Archive for the ‘เที่ยวสบาย สบาย’ Category
พาแม่ไหว้พระสักการะหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ หนองแค สระบุรี
ไม่ได้มาอัพเดทกันนาน วันนี้ขอแนะนำอีกโปรแกรม” พาแม่เที่ยว ” คราวนี้มาไหว้” หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ” กัน ก็ไปไม่ไกลจากกรุงเทพ อยู่เลียบคลองระพีพัฒน์ ฯ แค่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี นี่เอง เรามีแผนที่มาฝากด้วย ( อยู่ด้านล่างของบทความนี้นะจ๊ะ ) ไม่ต้องกลัวหลงทาง ถ้าพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแล้วละก้อ..ถามคนพื้นที่รับรองได้ว่ามีความศรัทธาและเลื่อมใสในหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ อย่างเหนียวแน่นเป็นแน่นอน และที่เราได้มีโอกาสรู้จักเรื่องราวเหล่านี้ก็เพราะว่า แม่เราเป็นคนพื้นที่นั่นเอง อิอิ
ต้องบอกว่า มาไหว้หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ทุกปี ปีละ หลาย ๆ ครั้ง ก็เลยคิดว่าเรามีสิ่งดี ๆ ก็มาบอกกันให้รู้
หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนในย่านนั้นเป็นอย่างมาก ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว ถ้าใครไปกราบสักการะ ขอพรจากหลวงพ่อ ก็จะสำเร็จ สมด้งปรารถนากัน และที่นีจะมีงานประจำปีในช่วงเดือน 12 หรือ งานช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุก ๆ ปี จะมีงานฉลอง มีร้านค้ามากมาย สนุกดี ตามบรรยากาศไทย ๆ แบบพี้นบ้าน เราช๊อบชอบ
โดยปกติแล้วจะมีผู้คนไปกราบไหว้ ขอพร สักการะบูชา รวมถึงบนบาน หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์กันอยู่เป็นประจำ อย่างหนาแน่น ส่วนใหญ่ก็สำเร็จสมดังประสงค์ สุขสมหวังกันโดยถ้วนหน้า จึงทำให้มีการบอกกัน แบบปากต่อปาก ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ ถ้าเล่าถึงประวัติหลวงพ่อ ก็ยิ่งตื่นเต้นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริง และไม่ได้อยู่ใกล้จากเราเลย ดูแผนที่ด้านล่างได้เลยจ้า คลิกดูภาพใหญ่กันเลย

การเดินทางไปก็ไปได้หลายทาง แต่ที่อยากจะแนะนำง่าย ๆ คือ ถนนเลียบ คลองระพีพัฒน์ ถ้าไปจากกรุงเทพ ก็ใช้เส้นพหลโยธิน ขอเริ่มต้นกันที่รังสิต ก็แล้วกัน เราไม่ไปสายเอเชียนะจ๊ะ แต่เราจะใช้เส้นที่มุ่งหน้าเข้าสระบุรี หรือทางเดียวกันกับที่ไปโคราชนั่นแหละ เราก็ต้องผ่านประตูน้ำพระอินทร์ ตรงไปเรื่อย ๆ เราก็จะผ่านวังน้อย ขับตรงไปก่อนนะ ไม่นาน เราก็จะเข้าเขตจังหวัดสระบุรี สังเกตุจะเห็นป้ายโฆษณายางบริสโตนป้ายใหญ่ ก็ให้เราเตรียมชิดซ้ายวิ่งเข้าเลนส์คู่ขนาน เพราะขับไปอีกนิดจะมีทางแยกใหญ่ให้เลี้ยวซ้ายไปนิดเดียว จะมีถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ตัดขวางอยู่ก็ให้เราเลี้ยวซ้ายอีกที เพราะขึ้นถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ แต่ถ้าไม่แน่ใจ ก็ขับตรงผ่านแยกนี้ไปก็ได้ ขับไปอีกนิด จะเจอป้ายใหญ่บอกว่า คลองระพีพัฒน์ ก็ให้เลี้ยวซ้ายขับเลียบคลองได้เลยจ้า พอเราขับรถบนถนนเลียบคลองก็ขับไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องกลัวหลง สังเกตุว่า ต้องผ่านโรงงานกระเบื้อง โสสุโก้ ผ่านโรงงาน เฟอโร นั่นแหละ ใกล้ถึงแล้ว และเราก็จะเห็นป้ายยินดีต้อนรับ ของเทศบาลคชสิทธิ์ อิอิ
คราวนี้ ถึงแล้วจ้า สังเกตุได้ว่า จะเห็นพระอุโบสถเด่นเป็นสง่าอยู่เลียบคลองระพีพัฒน์ นั่นแหละ เรามาถึงแล้ว ……….เย้ เห็นมั๊ยไม่ยากเลย ง่ายนิดเดียวเอง ใช้เวลา ประมาณ 1 ชั่วโมง นิด ๆ ถ้าขับแบบเรื่อย ๆ ชิว ชิว
