี้ยวซ้ายขับเลียบคลองได้เลยจ้า พอเราขับรถบนถนนเลียบคลองก็ขับไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องกลัวหลง สังเกตุว่า ต้องผ่านโรงงานกระเบื้อง โสสุโก้  ผ่านโรงงาน เฟอโร นั่นแหละ ใกล้ถึงแล้ว และเราก็จะเห็นป้ายยินดีต้อนรับ ของเทศบาลคชสิทธิ์ อิอิ :-P คราวนี้ ถึงแล้วจ้า สังเกตุได้ว่า จะเห็นพระอุโบสถเด่นเป็นสง่าอยู่เลียบคลองระพีพัฒน์ นั่นแหละ เรามาถึงแล้ว ……….เย้  เห็นมั๊ยไม่ยากเลย ง่ายนิดเดียวเอง ใช้เวลา ประมาณ 1 ชั่วโมง นิด ๆ ถ้าขับแบบเรื่อย ๆ ชิว ชิว  :-)


ตามประวัติ หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ท่านเป็นพระพุทธรูปดิน ประดิษฐานอยู่ริมคลองคลองระพีพัฒน์ ฝั่งขวา ที่เป็นคลองชลประทาน ชาวบ้านมักจะเรียกว่า คลอง 7 อาร์ ( สันนิษฐานว่า อาร์ หรือ ไรท์ – right  ที่แปลว่า ขวา ) หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์  นั้นหันหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือว่า หันหน้าไปทางคลองระพีพัฒน์ นั่นเอง หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปเก่า   ซึ่งมีการขุดพบโดยบังเอิญ  ที่หมู่บ้านหนองตาโล่ ต. คชสิทธิ์ อ. หนองแค จังหวัด สระบุรี  ตามเอกสารที่ค้นกันมา ระบุว่า ในวันจันทร์ที่ 2 ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ในปี 2502  ( เอ่ แต่พอกลับไปตรวจกับ ปฏิทิน 100 ปี พบว่า วันจันทร์ ที่ 2 ของเดือน 12 ในปี 2502 นั้น เป็นวันที่  2 พฤศจิกายน 2502  ซึ่งตรงกับวัน ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 12 — งั้นเอาเป็นว่า ปี 2502 ก็แล้วกัน ) เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเนินดินที่มีความสูงกว่าองค์หลวงพ่อและเป็นทางเดินของผู้คนในระแวกนั้น โดยอยู่ริมคลองระพีพัฒน์ซึ่งเป็นคลองขุดในสมัยรัชการลที่ 5 และอยู่ใกล้กับประตูน้ำพระเอกาทศรถ ในช่วงนั้นมีกรมชลประทานได้มีการขุดดินจากเนินไปถมริมตลิ่งทีน้ำกัดเซาะ ก็บังเอิญไปพบดินที่แข็งมากกว่าปกติ ก็พยายามจะขุดจนกระทั่งก้อนดินนั้นออกมาเท่าทีจะทำได้จนกระทั่ง แตกออกมาเห็นเป็นรูปพระ   ชาวบ้านก็มามุงดูกันตามวิสัย ไทยมุง ที่สืบต่อกันมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน บ้างก็ว่าเป็นพระพุทธรูปมาเกิด บ้างก็ว่า พวกคนงานกรมชลประทานเอาดินมาปั้นเป็นรูปพระ

วิหารริมน้ำด้านคลองระพีพัฒน์
และเย็นวันนั้นเอง ป้าฝอยซึ่งเป็นชาวบ้านย่านหนองตาโล่ จะกลับบ้านหลังจากที่ได้ไปรับจ้างหาบข้าวลงเรือที่แยกเจ็ดอาร์ ป้าฝอยได้เดินผ่านหลวงพ่อก็ไม่ได้นึกว่าดินนั้นจะเป็นพระพุทธรูปจริง ๆ ก็เลยเอาเปลือกอ้อย แทนธูป เอาเปลือกใบมะขามเทศมาแทนทอง ไปไหว้เหมือนล้อเลียน ป้าฝอยยังเดินทางกลับไม่ถึงบ้านก็มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง และนึกออกว่าไปไหว้ล้อเลียนองค์พระด้วยความรู้ไม่ถึงการณ์ ดังนั้นป้าฝอยจึงไปจุดธุปกราบขอขมาหลวงพ่อ ทำให้อาการปวดหัวหายไปในบัดดล   และในช่วงเย็นของวันนั้นเอง มีการเข้าทรงโดยคุณยายเกลี้ยง สุขเจริญ  ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็ไม่เคยเป็นคนทรงมาก่อน จึงมีการสอบถามหลวงพ่อมาท่านมาจากไหน มีชื่อว่าอะไร หลวงพ่อบอกว่า มาอยู่ที่ตั้ง สองสมัยแล้ว มาคล้องช้างอยู่ 3 วัน แต่ก็ไม่ได้ช้าง ในขณะที่นอนหลับอยู่บนแคร่ พระเครื่องได้ตกหล่นแต่ก็หาไม่เจอ จนในที่สุดมีคนเอาดินมาถมในบริเวณนี้  หากอยากรู้ว่าหลวงพ่ออะไร ก็ให้นิมนต์พระ 5 วัดมาสวด และ ตั้งศาลเพียงตา ให้ทำขันธ์ 5 ทุก ๆ วัน และให้จัดงานกลางเดือน 12 ทุก ๆ ปี  ซึ่งชาวบ้านก็ยินยอม แล้วท่านก็บอกว่า ท่านชื่อ  สำเร็จศักดิ์สิทธิ์  หากใครมากราบไหว้ทำอะไรก็สำเร็จตามที่คิดไว้  ต่อมาได้มีการโบกปูนปิดองค์ที่เป็นดินของหลวงพ่อไว้ อีกชั้น ปาฏิหารย์ของหลวงพ่อที่ปรากฎต่อชาวบ้านมีอีกมากมาย ทั้งน้ำมนต์ที่มีเสียงดังจี๊ด ๆ รวมถึงฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ กับ พวกที่พยายามจะย้ายองค์หลวงพ่อ จนไม่มีใครกล้ามาย้ายที่หลวงพ่ออีกเลย

วิหารหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

คาถาที่ขอพรจากหลวงพ่อ คือ ตั้ง นะโม 3 จบ
พระพุทธัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์
พระธัมมัง  สำเร็จศักดิ์สิทธิ์
พระสังฆัง  สำเร็จศักดิ์สิทธิ์