ตามประวัติ หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ท่านเป็นพระพุทธรูปดิน ประดิษฐานอยู่ริมคลองคลองระพีพัฒน์ ฝั่งขวา ที่เป็นคลองชลประทาน ชาวบ้านมักจะเรียกว่า คลอง 7 อาร์ ( สันนิษฐานว่า อาร์ หรือ ไรท์ – right ที่แปลว่า ขวา ) หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ นั้นหันหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือว่า หันหน้าไปทางคลองระพีพัฒน์ นั่นเอง หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปเก่า ซึ่งมีการขุดพบโดยบังเอิญ ที่หมู่บ้านหนองตาโล่ ต. คชสิทธิ์ อ. หนองแค จังหวัด สระบุรี ตามเอกสารที่ค้นกันมา ระบุว่า ในวันจันทร์ที่ 2 ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ในปี 2502 ( เอ่ แต่พอกลับไปตรวจกับ ปฏิทิน 100 ปี พบว่า วันจันทร์ ที่ 2 ของเดือน 12 ในปี 2502 นั้น เป็นวันที่ 2 พฤศจิกายน 2502 ซึ่งตรงกับวัน ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 12 — งั้นเอาเป็นว่า ปี 2502 ก็แล้วกัน ) เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเนินดินที่มีความสูงกว่าองค์หลวงพ่อและเป็นทางเดินของผู้คนในระแวกนั้น โดยอยู่ริมคลองระพีพัฒน์ซึ่งเป็นคลองขุดในสมัยรัชการลที่ 5 และอยู่ใกล้กับประตูน้ำพระเอกาทศรถ ในช่วงนั้นมีกรมชลประทานได้มีการขุดดินจากเนินไปถมริมตลิ่งทีน้ำกัดเซาะ ก็บังเอิญไปพบดินที่แข็งมากกว่าปกติ ก็พยายามจะขุดจนกระทั่งก้อนดินนั้นออกมาเท่าทีจะทำได้จนกระทั่ง แตกออกมาเห็นเป็นรูปพระ ชาวบ้านก็มามุงดูกันตามวิสัย ไทยมุง ที่สืบต่อกันมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน บ้างก็ว่าเป็นพระพุทธรูปมาเกิด บ้างก็ว่า พวกคนงานกรมชลประทานเอาดินมาปั้นเป็นรูปพระ

และเย็นวันนั้นเอง ป้าฝอยซึ่งเป็นชาวบ้านย่านหนองตาโล่ จะกลับบ้านหลังจากที่ได้ไปรับจ้างหาบข้าวลงเรือที่แยกเจ็ดอาร์ ป้าฝอยได้เดินผ่านหลวงพ่อก็ไม่ได้นึกว่าดินนั้นจะเป็นพระพุทธรูปจริง ๆ ก็เลยเอาเปลือกอ้อย แทนธูป เอาเปลือกใบมะขามเทศมาแทนทอง ไปไหว้เหมือนล้อเลียน ป้าฝอยยังเดินทางกลับไม่ถึงบ้านก็มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง และนึกออกว่าไปไหว้ล้อเลียนองค์พระด้วยความรู้ไม่ถึงการณ์ ดังนั้นป้าฝอยจึงไปจุดธุปกราบขอขมาหลวงพ่อ ทำให้อาการปวดหัวหายไปในบัดดล และในช่วงเย็นของวันนั้นเอง มีการเข้าทรงโดยคุณยายเกลี้ยง สุขเจริญ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็ไม่เคยเป็นคนทรงมาก่อน จึงมีการสอบถามหลวงพ่อมาท่านมาจากไหน มีชื่อว่าอะไร หลวงพ่อบอกว่า มาอยู่ที่ตั้ง สองสมัยแล้ว มาคล้องช้างอยู่ 3 วัน แต่ก็ไม่ได้ช้าง ในขณะที่นอนหลับอยู่บนแคร่ พระเครื่องได้ตกหล่นแต่ก็หาไม่เจอ จนในที่สุดมีคนเอาดินมาถมในบริเวณนี้ หากอยากรู้ว่าหลวงพ่ออะไร ก็ให้นิมนต์พระ 5 วัดมาสวด และ ตั้งศาลเพียงตา ให้ทำขันธ์ 5 ทุก ๆ วัน และให้จัดงานกลางเดือน 12 ทุก ๆ ปี ซึ่งชาวบ้านก็ยินยอม แล้วท่านก็บอกว่า ท่านชื่อ สำเร็จศักดิ์สิทธิ์ หากใครมากราบไหว้ทำอะไรก็สำเร็จตามที่คิดไว้ ต่อมาได้มีการโบกปูนปิดองค์ที่เป็นดินของหลวงพ่อไว้ อีกชั้น ปาฏิหารย์ของหลวงพ่อที่ปรากฎต่อชาวบ้านมีอีกมากมาย ทั้งน้ำมนต์ที่มีเสียงดังจี๊ด ๆ รวมถึงฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ กับ พวกที่พยายามจะย้ายองค์หลวงพ่อ จนไม่มีใครกล้ามาย้ายที่หลวงพ่ออีกเลย
คาถาที่ขอพรจากหลวงพ่อ คือ ตั้ง นะโม 3 จบ
พระพุทธัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์
พระธัมมัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์
พระสังฆัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์แล้วก็ตั้งใจอธิษฐานขอพรกันให้สำเร็จดังหวัง…….สาธุ
ชาวบ้านมีความศรัทธาเลื่อมใส และเชื่อกันว่าหลวงพ่อมีความศักดิ์สิทธิ์มาก อธิษฐานขอพรก็สำเร็จสมดังที่ปรารถนากันถ้วนหน้า สมกับชื่อของหลวงพ่อจริง ๆ
ปัจจุบันนี้ ได้มีการปรับปรุงพระวิหารของหลวงพ่อให้สง่างาม ตั้งอยู่ริมน้ำ บรรยากาศก็ดี ถ้ามีโอกาส อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ พาครอบครัวไปสักการะหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ขอพรหลวงพ่อ เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว และขอให้สมหวังดังปรารถนาทุกคนนะจ๊ะ
ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
วันนี้วันที่ 5 ธันวาคม 2554 วันเฉลิมพระชนม์พรรษาของพระเจ้าแผ่นดิน วันนี้คนไทยทั้งแผ่นดินขอถวายพระพร แด่ พระราชาที่ยิ่งใหญ่ในแผ่นดิน
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
เมื่อวานก็ไปบริจาคโลหิตกับหน่วยเคลื่อนที่ของสภากาชาดไทย ถวายเป็นพระราชกุศล แม้จะเป็นการทำความดีเพียงเล็ก ๆ น้อย แต่ก็ดีใจและภูมิใจที่ได้ทำดีเพื่อถวายแด่ในหลวงที่เคารพยิ่ง เมื่อวันก่อนได้ดูโฆษณาชิ้นหนึ่งของกระทรวงพลังงาน ซึ่งเป็นเรื่องเล่า จาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ครั้งตามเสด็จไปที่เขาค้อ จ. เพชรบูรณ์ ปี พ.ศ.2527 เกี่ยวกับ การใช้พลังงานอย่างคุ้มค่าและพอเพียง แม้แต่ข้าวผัดเพียงจานเดียว ก็ใช้ต้องพลังงานเช่นกัน ดังนั้นเราควรรู้จักการใช้พลังงานอย่างคุ้มค่า ดูแล้วรู้สึกซาบซึ้งในคำสอนด้วยการเป็นตัวอย่างที่ดีของพระเจ้าอยู่หัวของเรา ลองดูจากคลิปด้านล่างดูซิ
ไม่มีคำบรรยายอะไรแล้ว เพราะดูแล้วตื้นตันใจ เป็นบุญของเราจริง ๆ ที่ได้เป็นพสกนิกรของพระองค์
ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
ไม่ได้เข้ามาอัพเดทบล็อกมาเป็นเวลานาน อันเนื่องมาจากการอยู่กับน้ำแบบไม่ได้ตั้งใจ และไม่ได้ตั้งตัว เล่นเอาเครียดแบบไม่เคยเป็นมาก่อน ถ้ามองโลกในแง่ดี เราก็ผ่านมาแล้ว ทำให้เข้าใจและเรียนรู้อยู่กับน้ำ ได้ในที่สุด เพราะน้ำคือชีวิต ที่ก่อให้เกิดชีวิต และความสมบูรณ์แห่งธรรมชาติ เมื่อพวกมนุษย์ที่เอาเปรียบธรรมชาติมานาน ก็ถึงเวลาที่โดนเอาคืนกันบ้าง สรุปว่า ถ้ามนุษย์ยังตัดไม้ทำลายป่า ตัดสมดุลแห่งธรรมชาติ ฝนที่ตกลงมา ก็ไม่มีป่าไม้มาดูดซับน้ำ แหล่งน้ำก็แห้งหายกันไปหมด มีบางข้อมูลบอกว่า ปีนี้ฝนตกมากกว่าปกติ ทำให้น้ำท่วมหนัก แล้วไหง ไม่มาแจ้งกันให้รู้กันว่า เมื่อก่อนนี้ ฝนก็ตกหนัก แต่เรามีพื้นที่ป่าไม้มาก ทำให้ช่วยดูดซับน้ำเอาไว้ได้มาก แต่ปัจจุบัน พอฝนตกลงมา พื้นที่ป่าไม้มันหดหายไปมาก เราก็เลยรับน้ำกันจะ จะ ทำให้ต้องแบ่ง ๆ กันไป น้ำท่วมมากแค่ไหน แต่น้ำใจคนไทยมากกว่านั้น เพราะคนไทยไม่เคยทิ้งกัน เรารักประเทศไทย
เอาไว้บทความถัดไปพาไปเที่่ยวใกล้ ๆ กรุงเทพก่อนนะ เพราะไปไกลไม่ได้ น้ำยังท่วมรอบ ๆ กรุงเทพ อยู่เลย ไปไหว้พระ หาของกินพื้นบ้าน กินอร่อย ๆ ฉลองรับปีใหม่กันดีกว่า ว่าแล้ว ไปดูบทความถัดไปก็แล้วกัน
ไหว้พระ 9 วัด กทม episode 2
มาต่อกันเลย จากบทความก่อนหน้านี้ เริ่มต้นกับ ไหว้พระเก้าวัด episode 2 เมื่อกี้ เราไปกัน 2 วัดแล้ว ที่ไหว้พระ 9 วัด episode 1 แล้ว งั้นมาต่อกันที่วัดที่ 3 เลยดีกว่า เดี๋ยวแดดจะร้อน
วัดที่ 3 นั่นก็คือ วัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารนั่นเอง เดินกันมาก็คงเหนื่อย และ ร้อนกันพอสมควร แนะนำว่า ติดร่มกันแดด และน้ำดื่มไปด้วยก็จะสะดวกมากขึ้น อาจจะสงสัยว่า ทำไม ไม่เรียกใช้รถตุ๊ก ๆ หรือ รถแท็กซี่ ก็อยากจะบอกว่า สองสามที่ ที่เราพูดถึงนี่ ไม่ได้ไกลกันเลย ถ้าเดินไหว แนะนำให้เดิน ถ้าเดินไม่ไหว ก็เรียกรถก็ได้ แต่ที่เคยเจอ จะพบว่า พวกรถเขาไม่ค่อยรับกัน เพราะว่า ตรงนี้ รถมันติดมาก คนก็เยอะ เวลาก็พอ ๆ กัน ถ้าเดินได้ ก็แนะนำให้เดิน เอาหละ เมื่อมาถึงวัดโพธิ์กันแล้ว ก็แนะนำให้ไหว้พระกันก่อน