แล้วก็ตั้งใจอธิษฐานขอพรกันให้สำเร็จดังหวัง…….สาธุ

ชาวบ้านมีความศรัทธาเลื่อมใส และเชื่อกันว่าหลวงพ่อมีความศักดิ์สิทธิ์มาก อธิษฐานขอพรก็สำเร็จสมดังที่ปรารถนากันถ้วนหน้า สมกับชื่อของหลวงพ่อจริง ๆ :-)

ปัจจุบันนี้ ได้มีการปรับปรุงพระวิหารของหลวงพ่อให้สง่างาม ตั้งอยู่ริมน้ำ บรรยากาศก็ดี ถ้ามีโอกาส อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ พาครอบครัวไปสักการะหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ขอพรหลวงพ่อ เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว และขอให้สมหวังดังปรารถนาทุกคนนะจ๊ะ ;-)

พาแม่เที่ยว..แช่น้ำแร่ที่วัดวังขนาย

กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ค่อนข้างยุ่งมาก ๆ กับภารกิจต่าง ๆ เอาหละ คราวนี้มาแนะนำโปรแกรมพาแม่เที่ยวกันอีกดีหว่า “ สิงหาพาแม่เที่ยว “ โปรแกรมนี้ ช่วยแก้ปวดแก้เมื่อย ช่วยให้เลือดลมเดินสะดวก แถมยังมีผิวพรรณผ่องใส นุ่มนวลอีกด้วย ….แหะ …แหะ .. ไม่ได้มาโฆษณาขายเครื่องสำอางใด ๆ แต่ เป็นการแช่น้ำแร่ ที่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่ไหนนะเหรอ ก็บ่อน้ำแร่วัดวังขนาย จังหวัดกาญจนบุรี นั่นเอง :-)
:-)
แช่น้ำแร่วัดวังขนาย
โปรแกรมนี้ สุดยอดเลยแหละ เพราะว่า แม่ชอบมาก ว่าแต่ว่า แช่น้ำแร่ธรรมชาติ ที่วัดวังขนาย จะเป็นยังไง ก็ต้องตามไปดูกันสักนิดนึง

พูดถึงชื่อว่า วังขนาย ก็ทำให้นึกถึงน้ำตาลทรายขึ้นมาก่อนนั่นแหละ แต่ว่า วัดวังขนาย อยู่ตรงไหนของกาญจนบุรีกันหนอ ไม่เคยไปกับเที่ยวกาญจนบุรีกับเขาสักกะที ซึ่งนี่ก็คือปัญหาหนึ่งของการเดินทางด้วยตัวเอง เพราะไม่รู้ว่า จะไปยังไง เข้าไปดูที่กูเกิล ก็ไม่แน่ใจ ได้แต่เห็นเป็นเส้นทางใหญ่ ๆ จากดาวเทียม จะว่าไปก็ยังดี ..ดีกว่าไม่มีอะไรให้ดู เน้อะ มองโลกในแง่ดี ชีวีมีสุข ถ้างั้น งานนี้ มีแผนที่วัดวังขนายมาให้ดู มาคลิ๊กดูที่แผนที่ด้านล่างนี้ได้เลย ถ้าจะพิมพ์ก็โหลดได้เลยจ้า

แผนที่วัดวังขนาย

เส้นทางที่ไปบ่อน้ำพุร้อนที่วัดวังขนาย ไปได้หลายเส้นทาง แต่วันนี้ออกเดินทางจากกรุงเทพใช้เส้นพุทธมณฑลมุ่งหน้าออกไปทางนครปฐม ขับตรงยาว ไปสักพักนึก จะเห็นป้ายบอกทางให้ไปทางบ้านโป่ง ราชบุรี เราก็ขับรถไปทางบ้านโป่งนั่นแหละ ขับตรงยาวไปอย่างเดียว ไม่ต้องไปเลี้ยวเข้าเมืองที่ไหน
ไปวัดวังขนายกันเถอะ ทางไปวัดวังขนาย
ขับขึ้นสะพานข้ามแยกไป ต้องขับตรงไปนะ ดูป้ายที่เขาบอกให้ไปทางกาญจนบุรี พอลงสะพานข้ามแยกนี้แล้ว ขับไปอีกนิด จะพบสี่แยก ให้เราเลี้ยวขวาเพื่อไปทางกาญจนบุรี หลังจากนั้นก็ขับตรงไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็เข้าเขตจังหวัดกาญจนบุรี ( เห็นมั๊ย ไม่ไกลเลย มาก็มาถึงเมืองกาญจน์แล้ว ) ขับตรงมาได้เลย รับรองไม่หลง ผ่านลูกแก ท่ามะกา มุ่งหน้าท่าเรือ หรือขับมาตามถนนแสงชูโตนั่นเอง จนมาถึงสามแยกใหญ่ ให้ชิดซ้ายไปทางท่าเรือ ขับตรงยาวมาเรื่อย ๆ จะเข้าสู่เขตตลาดท่าเรือ ให้ขับตรงยาว มาได้เลย แถวนี้จะมีโรงงานวุ้นเส้นท่าเรือที่มีชื่อเสียงอยู่ทางด้านซ้ายมือ สามารถจอดรถเข้าไปซื้อของกิน-ของฝากได้ตามอัธยาศัย เมื่อขับมาเรื่อย ๆ จะผ่านโรงงานกระดาษสยามคราฟท์ สาขาวังศาลา ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ เอาหละใกล้ถึงแล้วนะ ….ขับ ตรงมาอีกไม่นาน จะพบวัดวังขนายอยู่ทางขวามือ ก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดในลานจอดรถได้เลย อยากบอกว่า มาง่าย ไปสะดวก จริง ๆ แล้วก็ถึงเป้าหมายในที่สุด :-P


วังวังขนาย ไหว้พระวัดวังขนาย
เมื่อมาถึงวัดวังขนายแล้วอย่างแรกก็ต้องไปไหว้พระ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของที่วัดกันก่อน วันที่ไปไม่ใช่วันเสาร์-อาทิตย์ ผู้คนก็เลยน้อยไปนิด แต่ก็สะดวกกับคณะของเรา ไปถึงก็ไปจุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ ปิดทอง บูชาพระ หลวงพ่อสรรเพชญ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด ก่อนที่เราจะไปแช่น้ำแร่ที่บ่อน้ำพุร้อนนั้น เราก็ไปทำบุญเพื่อรับน้ำตื่มเพื่อใช้ในขณะที่แช่น้ำร้อน อ๊ะ อ๊ะ สงสัยมั๊ยว่าทำไม…….