บางครั้งทางวัดก็จัดสถานที่ให้เราได้ไหว้พระกันนอกพระอุโบสถ ถ้าไหว้กันเสร็จแล้ว ก็ต้องไม่พลาดกับการไปสักการะ พระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ไม่ควรควรพลาดคือ การไปชมภาพประดับมุกที่พระบาทเป็นเรื่องราวของ มงคล 108 ประการ อันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของมหาบุรุษตามคติของอินเดีย ใคร ๆ ก็มักจะไปถ่ายพบเก็บเป็นที่ระลึก กันทั้งน้าน…
ว่ากันไปแล้ว ที่วัดโพธิ์ นี่ เป็นสถานที่มีคุณค่าทางความรู้อย่างอเนกอนันต์ เพราะถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ขนาด ยูเนสโก้ยัง ขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำโลก เดือน มีนาคม 2551 เลยหละ ตอนนี้ ทางวัดยังโปรโมท 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์
เอาไว้มีเวลามากกว่านี้ เราไปทัวร์ 9 สิ่งมหัศจรรย์ วัดโพธิ์กันเถอะ อีกทั้งในช่วงสงกรานต์ ก็จะมีกิจกรรมการสรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย และกิจกรรมอีกหลากหลาย แต่ว่า วันนี้ ภารกิจคือ ไหว้พระเก้าวัด กรุงเทพ ต้องสำเร็จใน 1 วัน ไปเถอะ เพิ่งได้ 3 วัดเอง วัดต่อไป จัดเป็น ออปชั่น ก็แล้วกัน ถ้ายังเดินกันไหว ก็เดิน ถ้าไม่ไหว เรียกรถเลย ก็ไปวัด วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั่นเอง ซึ่งวัดนี้ ถือได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน เอาเป็นว่า ถ้ามาวัดแล้ว ก็เข้าไปไหว้พระขอพร อย่าลืมไปสักการะพระมณฑปที่บรรจุพระบรมสาริกธาตุไว้ สำหรับวัดมหาธาตุแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย หรือ สถานที่ศึกษาของพระสงฆ์นั่นเอง เอาหละ งั้นเราเข้าภารกิจ ไหว้พระ 9 วัดกันต่อ ถ้าใครไม่สามารถแวะวัดมหาธาตุ ฯ ได้ ก็ ไปต่อกันที่วัด ที่ 4 ซึ่งเราต้องเรียกรถไปส่งแน่ เพราะว่า เดินไปคงไกลหลายอึดใจ เราจะไปที่ เสาชิงช้า
วัดที่ 4 คือ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เมื่อมาแล้วก็ไปไหว้พระประธานองค์ใหญ่ คือ พระศรีศากยมุนี ขอพรจากพระ แล้วอย่าลืมไปสักการะ พระสุนทรรีวาณี ที่อยู่ในพระอุโบสถ ด้วยหละ ไปขอโชคลาภ ให้สำเร็จดังประสงค์ เมื่อเสร็จแล้ว ก็เดินข้ามถนนมาทางศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ถ้าเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็จะมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐาน ให้พวกเราได้สรงน้ำพระกัน การข้ามถนนแล้วเดินเท้ามาที่นี่มุ่งหน้ามาทางสี่แยกคอกวัว เพราะว่า เรากำลังจะไปไหว้พระที่วัดอีกแห่ง
วัดที่ 5 คือ วัดมหรรณพารามวรวิหาร ซึ่งวัดนี้มีพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยสุโขทัย คือ พระร่วงทองคำ จริง ๆ อ่านไม่ผิดหรอก พระพุทธรูปทองคำ นอกจากที่วัดไตรมิตร ฯ แล้ว ที่วัดมหรรพาราม ฯ ก็มีพระพุทธรูปทองคำเช่นกัน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะที่สวยงาม โดยเนื้อโลหะผสมของสัมฤทธิ์ และ ทองคำ ซึ่งทางกรมศิลปากรได้พิสูจน์และลงความเห็นว่าเป็นทองคำถึง 60 เปอร์เซ็นต์ หลวงพ่อพระร่วงทองคำนี้ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้คนมักจะมาบนบาน ขอพรจากหลวงพ่อ และเมื่อสำเร็จดังที่ตั้งใจ ก็จะนำว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า และพวงมาลัยมาถวาย เมื่อมาแล้วก็ต้องไปไหว้หลวงพ่อพระร่วงทองคำ ขอพร อธิษฐานกันตามประสงค์ เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ก็เรียกรถไปต่อ คราวนี้ไปกันใกล้ แถว ๆ ผ่านฟ้า ![]()
วัดที่ 6 คือ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ ภูเขาทอง นั่นเอง สำหรับที่นี่ ต้องท้าพิสูจน์ความแข็งแรงของร่างกายกันสักหน่อย ไหวมั๊ยหรอ ประมาณ 200 กว่าขั้น จะเดินไปถึงกันอะเป่า อิอิ ..
แน่นอนหละมาแล้วก็ต้องขึ้น ฮุย เล ฮุย ลุยเลยพวกเรา เป้าหมายคือ การขึ้นไปสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ข้างบน ขึ้นบันไดไป เคาะระฆังไป สักพักใหญ่ ก็จะถึงชั้นบน แนะนำว่า ถ้าขึ้นช่วงบ่าย เตรียมร่มไปบังแดดด้วยจะดีมาก ถ้ามีน้ำดื่มติดไป ก็จิบไป เดินไป ก็ไม่เลว เพราะว่า ช่วยได้เยอะ ครั้งแรกไป ไม่ได้เตรียมอะไรไป ก็คิดว่า แน่ ปรากฏว่ากว่าจะถึง เกือบแย่ ขึ้นไปหอบลิ้นห้อย ต้องไปนั่งข้างพัดลมไอน้ำ ถึงจะค่อยยังชั่ว ทำให้เป็นบทเรียนว่า เราไม่ควรประมาท เตรียมไว้เถอะ ไม่เสียหายอะไร เมื่อไปไหว้ขอพรจากพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ก็ขึ้นบันไดเล็ก ๆ ชันๆ ไปชั้นบนสุด เพื่อไปกราบพระเจดีย์สีทองชั้นบนสุดของภูเขาทอง แล้วก็ไปไหว้ พระเศรษฐีนวโกฐ ขอโชคลาภ อีกนิด ก่อนกลับ ก็ชมบรรยากาศด้านบนของกรุงเทพสักนิดก่อนลงมาด้านล่าง ก่อนกลับก็ไปไหว้ พระพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ ที่สร้างในสมัยสุโขทัย มีอายุกว่า 700 ปี ซึ่งงดงามมาก เมื่อเสร็จแล้ว ก็ เรียกรถตุ๊ก ๆ หรือ แท็กซี่ กลับย่านบางขุนพรหม เพื่อไปวัดถัดไป
วัดที่ 7 คือ วัดอินทรวิหาร เพื่อไปไหว้หลวงพ่อโตวัดอินทร์ เมื่อมาถึงวัดอินทร์ ก็มีที่เราไปไหว้พระหลายที่ เราก็ไปไหว้พระเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต อย่าลืมเข้าไปฟังพระคาถาชินบัญชร ในวิหารเล็ก ๆ ที่มีบ่อน้ำมนต์ด้วยหละ รู้สึกขลังดีจริง ๆ ไฮไลท์ ก็ต้องไปไหว้ พระพุทธรูปองค์ยืนอุ้มบาตร หรือพระศรีอริยเมตตรัย ไหว้พระขอพรกันให้เต็มอิ่ม เรายังเหลืออีก 2 วัด และเราต้องไม่รอช้า ว่า แล้ว ก็เรียกรถอีกที คราวนี้ มุ่งหน้า กลับ บางลำพู ไปวัด ที่ 8 กัน ![]()
วัดที่ 8 วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร มาถึงก็ต้องไปไหว้พระ ซึ่งที่วัดบวร ฯ นี้ มีพระพุทธรูปที่สำคัญ ๆ หลายองค์เช่น พระพุทธชินสีห์ หลวงพ่อเพชร พระศาสดา เป็นต้น แต่ที่ไปทุกครั้งไม่พลาด ก็คือ ตรงพระพุทธบาทโบราณ ซึ่งกิจกรรมเป็นที่นิยมคือ การตั้งเหรียญ บนลายพระพุทธบาท อธิษฐานกันแล้วก็ตั้งใจ ตั้งเหรียญกัน เอาหละ เดี๋ยวจะหมดเวลา เดินข้ามถนนมาสักนิด เดินมาสักระยะ มาทางถนนเข้าวสาร ก็จะถึงวัดที่ 9
วัดที่ 9 คือ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร มาถึงก็ต้องไปไหว้พระขอพร ตามกติกา ไหว้พระ 9 วัด กันก่อน ขอให้เราได้ชนะอุปสรรค์ต่าง ๆ ให้เราได้สำเร็จดังหวัง เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ก็ไปไหว้และสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว และแล้ว เราก็สามารถปฏิบัติ ภารกิจ ไหว้พระเก้าวัด ฝั่งพระนคร เสร็จสิ้นแล้ว ภารกิจนี้ เราไม่ข้ามแม่น้ำ ไปวัดยอดนิยม เช่น วัดระฆังโฆษิตาราม วัดอรุณราม วัดอรุณราชวราราม หรือว่า วัดกัลยาณมิตร เอาไว้รอบหน้า ค่อยไปเที่ยวด้วยกัน
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ไหว้พระ 9 วัด กันแล้ว ถ้าเป็นเทศกาลสงกรานต์ ก็แนะนำให้ฉลองสงกรานต์ให้ชุ่มฉ่ำกันต่อที่ถนนข้าวสาร สงกรานต์อินเตอร์ ทำบุญกันแล้ว ก็สนุกสนานกันต่อ เสร็จแล้วก็กลับไปรับรถที่อาคารจอดรถของกรุงเทพ ที่เราจอดไว้ตอนเช้า
เอาไว้รอบหน้า จะหาทริปมาราธอนมาเล่าให้ฟังกันอีกนะ
ไหว้พระ 9 วัด กทม episode 1
สวัสดีวันสงกรานต์ รับปีใหม่ไทย ขอให้ทุก ๆ คนมีความสุขมาก ๆ รับวันสงกรานต์ สุขสดชื่น สมหวัง ในปีนี้กันทุก ๆ คนเลยนะ วันนี้ จะขอแนะนำทริปยอดนิยม ของคนชอบทำบุญกันสักนิด เพราะว่า เวลามีเทศกาลสำคัญ ๆ เรามักจะคิดถึง การไหว้พระเก้าวัด เพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิตของเราและครอบครัว คราวนี้ขอแนะนำการไหว้พระ 9 วัด ใน กรุงเทพ ก่อนก็แล้วกัน