บ่อน้ำแร่

ส่วนของบ่อน้ำแร่ หรือน้ำพุร้อนนั้นจะอยู่ทางด้านหน้าวัด ใกล้ ๆ ลานจอดรถนั่นแหละ แต่เราเดินไปไหว้พระก่อน หลังจากนั้น ก็เดินกลับมาบริเวณที่เป็นบ่อน้ำแร่ ซึ่งจะมีการแยกไว้ ระหว่าง ชาย กับ หญิง และ เด็ก ๆ ไว้เป็นสัดส่วน เข้ามาก็จะเห็นส่วนของที่นั่งพัก สำหรับแช่ขา อยู่หลายบ่อ เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะมีส่วนที่ให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่จะลงไปแช่น้ำแร่ โดยมีอ๊อปชั่นอีก ว่า ต้องการแช่แบบนอนแช่ในอ่าง ( เหมือนอ่างอาบน้ำ ) หรือ ต้องการ นั่งหรือยืนแช่น้ำแร่ในถังแช่น้ำแร่ เป็นไงหละชอบแบบไหนก็เลือกเอา งานนี้ พาแม่กับป้าไปแช่น้ำแร่ครั้งแรก แม่กับป้า เขาเลือกแบบเป็นถังแช่ เพราะจะยืนก็ได้ นั่งก็ได้ ถ้าแบบอ่างแช่มันโจ่งแจ้งไป แบบว่า อาย…..

อ่างน้ำแร่

งานนี้ ต้อง Self service ช่วยเหลือตัวเองนิดนึงนะจ๊ะ เพราะการแช่น้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนนั้น เราต้องใช้อุปกณ์พิเศษ ก็คือ ด้ามเหล็กข้ออ้อยที่ปลายจะกางออกสำหรับการเปิด-ปิดวาล์วน้ำร้อน เพื่อเพื่มหรือลดระดับน้ำแร่ที่เราต้องการใช้ ซึ่งทางวัดก็ไม่ได้จำกัดปริมาณน้ำที่จะใช้

แต่มีข้อแนะนำในการแช่น้ำร้อน ว่า ไม่ควรแช่เกินครั้งละ15 นาที ซึ่งต้องแบ่งออกเป็น 3 รอบ รอบ ละ 5 นาที แล้วขึ้นมานั่งพัก สัก 2-3 นาที เพื่อให้ร่างกายมีการพัก และ ปรับตัว

ตอนนี้ แหละที่ต้องให้มีการจิบน้ำ เพิ่ม เพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไปในขณะที่ไปแช่น้ำร้อน อ๊ะ..อ๊ะ… ถึงบางอ้อกันแล้วซิว่า ทำไมต้องมีน้ำดื่มไปด้วยในขณะที่แช่น้ำร้อน อันนี้สำคัญนะ หากมีโรคประจำตัว ควรได้รับการดูแลในขณะที่แช่น้ำร้อนตลอดเวลา ไม่ควรแช่ครั้งละนาน ๆ เพราะว่า ร่างกายจะมีการเสียเหงื่อและเหนื่อยหล้า ตอนที่ไปนั้น คนไม่ค่อยมาก มีมาเรื่อย ๆ ไม่ขาด ตอนแรกคิดว่า จะมีแต่ผู้สูงอายุ แต่ก็ไม่ใช่ เพราะเห็นสาว ๆ เขามาอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อน กันเป็นกลุ่ม ๆ ก็สนุกดี แช่น้ำร้อนกันแบบชาวบ้าน ไม่ต้องไปสปา เสียสตางค์กันแพง ๆ ด้วย กล่าวคือ ประโยชน์ของการอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อน จะช่วยให้เลือดลมเดินดี สะดวก ผิวพรรณนุ่มนวล ทำให้ร่างกายกระชุ่ม กระชวย แข็งแรง

อ่างแช่ขา

การอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนที่วัดวังขนาย ทางวัดไม่ได้เรียกเก็บเงินแต่ประการใด หากแต่เราต้องการช่วยบำรุงทางวัดก็สามารถบริจาคให้กับทางวัดเพื่อนำไปดูแลสถานที่บ่อน้ำร้อนนี้ เพื่อยังประโยชน์ต่อไปให้กับผู้อื่นอีกนาน ๆ ซึ่งทางวัดวังขนายก็มีโครงการสร้างโรงพยาบาล เราเองก็สามารถมีส่วนร่วมกับการสร้างกุศลในครั้งนี้ด้วย สรุปว่า นอกจากจะได้อาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนแล้ว ร่างกายแข็งแรง แถมยังได้สร้างบุญอีกด้วย ;-)

ไปเมืองกาญจน์ทั้งทีก็หาที่เที่ยวกันต่อได้ เมืองกาญจน์ มีที่เทียวเยอะมาก แต่วันนี้ เวลามีจำกัด ต้องกลับกรุงเทพแล้ว คงแวะได้แค่โรงงานวุ้นเส้นท่าเรือ ซื้อขนม กลับบ้านเท่านั้น แต่แค่ไม่ได้แวะต่อเมืองกาญจน์ จะว่าไปเส้นนี้ ยังไปไหว้หลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนที่กำแพงแสนได้อีกนะ แต่วันนี้จะกลับทางพระราม 2 งั้นขากลับก็ผ่านราชบุรี ขอแวะติ๊ดนึงก็แล้วกัน ทริปหน้า มาเล่าเรื่องกันต่อ เอาเป็นว่า สิงหานี้ มีโปรแกรมพาแม่เที่ยวบ้างรึยัง ถ้ายัง ลองสิงหา พาแม่แช่น้ำแร่กันดูมั๊ย :-)

ไหว้พระ 9 วัด กทม episode 2

มาต่อกันเลย จากบทความก่อนหน้านี้ เริ่มต้นกับ ไหว้พระเก้าวัด episode 2 เมื่อกี้ เราไปกัน 2 วัดแล้ว ที่ไหว้พระ 9 วัด episode 1 แล้ว งั้นมาต่อกันที่วัดที่ 3 เลยดีกว่า เดี๋ยวแดดจะร้อน :-)