ถ้าจะพูดกันจริง ๆ แล้ว จะพบว่า วัดในกรุงเทพ มีมากมาย เกิน 9 วัด ซึ่งเราสามารถวางแผนการเดินได้ โดยสามารถเลือกได้จากเส้นทางที่ใกล้เคียงกัน เดินทางได้สะดวก หรือ อาจจะเลือกวัดที่เป็นที่นิยม ซึ่งตอนนี้ ทาง ขสมก หรือ รถเมล์ เขาก็มีบริการ ไหว้พระ 9 วัด กับ ขสมก มาบริการให้ประชาชนได้เดินทางกันฟรี ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ แต่ต้องบอกว่า หากต้องการใช้บริการขสมก แล้ว ต้องอดทน และแบ่งปันกันสักนิด เพราะว่า คนเยอะมาก อันนี้ ไม่อยากแนะนำให้ผู้สูงอายุสักเท่าไหร่นัก เพราะว่า ต้องเบียดกันค่อนข้างมาก แต่ถ้าชอบพบปะผู้คน อันนี้ ได้เลย …อิอิ
ขอแนะนำเส้นทางตามสไตล์ที่มักจะไปไหว้พระ 9 วัด ตามแบบฉบับของเราสักนิดดีกว่า เผื่อว่า อาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ได้ ต้องบอกว่า ทริปนี้ ถ้าพาแม่เที่ยว แม่ก็ต้องแข็งแรงมาก ๆ เพราะว่า ทำเวลากันพอสมควร ขอแนะนำในรูปแบบของการนำรถไปจอดที่อาคารจอดรถ ของ กรุงเทพมหานคร ที่บางลำพู แล้วใช้รถตุ๊ก ๆ หรือ แท็กซี่ สัญจร ลัดเลาะไปยังวัดต่าง ๆ รอบเกาะรัตนโกสินทร์ แนะนำเลยว่า
- ต้องเริ่มเดินทางตั้งแต่เช้า ๆ ถ้าเริ่มวัดแรกที่ 7 โมงเช้าจะดีมาก ๆ เพราะอากาศไม่ร้อน ผู้คนก็ยังไม่เยอะ เราทำเวลาได้ดี รถยังไม่ติด เดินทางสะดวก พอ 10 โมงเช้า เราก็เก็บไปได้ตั้ง 3-4 วัดแล้ว
- ควรเตรียมร่มกันแดด น้ำดื่ม ขนมกินแก้หิว กล้องถ่ายรูปไว้เก็บภาพสวย ๆ
- เตรียมเหรียญ 5 เหรียญ 10 และ แบ็งค์ 20 ไว้ เยอะ ๆ หน่อย เอาไว้ทำบุญ กับเป็นค่ารถเดินทาง
กิจกรรม ไหว้พระเก้าวัดนี้ จะใช้เวลาให้รวดเร็วว่องไว เริ่มที่ 7 โมงเช้า และพยายามให้เสร็จสิ้นสักบ่าย 3 โมง
แนะนำตามแบบฉบับที่เราปฏิบัติภารกิจ ไหว้พระ 9 วัด ของกรุงเทพชั้นใน เอาแบบคร่าว ๆ วัดที่เราจะไปคือ วัดเบญจมบพิตร แวะศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดสุทัศน์ วัดมหรรพ ฯ วัดสระเกศ วัดอินทร์ วัดบวรฯ และ วัดชนะสงคราม สำหรับรายละเอียดนั้น จะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง ก็แล้วกัน เล่าไป เหนื่อยไป แต่ก็อิ่มบุญไปกับการทำบุญ ไหว้พระ 9 วัด
ถ้าพร้อมแล้ว ไปด้วยกันเลย
![]()
เอาละ เนื่องจาก บ้านของเราอยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงเทพ จะขอเริ่มต้นโดยการขับรถมาตามถนนพระรามเก้า มุ่งหน้าราชปรารภโดยใช้ถนนจตุรทิศ ตรงไปถนนศรีอยุธยา ขับตรงยาว ผ่าน โรงพยาบาลพญาไท ( ซ้ายมือ ) แล้วก็ผ่าน กระทรวงต่างประเทศ ( ขวามือ ) แล้วก็ข้ามทางรถไฟ ผ่าน พระราชวังสวนจิตรลดา ( ขวามือ ) แล้วก็ถึง วัด เบญจมบพิตร ฯ ทางด้านซ้ายมือ ก็จอดรถที่หน้าวัดได้เลย
วัดที่ 1 วัดเบญจมบพิตร ฯ หรือที่หลายคน เรียกว่า วัดเบญจ นั่นเอง แล้วทราบหรือไม่ว่า ชื่อเต็ม ของวัดเบญจ ฯ นั้นคือ อะไร ………ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ….เฉลยเลยก็แล้วกัน ชื่อเต็ม ๆ คือ
วัดเบญจมพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เป็นไงหละ ทายกันถูกหรือเปล่า อ่อ….ต้องขออภัย นอกเรื่องมานาน เมื่อมาถึงวัดเบญจมพิตร แล้ว ก็เข้าไปไหว้พระพุทธชินราชจำลอง ไหว้พระขอพร กันก่อน วัดเบญจมพิตร ฯ ว่า เป็นสถานที่ที่ชาวต่างชาติ อยากมาเยี่ยมชมที่วัดนี้ กัน ทั้งนี้ เพราะว่า พวกฝรั่งเขาเรียก วัดนี้ว่า The marble temple ถ้าแปลกันแบบตรง ๆ ก็คือ วัดหินอ่อนนั่นเอง สาเหตุก็เพราะว่าวัดเบญจ ฯ นี้ ตกแต่งด้วยหินอ่อนอย่างดีจากเมืองคารารา ประเทศอิตาลี อีกทั้งยังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามแห่งหนึ่งของกรุงเทพ เมื่อไหว้พระขอพร ทำบุญวัดแรกกันแล้ว เราก็ไปวัดต่อไปกันเถอะ เราก็ขับรถต่อไป โดยใช้ถนนศรีอยุธยามุ่งหน้าไปยังถนนสามเสน เมื่อถึงถนนสามเสนก็เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปยังบางลำพู เพื่อไปจอดรถที่อาคารจอดรถของกรุงเทพ หลังจากนั้น แล้วใช้รถแท็กซี่หรือรถตุ๊ก ๆ ก็ได้ บอกว่า ไป ศาลหลักเมือง
ก่อนจะไปวัดที่ 2 แวะไหว้ศาลหลักเมืองกันก่อนนะ