วัดที่ 3 นั่นก็คือ วัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารนั่นเอง เดินกันมาก็คงเหนื่อย และ ร้อนกันพอสมควร แนะนำว่า ติดร่มกันแดด และน้ำดื่มไปด้วยก็จะสะดวกมากขึ้น อาจจะสงสัยว่า ทำไม ไม่เรียกใช้รถตุ๊ก ๆ หรือ รถแท็กซี่ ก็อยากจะบอกว่า สองสามที่ ที่เราพูดถึงนี่ ไม่ได้ไกลกันเลย ถ้าเดินไหว แนะนำให้เดิน ถ้าเดินไม่ไหว ก็เรียกรถก็ได้ แต่ที่เคยเจอ จะพบว่า พวกรถเขาไม่ค่อยรับกัน เพราะว่า ตรงนี้ รถมันติดมาก คนก็เยอะ เวลาก็พอ ๆ กัน ถ้าเดินได้ ก็แนะนำให้เดิน เอาหละ เมื่อมาถึงวัดโพธิ์กันแล้ว ก็แนะนำให้ไหว้พระกันก่อน ;-)   บางครั้งทางวัดก็จัดสถานที่ให้เราได้ไหว้พระกันนอกพระอุโบสถ ถ้าไหว้กันเสร็จแล้ว ก็ต้องไม่พลาดกับการไปสักการะ พระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ไม่ควรควรพลาดคือ การไปชมภาพประดับมุกที่พระบาทเป็นเรื่องราวของ มงคล 108 ประการ อันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของมหาบุรุษตามคติของอินเดีย ใคร ๆ ก็มักจะไปถ่ายพบเก็บเป็นที่ระลึก กันทั้งน้าน… :-P

พระไสยาสน์ วัดโพธิ์ สรงน้ำพระ
ว่ากันไปแล้ว ที่วัดโพธิ์ นี่ เป็นสถานที่มีคุณค่าทางความรู้อย่างอเนกอนันต์ เพราะถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ขนาด ยูเนสโก้ยัง ขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำโลก เดือน มีนาคม 2551 เลยหละ ตอนนี้ ทางวัดยังโปรโมท 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ :-P เอาไว้มีเวลามากกว่านี้ เราไปทัวร์ 9 สิ่งมหัศจรรย์ วัดโพธิ์กันเถอะ อีกทั้งในช่วงสงกรานต์ ก็จะมีกิจกรรมการสรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย และกิจกรรมอีกหลากหลาย แต่ว่า วันนี้ ภารกิจคือ ไหว้พระเก้าวัด กรุงเทพ ต้องสำเร็จใน 1 วัน ไปเถอะ เพิ่งได้ 3 วัดเอง วัดต่อไป จัดเป็น ออปชั่น ก็แล้วกัน ถ้ายังเดินกันไหว ก็เดิน ถ้าไม่ไหว เรียกรถเลย ก็ไปวัด วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั่นเอง ซึ่งวัดนี้ ถือได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน เอาเป็นว่า ถ้ามาวัดแล้ว ก็เข้าไปไหว้พระขอพร อย่าลืมไปสักการะพระมณฑปที่บรรจุพระบรมสาริกธาตุไว้ สำหรับวัดมหาธาตุแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย หรือ สถานที่ศึกษาของพระสงฆ์นั่นเอง เอาหละ งั้นเราเข้าภารกิจ ไหว้พระ 9 วัดกันต่อ ถ้าใครไม่สามารถแวะวัดมหาธาตุ ฯ ได้ ก็ ไปต่อกันที่วัด ที่ 4 ซึ่งเราต้องเรียกรถไปส่งแน่ เพราะว่า เดินไปคงไกลหลายอึดใจ เราจะไปที่ เสาชิงช้า ;-)


วัดสุทัศน์ สรงน้ำพระ
วัดที่ 4 คือ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เมื่อมาแล้วก็ไปไหว้พระประธานองค์ใหญ่ คือ พระศรีศากยมุนี ขอพรจากพระ แล้วอย่าลืมไปสักการะ พระสุนทรรีวาณี ที่อยู่ในพระอุโบสถ ด้วยหละ ไปขอโชคลาภ ให้สำเร็จดังประสงค์ เมื่อเสร็จแล้ว ก็เดินข้ามถนนมาทางศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ถ้าเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็จะมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐาน ให้พวกเราได้สรงน้ำพระกัน การข้ามถนนแล้วเดินเท้ามาที่นี่มุ่งหน้ามาทางสี่แยกคอกวัว เพราะว่า เรากำลังจะไปไหว้พระที่วัดอีกแห่ง
หลวงพ่อพระร่วงทองคำ
วัดที่ 5 คือ วัดมหรรณพารามวรวิหาร ซึ่งวัดนี้มีพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยสุโขทัย คือ พระร่วงทองคำ จริง ๆ อ่านไม่ผิดหรอก พระพุทธรูปทองคำ นอกจากที่วัดไตรมิตร ฯ แล้ว ที่วัดมหรรพาราม ฯ ก็มีพระพุทธรูปทองคำเช่นกัน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะที่สวยงาม โดยเนื้อโลหะผสมของสัมฤทธิ์ และ ทองคำ ซึ่งทางกรมศิลปากรได้พิสูจน์และลงความเห็นว่าเป็นทองคำถึง 60 เปอร์เซ็นต์ หลวงพ่อพระร่วงทองคำนี้ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้คนมักจะมาบนบาน ขอพรจากหลวงพ่อ และเมื่อสำเร็จดังที่ตั้งใจ ก็จะนำว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า และพวงมาลัยมาถวาย เมื่อมาแล้วก็ต้องไปไหว้หลวงพ่อพระร่วงทองคำ ขอพร อธิษฐานกันตามประสงค์ เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ก็เรียกรถไปต่อ คราวนี้ไปกันใกล้ แถว ๆ ผ่านฟ้า :-)
ภูเขาทอง สักการะพระบรมสารีริกธาตุ
วัดที่ 6 คือ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ ภูเขาทอง นั่นเอง สำหรับที่นี่ ต้องท้าพิสูจน์ความแข็งแรงของร่างกายกันสักหน่อย ไหวมั๊ยหรอ ประมาณ 200 กว่าขั้น จะเดินไปถึงกันอะเป่า อิอิ .. :-) แน่นอนหละมาแล้วก็ต้องขึ้น ฮุย เล ฮุย ลุยเลยพวกเรา เป้าหมายคือ การขึ้นไปสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ข้างบน ขึ้นบันไดไป เคาะระฆังไป สักพักใหญ่ ก็จะถึงชั้นบน แนะนำว่า ถ้าขึ้นช่วงบ่าย เตรียมร่มไปบังแดดด้วยจะดีมาก ถ้ามีน้ำดื่มติดไป ก็จิบไป เดินไป ก็ไม่เลว เพราะว่า ช่วยได้เยอะ ครั้งแรกไป ไม่ได้เตรียมอะไรไป ก็คิดว่า แน่ ปรากฏว่ากว่าจะถึง เกือบแย่ ขึ้นไปหอบลิ้นห้อย ต้องไปนั่งข้างพัดลมไอน้ำ ถึงจะค่อยยังชั่ว ทำให้เป็นบทเรียนว่า เราไม่ควรประมาท เตรียมไว้เถอะ ไม่เสียหายอะไร เมื่อไปไหว้ขอพรจากพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ก็ขึ้นบันไดเล็ก ๆ ชันๆ ไปชั้นบนสุด เพื่อไปกราบพระเจดีย์สีทองชั้นบนสุดของภูเขาทอง แล้วก็ไปไหว้ พระเศรษฐีนวโกฐ ขอโชคลาภ อีกนิด ก่อนกลับ ก็ชมบรรยากาศด้านบนของกรุงเทพสักนิดก่อนลงมาด้านล่าง ก่อนกลับก็ไปไหว้ พระพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ ที่สร้างในสมัยสุโขทัย มีอายุกว่า 700 ปี ซึ่งงดงามมาก เมื่อเสร็จแล้ว ก็ เรียกรถตุ๊ก ๆ หรือ แท็กซี่ กลับย่านบางขุนพรหม เพื่อไปวัดถัดไป
หลวงพ่อโตวัดอินทร์
วัดที่ 7 คือ วัดอินทรวิหาร เพื่อไปไหว้หลวงพ่อโตวัดอินทร์ เมื่อมาถึงวัดอินทร์ ก็มีที่เราไปไหว้พระหลายที่ เราก็ไปไหว้พระเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต อย่าลืมเข้าไปฟังพระคาถาชินบัญชร ในวิหารเล็ก ๆ ที่มีบ่อน้ำมนต์ด้วยหละ รู้สึกขลังดีจริง ๆ ไฮไลท์ ก็ต้องไปไหว้ พระพุทธรูปองค์ยืนอุ้มบาตร หรือพระศรีอริยเมตตรัย ไหว้พระขอพรกันให้เต็มอิ่ม เรายังเหลืออีก 2 วัด และเราต้องไม่รอช้า ว่า แล้ว ก็เรียกรถอีกที คราวนี้ มุ่งหน้า กลับ บางลำพู ไปวัด ที่ 8 กัน ;-)
พระพุทธชินสีห์

วัดบวรนิเวศน์ ตั้งเหรียญ

วัดที่ 8 วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร มาถึงก็ต้องไปไหว้พระ ซึ่งที่วัดบวร ฯ นี้ มีพระพุทธรูปที่สำคัญ ๆ หลายองค์เช่น พระพุทธชินสีห์ หลวงพ่อเพชร พระศาสดา เป็นต้น แต่ที่ไปทุกครั้งไม่พลาด ก็คือ ตรงพระพุทธบาทโบราณ ซึ่งกิจกรรมเป็นที่นิยมคือ การตั้งเหรียญ บนลายพระพุทธบาท อธิษฐานกันแล้วก็ตั้งใจ ตั้งเหรียญกัน เอาหละ เดี๋ยวจะหมดเวลา เดินข้ามถนนมาสักนิด เดินมาสักระยะ มาทางถนนเข้าวสาร ก็จะถึงวัดที่ 9
วัดชนะสงคราม
วัดที่ 9 คือ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร มาถึงก็ต้องไปไหว้พระขอพร ตามกติกา ไหว้พระ 9 วัด กันก่อน ขอให้เราได้ชนะอุปสรรค์ต่าง ๆ ให้เราได้สำเร็จดังหวัง เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ก็ไปไหว้และสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว และแล้ว เราก็สามารถปฏิบัติ ภารกิจ ไหว้พระเก้าวัด ฝั่งพระนคร เสร็จสิ้นแล้ว ภารกิจนี้ เราไม่ข้ามแม่น้ำ ไปวัดยอดนิยม เช่น วัดระฆังโฆษิตาราม วัดอรุณราม วัดอรุณราชวราราม หรือว่า วัดกัลยาณมิตร เอาไว้รอบหน้า ค่อยไปเที่ยวด้วยกัน  :-)

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ไหว้พระ 9 วัด กันแล้ว ถ้าเป็นเทศกาลสงกรานต์ ก็แนะนำให้ฉลองสงกรานต์ให้ชุ่มฉ่ำกันต่อที่ถนนข้าวสาร สงกรานต์อินเตอร์ ทำบุญกันแล้ว ก็สนุกสนานกันต่อ  เสร็จแล้วก็กลับไปรับรถที่อาคารจอดรถของกรุงเทพ ที่เราจอดไว้ตอนเช้า :-) เอาไว้รอบหน้า จะหาทริปมาราธอนมาเล่าให้ฟังกันอีกนะ ;-)

ไหว้พระ 9 วัด กทม episode 1

:-) สวัสดีวันสงกรานต์ รับปีใหม่ไทย ขอให้ทุก ๆ คนมีความสุขมาก ๆ รับวันสงกรานต์ สุขสดชื่น สมหวัง ในปีนี้กันทุก ๆ คนเลยนะ  วันนี้ จะขอแนะนำทริปยอดนิยม ของคนชอบทำบุญกันสักนิด  เพราะว่า เวลามีเทศกาลสำคัญ ๆ เรามักจะคิดถึง การไหว้พระเก้าวัด เพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิตของเราและครอบครัว  คราวนี้ขอแนะนำการไหว้พระ 9 วัด ใน กรุงเทพ ก่อนก็แล้วกัน ;-)

ถ้าจะพูดกันจริง ๆ แล้ว จะพบว่า วัดในกรุงเทพ มีมากมาย เกิน 9 วัด ซึ่งเราสามารถวางแผนการเดินได้ โดยสามารถเลือกได้จากเส้นทางที่ใกล้เคียงกัน เดินทางได้สะดวก หรือ อาจจะเลือกวัดที่เป็นที่นิยม ซึ่งตอนนี้ ทาง ขสมก หรือ รถเมล์ เขาก็มีบริการ ไหว้พระ 9 วัด กับ ขสมก มาบริการให้ประชาชนได้เดินทางกันฟรี ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ  แต่ต้องบอกว่า หากต้องการใช้บริการขสมก แล้ว ต้องอดทน และแบ่งปันกันสักนิด เพราะว่า คนเยอะมาก อันนี้ ไม่อยากแนะนำให้ผู้สูงอายุสักเท่าไหร่นัก เพราะว่า ต้องเบียดกันค่อนข้างมาก แต่ถ้าชอบพบปะผู้คน อันนี้ ได้เลย …อิอิ :-P