ใช้เวลาไม่นานนักสำหรับการไปสักการะบูชา ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมืองที่เรา ไปขอพรจาก ศาลหลักเมือง และเทพารักษ์ทั้ง 5 ผู้ให้ความร่มเย็นกับแผ่นดิน และราษฎร์ คือ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อเจตคุปต์ และ เจ้าพ่อหอกลอง เราไปสักการบูชาขอพร ให้อยู่เย็นเป็นสุข เจริญก้าวหน้า รุ่งเรือง ให้สมปรารถนา เมื่อเสร็จแล้ว ก็ไปวัดที่ 2 กันต่อ เราก็เดินไปทางกระทรวงกลาโหมแล้วก็ข้ามถนนนิดเดียว เราก็ถึงวัดพระแก้วแล้ว
วัดที่ 2 วัดพระแก้ว วัดคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย ซึ่งเราต้องไปไหว้พระแก้วมรกต เพื่อขอพร การเข้าวัดพระแก้วต้องแต่งกายสุภาพด้วยนะ ไม่แต่งตัวโป๊ ไม่พันแขนเสื้อ พับขากางเกง ไม่ใส่กางเกงขาสั้น เพราะทุกคนต้องเคารพสถานที่ ไปวัดพระแก้วแล้ว ถ้ามีเวลาเหลือ ก็อยากแนะนำให้เดินชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่วิจิตรงดงาม และเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่ยาวที่สุดในโลก แนะนำนิดนึงว่า นักท่องเที่ยวมักจะไปถ่ายภาพตรง หนุมานอบพลับพลากัน ก็เพราะว่า สวยงาม คลาสสิก ถ้าไม่เชื่อก็ต้องลองไปดูของจริงก็แล้วกัน
ถ้าเป็นคนชอบสถาปัตยกรรมแล้วก็เดินไว ๆ แนะนำอีกนิดว่า ให้ไปดูเพิ่มเติมที่พระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะมีประตูติดกันกับวัดพระแก้ว เอาไว้คราวหน้า จะพาเที่ยวที่พระบรมมหาราชวัง แต่ทริปนี้ คงไม่สะดวก เพราะว่า เวลามีไม่มาก เพิ่งจะ 2 วัดเอง งั้นไปต่อก็เลยดีกว่า
เรามาตั้งต้นทางด้านประตูด้านกระทรวงกลาโหม แล้วเดินไปทางด้านสวนสราญรมย์ เลาะกำแพงวัดพระแก้วไป สักอึดใจ แล้วเลี้ยวขวา เดินข้ามถนนเล็ก ๆ เราก็จะถึง วัดที่ 3 ที่ได้รับความนิยมว่าเป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวอันดับ 24 ของโลกในปี 2549 เพราะว่า มีคนมาเที่ยวกว่า 8 ล้านคนต่อปี แล้วเราหละ เป็นหนึ่ง ใน 8 ล้านนั้นหรือเปล่า
อ่านกันมาเยอะแล้ว พักสักนิด แล้วไปต่อ ไหว้พระ 9 วัด กทม epispode 2 กับบทความถัดไป
เที่ยววัดพระนอนจักรสีห์ที่สิงห์บุรี
ตามสัญญาภาคต่อเนื่อง หลังจากที่กินกุ้งเผาทองชุบกันแล้ว ก็มาต่อโปรแกรมไหว้พระกันต่อดีกว่า เพราะว่ามาสิงห์บุรีทั้งที ก็อยากแนะนำให้ไปเที่ยวกันหลาย ๆ ที่ คราวนี้ เราไปไหว้พระนอนจักรสีห์ องค์พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีความยาว 1 เส้น 3 วา 2 ศอก หน่านไง นึกไม่ออกนะซิว่า ใหญ่แค่ไหน สรุปว่า ประมาณ 47 เมตรนั่นเอง
ชมรมคนรักแม่ ต้องไม่พลาดแคมเปญ พาแม่เที่ยวไหว้พระนอนที่นี่แน่นอน การเดินทางมาวัดพระนอนจักรสีห์ไม่ยากเลย เพราะมีป้ายบอกทางมาตลอด ถ้าหลงทาง ก็ถามคนแถวนั้นได้
วัดพระนอนจักรสีห์ ตั้งอยู่ ต.จักรสีห์ อ.เมือง จ .สิงห์บุรี สามารถมานมัสการพระนอนได้ทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์เปิด 8.00-17.00 น. ,วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดต่าง ๆ เปิด 7 .30-17.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารโทร 036-520251 หรือ 036-422768-9
ตอนที่ไปนั้น ก็ใช้เส้นทางสายเอเชีย ( เส้นเดียวกับที่ไปกินกุ้งร้านทองชุบนั่นแหละ ) พอถึงสิงห์บุรี ก็จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองสิงห์บุรี หลังจากนั้นก็ขับตรงไปเรื่อย ๆ จะผ่าน ศาลากลาง จังหวัด ที่เขามักจะใช้จัดงานเทศกาลกินปลาของจังหวัดสิงห์บุรี เราก็มุ่งหน้าตรงไปเรื่อย ๆ จนไปถึงวงเวียนที่เป็นหอนาฬิกา เราก็เลี้ยวซ้ายอีกที คราวนี้เราก็จะผ่านตลาด ที่อยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งผู้คนอาจจะพุกพล่านนิดหน่อย ก็ค่อย ๆ ผ่านมาก็แล้วกัน ขับมาอีกนิด สังเกตุป้าย จะเห็นป้ายบอกทาง วัดพระนอนจักรสีห์ พอมาถึงแยก ป้ายจะบอกให้เราเลี้ยวขวา ข้ามคลองเล็ก ๆ นิดนึง แล้วก็ขับตรงยาวไปเรื่อย ๆ บนถนนเส้น 3032 ( รับรองไม่หลงเพราะมีป้ายบอกไปตลอดทาง ) ก็จะถึงวัดพระนอนจักสีห์ ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ เราก็เลี้ยวเข้าไปได้จอดรถได้เลย ลานจอดรถกว้างขวางมาก เพราะต้องรองรับการมาเยือนของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศก็ว่าได้นะ ทางเข้าวัดจะมีส่วนของการทำบุญ ทำทาน เป็นระยะ ๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นแล้วสะดุดตาทุกครั้งที่เห็นก็คือ ต้นสาละ เพราะดอกสาละนั้นมีลักษณะที่ไม่เหมือนใคร ลองคลิ๊กภาพดูซิ ตามประวัติ ต้นสาละ เป็นต้นไม้มีอยู่ในพุทธประวัติ ในวันที่พระพุทธเจ้าประสูติและ ปรินิพพาน

นอกเรื่องมาตั้งนาน เดินมาถึงวิหารพระนอนจนได้ เมื่อก้าวเท้าผ่านธรณีของวิหารเข้ามาก็จะพบกับพระนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นแบบพระนอนอินเดีย กรขวาศอกยื่นไปทางด้านหน้าไม่ทำงอ พระกรตั้งขึ้น รับพระเศียรแบบพระนอนไทย อีกทั้งยังเป็นพระพุทธรูปพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและมีความศักดิ์สิทธิ์มาก และมีความเชื่อกันมานานแล้วว่า
หากผู้ใดได้มานมัสการขอพรจากองค์หลวงพ่อแล้ว ชีวิตจะมีแต่ความสุข รวมถึงร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียน
ด้วยเหตุนี้เองเราจึงขอแนะนำให้เพื่อนพาครอบครัวมากราบนมัสการองค์พระนอนจักรสีห์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งแคมเปญที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากที่สิงห์บุรี คือ การไหว้พระ 9 วัด อยากจะบอกว่า ที่นี่มีวัดเก่าแก่ และมีชื่อเสียง จนต้องบอกว่า จัดทัวร์ 9 วัดมาได้เลย แต่ละวัดอยู่ไม่ไกลกันนัก ลองแนะนำสักนิดก็แล้วกัน
โปรแกรมไหว้พระ 9 วัด
- วัดเสถียรวัฒนดิษฐ์ เข้าชมพระพุทธรูปทองคำ สมัยสุโขทัย
- วัดสว่างอารมณ์ เข้าชมสถานที่ซึ่งรวบรวมวิชาศิลปะหลายแขนง และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ภายใน
- วัดประโชติการาม สักการะหลวงพ่อสิน หลวงพ่อทรัพย์
- วัดสาลโคดม สักการะหลวงพ่อเศียร และชมพระอุโบสถที่ได้รับพระราชานุญาติอัญเชิญพระนามาภิไธย ส.ก. ไว้หน้าบันของอุโบสถ
- วัดพระปรางค์ นมัสการหลวงพ่อสี เกจิอาจารย์ชื่อดัง และชมเตาเผาโบราณขนาดใหญ่
- วัดโพธิ์เก้าต้น สักการะพระอาจารย์ธรรมโชติ ผู้กำหัวใจ ชาวบ้านบางระจันในอดีต และขอพรต้นไม้แดง ไม้ศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
- วัดพิกุลทอง นมัสการหลวงพ่อแพ เกจิอาจารย์ดัง และเป็นนักพัฒนาเมืองสิงห์บุรีสักการะหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปรางค์ประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศ
- วัดสิงห์สุทธาวาส ที่ประดิษฐานหลวงพ่อนาค พระพุทธรูปหินทรายเขียวแกะสลักสักการะหลวงพ่อฉาย ณ โบราณสถานที่งดงาน และล้ำค่าอีกแห่งหนึ่ง
- วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สักการะหลวงพ่อพระนอน พระพุทธไสยาสน์แบบสุโขทัย ขนาดใหญ่ มีความยาว 47 เมตร 42 เซนติเมตร
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเส้นทางที่น่าสนใจไว้คราวหน้ามีเวลาค่อยมาเล่าสู่กันฟัง เกือบลืม……นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเส้นทางที่น่าสนใจไว้คราวหน้ามีเวลาค่อยมาเล่าสู่กันฟัง มีอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะแนะนำถ้ามาเที่ยวที่สิงหบุรี ลองไปลิ้มลองของฝากเลื่องชื่อ นั่นก็คือ เค้กปลาช่อน ของฝากจังหวัดสิงห์บุรี เคยแวะไปที่ร้านเกษรา ตั้งอยู่บนถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพ ประมาณ กม 133-134 ราว ๆ นี้แหละ ที่นี่เป็นร้านขายของฝาก ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยว นักเดินทางแวะเวียนมาเป็นประจำ ไหน ๆ เรามาก็เที่ยวสิงห์บุรีแล้วขากลับ ก็อย่าลืมหาของฝากติดไม้ติดมือกลับไปที่บ้านบ้างก็แล้วกัน เที่ยวไทย ซื้อของไทย ชาติไทยเจริญ