ขอแนะนำเส้นทางตามสไตล์ที่มักจะไปไหว้พระ 9 วัด ตามแบบฉบับของเราสักนิดดีกว่า เผื่อว่า อาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ได้ ต้องบอกว่า ทริปนี้ ถ้าพาแม่เที่ยว แม่ก็ต้องแข็งแรงมาก ๆ เพราะว่า ทำเวลากันพอสมควร ขอแนะนำในรูปแบบของการนำรถไปจอดที่อาคารจอดรถ ของ กรุงเทพมหานคร ที่บางลำพู แล้วใช้รถตุ๊ก ๆ หรือ แท็กซี่ สัญจร ลัดเลาะไปยังวัดต่าง ๆ รอบเกาะรัตนโกสินทร์ แนะนำเลยว่า

  1. ต้องเริ่มเดินทางตั้งแต่เช้า ๆ ถ้าเริ่มวัดแรกที่ 7 โมงเช้าจะดีมาก ๆ เพราะอากาศไม่ร้อน ผู้คนก็ยังไม่เยอะ เราทำเวลาได้ดี รถยังไม่ติด เดินทางสะดวก พอ 10 โมงเช้า เราก็เก็บไปได้ตั้ง 3-4 วัดแล้ว
  2. ควรเตรียมร่มกันแดด น้ำดื่ม ขนมกินแก้หิว กล้องถ่ายรูปไว้เก็บภาพสวย ๆ
  3. เตรียมเหรียญ 5 เหรียญ 10 และ แบ็งค์ 20 ไว้ เยอะ ๆ หน่อย เอาไว้ทำบุญ กับเป็นค่ารถเดินทาง


กิจกรรม ไหว้พระเก้าวัดนี้ จะใช้เวลาให้รวดเร็วว่องไว เริ่มที่ 7 โมงเช้า และพยายามให้เสร็จสิ้นสักบ่าย 3 โมง

แนะนำตามแบบฉบับที่เราปฏิบัติภารกิจ ไหว้พระ 9 วัด ของกรุงเทพชั้นใน เอาแบบคร่าว ๆ วัดที่เราจะไปคือ วัดเบญจมบพิตร แวะศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดสุทัศน์ วัดมหรรพ ฯ วัดสระเกศ วัดอินทร์ วัดบวรฯ และ วัดชนะสงคราม สำหรับรายละเอียดนั้น จะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง ก็แล้วกัน เล่าไป เหนื่อยไป แต่ก็อิ่มบุญไปกับการทำบุญ ไหว้พระ 9 วัด

ถ้าพร้อมแล้ว ไปด้วยกันเลย ;-)

เอาละ เนื่องจาก บ้านของเราอยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงเทพ จะขอเริ่มต้นโดยการขับรถมาตามถนนพระรามเก้า มุ่งหน้าราชปรารภโดยใช้ถนนจตุรทิศ ตรงไปถนนศรีอยุธยา ขับตรงยาว ผ่าน โรงพยาบาลพญาไท ( ซ้ายมือ ) แล้วก็ผ่าน กระทรวงต่างประเทศ ( ขวามือ ) แล้วก็ข้ามทางรถไฟ ผ่าน พระราชวังสวนจิตรลดา ( ขวามือ ) แล้วก็ถึง วัด เบญจมบพิตร ฯ ทางด้านซ้ายมือ ก็จอดรถที่หน้าวัดได้เลย
วัดเบญจมบพิตร
วัดที่ 1 วัดเบญจมบพิตร ฯ หรือที่หลายคน เรียกว่า วัดเบญจ นั่นเอง แล้วทราบหรือไม่ว่า ชื่อเต็ม ของวัดเบญจ ฯ นั้นคือ อะไร ………ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ….เฉลยเลยก็แล้วกัน ชื่อเต็ม ๆ คือ :-) วัดเบญจมพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เป็นไงหละ ทายกันถูกหรือเปล่า อ่อ….ต้องขออภัย นอกเรื่องมานาน เมื่อมาถึงวัดเบญจมพิตร แล้ว ก็เข้าไปไหว้พระพุทธชินราชจำลอง ไหว้พระขอพร กันก่อน วัดเบญจมพิตร ฯ ว่า เป็นสถานที่ที่ชาวต่างชาติ อยากมาเยี่ยมชมที่วัดนี้ กัน ทั้งนี้ เพราะว่า พวกฝรั่งเขาเรียก วัดนี้ว่า The marble temple ถ้าแปลกันแบบตรง ๆ ก็คือ วัดหินอ่อนนั่นเอง สาเหตุก็เพราะว่าวัดเบญจ ฯ นี้ ตกแต่งด้วยหินอ่อนอย่างดีจากเมืองคารารา ประเทศอิตาลี อีกทั้งยังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามแห่งหนึ่งของกรุงเทพ เมื่อไหว้พระขอพร ทำบุญวัดแรกกันแล้ว เราก็ไปวัดต่อไปกันเถอะ เราก็ขับรถต่อไป โดยใช้ถนนศรีอยุธยามุ่งหน้าไปยังถนนสามเสน เมื่อถึงถนนสามเสนก็เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปยังบางลำพู เพื่อไปจอดรถที่อาคารจอดรถของกรุงเทพ หลังจากนั้น แล้วใช้รถแท็กซี่หรือรถตุ๊ก ๆ ก็ได้ บอกว่า ไป ศาลหลักเมือง
ศาลหลักเมือง

ศาลหลักเมือง เทพารักษ์คุ้มครองเมือง

ก่อนจะไปวัดที่ 2 แวะไหว้ศาลหลักเมืองกันก่อนนะ :-P ใช้เวลาไม่นานนักสำหรับการไปสักการะบูชา ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมืองที่เรา ไปขอพรจาก ศาลหลักเมือง และเทพารักษ์ทั้ง 5 ผู้ให้ความร่มเย็นกับแผ่นดิน และราษฎร์ คือ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อเจตคุปต์ และ เจ้าพ่อหอกลอง เราไปสักการบูชาขอพร ให้อยู่เย็นเป็นสุข เจริญก้าวหน้า รุ่งเรือง ให้สมปรารถนา เมื่อเสร็จแล้ว ก็ไปวัดที่ 2 กันต่อ เราก็เดินไปทางกระทรวงกลาโหมแล้วก็ข้ามถนนนิดเดียว เราก็ถึงวัดพระแก้วแล้ว

วัดพระแก้ว

วัดที่ 2 วัดพระแก้ว วัดคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย ซึ่งเราต้องไปไหว้พระแก้วมรกต เพื่อขอพร การเข้าวัดพระแก้วต้องแต่งกายสุภาพด้วยนะ ไม่แต่งตัวโป๊ ไม่พันแขนเสื้อ พับขากางเกง ไม่ใส่กางเกงขาสั้น เพราะทุกคนต้องเคารพสถานที่ ไปวัดพระแก้วแล้ว ถ้ามีเวลาเหลือ ก็อยากแนะนำให้เดินชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่วิจิตรงดงาม และเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่ยาวที่สุดในโลก แนะนำนิดนึงว่า นักท่องเที่ยวมักจะไปถ่ายภาพตรง หนุมานอบพลับพลากัน ก็เพราะว่า สวยงาม คลาสสิก ถ้าไม่เชื่อก็ต้องลองไปดูของจริงก็แล้วกัน ;-) ถ้าเป็นคนชอบสถาปัตยกรรมแล้วก็เดินไว ๆ แนะนำอีกนิดว่า ให้ไปดูเพิ่มเติมที่พระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะมีประตูติดกันกับวัดพระแก้ว เอาไว้คราวหน้า จะพาเที่ยวที่พระบรมมหาราชวัง แต่ทริปนี้ คงไม่สะดวก เพราะว่า เวลามีไม่มาก เพิ่งจะ 2 วัดเอง งั้นไปต่อก็เลยดีกว่า
หนุมานอมพลับพลา พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
เรามาตั้งต้นทางด้านประตูด้านกระทรวงกลาโหม แล้วเดินไปทางด้านสวนสราญรมย์ เลาะกำแพงวัดพระแก้วไป สักอึดใจ แล้วเลี้ยวขวา เดินข้ามถนนเล็ก ๆ เราก็จะถึง วัดที่ 3 ที่ได้รับความนิยมว่าเป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวอันดับ 24 ของโลกในปี 2549 เพราะว่า มีคนมาเที่ยวกว่า 8 ล้านคนต่อปี แล้วเราหละ เป็นหนึ่ง ใน 8 ล้านนั้นหรือเปล่า

อ่านกันมาเยอะแล้ว พักสักนิด แล้วไปต่อ ไหว้พระ 9 วัด กทม epispode 2 กับบทความถัดไป :-)

พาแม่เที่ยวสักการะหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนที่วัดไร่แตงทอง

:-P หายไปนานเพราะช่วงนี้งานเยอะมาก วันนี้มีเวลาแล้ว ขอสักหน่อยก็แล้วกัน คราวนี้มีโปรแกรมพาแม่เที่ยวดีๆ มาแนะนำกันอีกแล้ว ใครเคยไปวัดไร่แตงทองบ้างเอ่ย บางคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อวัดนี้มาก่อนเลย ก็เป็นไปได้ แต่ถ้าพูดถึง หลวงปู่หลิว เทพเจ้าพญาเต่าเรือน หละ พอจะคุ้นหูกันบ้างรึเปล่า ( มีแผนที่บอกทางด้านล่างด้วยนะ ) วัดไร่แตงทอง จัดว่า เป็น หนึ่งใน ไหว้พระ 9 วัด สายนครปฐม กาญจนบุรี ดังนั้นอยากเชิญชวนให้เพื่อน ๆ ไปไหว้หลวงปู่หลิวกันมาก ๆ เพราะอะไรเหรอ :-) งั้นมาดูกันว่าทำไมทริปนี้มีดียังไง

หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง

ไฮไลท์ของการทริปนี้ คือ การได้ไปสักการะและลอดรูปเหมือนหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือน ซึ่งมีความสูงถึง 8.5 เมตร

ได้ขอพร ขอโชคลาภ จากหลวงปู่หลิว และ พญาเต่าเรือน เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง และครอบครัวด้วย เพราะผู้คนต่างกันเชื่อกันว่า การได้ลอดใต้ท้องพญาเต่าเรือนนั้น จะทำให้มีอายุยืนเหมือนเต่า ร่างกายแข็งแรง หายจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกอย่างนึงก็คือจะไปหาวัตถุมงคลมาบูชาสักหน่อย เพราะว่าที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องวัตถุมงคลด้านพุทธคุณ เมตตามหานิยม ด้านค้าขายดียิ่งนัก

หลวงปู่หลิว หลวงปู่หลิว


นอกจากนี้แล้ว ยังมีการบันทึกของเหตุมหัศจรรย์ 3 ประการ ในขณะที่มีการก่อสร้างรูปเหมือนหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนคือ
1.ในการสร้างฐานเพื่อประดิษฐานรูปหล่อ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือนนั้น ช่างได้กำหนดขนาดของฐานให้ขาทั้ง ๔ วางอยู่บนแท่นพอดี แต่เมื่อยกหล่อ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน ปรากฏว่าขาหน้าด้านซ้ายยื่นเลยมาออกจากแทน จนกลายเป็นว่าใครมากราบไหว้จะต้องเอาศีรษะให้สัมผัสกับเท้า เหมือนกับว่าให้เหยียบเพื่อความเป็นสิริมงคล
ขอพรพญาเต่าเรือน

2.เกิดดวงไฟสีเขียวปรากฏบนแท่นบริเวณขาด้านขวา ซึ่งในขณะที่เกิดนั้นมีกรรมการวัดและชาวบ้านเห็นด้วยตาหลายคน
3.เกิดจากงานก่อสร้างที่ไม่คิดมาก่อน กล่าวคือ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน องค์ใหญ่ สูง ๘.๕๐ เมตร ดูในวิหารว่าใหญ่แล้ว แต่จะใหญ่ยิ่งกว่าเมื่อดูผ่านประตูวิหาร และหากเดินถอยหลัง โดยมองผ่านประตูยิ่งเดินถอยหลังยิ่งไกลเท่าไร ขนาดของเต่าจะใหญ่ขึ้น จนหัวของเต่าใหญ่คับประตูวิหารเลยทีเดียว ที่เป็นเช่นนี้เพราะความพอดีของหลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน กับบานประตูวิหาร
หลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือน
ทริปพาแม่เที่ยวครั้งนี้ อาจจะนั่งรถกันไปไกลสักนิด แต่ก็คุ้มค่า สาเหตุที่อยากไปที่วัดไร่แตงทองนี้ เพราะว่า มีโอกาสได้อ่านหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก เรื่องของหลวงปู่หลิว เทพเจ้าพญาเต่าเรือน แล้วเกิดศรัทธาอยากไปที่วัดไร่แตงทอง และทำให้ทราบว่า เมื่อครั้งหลวงปู่หลิวยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นพระที่มีอภิญญา และมีเมตตาสูง เป็นที่เคารพเลื่อมใสของลูกศิษย์ และพุทธสนิกชนทั่วทุกสารทิศ อีกทั้ง เมื่อสร้างรูปเหมือนหลวงปู่ประทับพญาเต่าเรือน แล้ว ก็มีผู้คนมาสักการบูชาและ แก้บนกันมากเมื่อสิ่งที่บนบานสัมฤทธิ์ผลดังที่ปรารถนา สิ่งที่นิยมมานำมาแก้บน นอกจาก ดอกไม้ ผลไม้ แล้วสิ่งที่แปลกไปกว่าที่อื่น ๆ ก็คือ ผักบุ้ง ที่มักจะนำมาถวายพญาเต่าเรือน นั่นเอง

ว่าแต่ว่า วัดไร่แตงทอง นั้นอยู่ที่ไหน ไปยังไง นั่นนะซิ ติ๊กต๊อก ติ๊กต่อก ไม่ต้องกังวลแล้วเพราะว่า มีข้อมูลว่า วัดไร่แตงทอง ตั้งอยู่ ตำบล ลูกนก อำเภอ กำแพงแสน จังหวัด นครปฐม มีหลายคน อาจจะสับสนว่า อยู่นครปฐม หรือ กาญจนบุรี กันแน่ ที่จริงแล้วต้องบอกว่า อยู่ในเขตนครปฐม ใกล้ ๆ แนวตะเข็บเขตของจังหวัดกาญจนบุรี พอคิดอยากจะไปก็นึกไม่ออก ว่า จะไปยังไง ก็ลองเข้าไปเสริชหา แผนที่วัดไร่แตงทอง ปรากฏว่า หาไม่เจอ ไม่ค่อยมีรายละเอียดชัดเจน เท่าไหร่นัก ก็เลยตั้งใจว่า ถ้าได้ไปไหว้หลวงปู่หลิว เมื่อไหร่ กลับมาแล้วจะทำแผนที่บอกทางให้ผู้ที่จะไปวัดไร่แตงทองได้สะดวก ไม่ต้องกลัวหลงทางกันอีกแล้ว แผนที่อยู่ตรงข้างล่างนี่เอง คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่กันได้เลย
แผนที่วัดไร่แตงทอง
วันที่ไปนั้นเลือกใช้เส้นทางด้านกำแพงแสน เพราะว่า บ้านอยู่ทางด้านกรุงเทพตะวันออก จะสะดวกใช้เส้นวงแหวนรอบนอก มุ่งหน้า ไปทางเส้นสุพรรณบุรี พอถึง แยกนพวงษ์ ก็เลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าไปทางบางเลน ขับรถไปสักพัก ก็ถึงสามแยกไฟแดงใหญ่ที่จะเข้าตลาดบางเลน เราก็เลี้ยวขวา ขับรถไปอีกนิด จะเป็นสามแยกอีกครั้ง ให้เราเลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าไปทาง กำแพงแสน แล้วก็ขับตรงยาวจนถึง สามแยกใหญ่อีกครั้ง ให้เลี้ยวขวา เพื่อเข้าแยกกำแพงแสน ขับไปอีกนิด จะเจอแยกใหญ่ เห็นป้ายโต ๆ บอกให้เลี้ยวซ้ายไป พนมทวน ก็เลี้ยวตรงนั้นเลย
ไปบางเลน ไปกำแพงแสน-พนมทวน
สังเกตได้ว่า แยกนั้นคือ ม.เกษตร วิทยาเขต กำแพงแสนนั่นเอง ขับไปทางพนมทวนนั่นแหละ ผ่านทางรถไฟทุ่งบัว ประมาณ 16-17 กิโล ผ่านวัดนักบุญเปรโต ขับไปอีกสักนิด แถว ๆ ทุ่งลูกนก จะเห็นป้ายบอกทางเข้าวัด ไร่แตงทอง เหมือนในรูปนั่นแหละ
ป้ายบอกทางวัดไร่แตงทอง เข้าซอยไปอีก 8 กิโลเมตร

ไชโย…. :-) ไม่หลงทางแน่นอน เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยได้เลย ขับไปทางคดเคี้ยวเรื่อย ๆ แล้วก็จะถึงวัดไร่แตงทอง
ถึงแล้ววัดไร่แตงทอง ถึงแล้ววัดไร่แตงทอง

อย่าลืมไปพิสูจน์ ที่ว่า ยิ่งไกล ยิ่งใหญ่ นะ ขากลับขอกลับด้าน กาญจนบุรี เพราะว่า จะแวะหาของอร่อยที่นครชัยศรี สักหน่อย บทความหน้า แฉลบแถวนครชัยศรี นิดนึงนะจ๊ะ ;-)

ป้ายกำกับ
กุ้งเผาทองชุบ ค้างคาวแม่ไก่ ตลาดน้ำบางคล้า ตลาดร้อยปี ถนนข้าวสาร ปางนอนเสวยสุข ผัดไทยป้าหวาน พระพิฆเนศ พาแม่เที่ยว ภูเขาทอง ริมน้ำบางปะกง ร้านอร่อย ลักยิ้ม วัดชนะสงคราม วัดบวร วัดบางพลีใหญ่ วัดพระแก้ว วัดมหรรณพ์ วัดมหาธาตุ วัดสมานรัตนาราม วัดสระเกศ วัดสุทัศน์ วัดอินทร์ วัดเบญจ วัดโพธิ์ วัดโพธิ์บางคล้า ศาลหลักเมือง สงกรานต์ สิงหาพาแม่เที่ยว หลวงพ่อโต อ่างศิลา อ่าวอุดม เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวฉะเชิงเทรา เที่ยวราชบุรี เที่ยววัด เที่ยวสบาย เที่ยวสระบุรี เที่ยวสิงห์บุรี เที่ยวไทย แนะนำร้านอร่อย ไหว้พระ 9 วัด ไหว้พระ 9 วัด กทม ไหว้พระวัดไหนดี ไหว้พระเก้าวัด
พฤษภาคม 2012
พฤ อา
« มี.ค.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

225
Unique
Visitors
Powered By Google Analytics
Your IP Address is:

 






  • ลิ้งค์พันธมิตร


  • สารบัญเว็บไทย
  • software download
  • ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บฟรี เพิ่มเว็บไซต์ฟรี แลกลิงค์
  • ThaiAll
  • sawatdeekrab.com งานhandmade งานฝีมือ ขายงานฝีมือ ฝากขายงานฝีมือ

  • สถานที่ท่องเที่ยว

  • voucher ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ที่พัก ปาย หัวหิน น่าน เลย เชียงใหม่ บัตรลดราคา

  • Blog Directory by Blog Flux

  • Free Web Submission
  • Free SEO Tools