พาแม่เที่ยวสักการะหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนที่วัดไร่แตงทอง
หายไปนานเพราะช่วงนี้งานเยอะมาก วันนี้มีเวลาแล้ว ขอสักหน่อยก็แล้วกัน คราวนี้มีโปรแกรมพาแม่เที่ยวดีๆ มาแนะนำกันอีกแล้ว ใครเคยไปวัดไร่แตงทองบ้างเอ่ย บางคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อวัดนี้มาก่อนเลย ก็เป็นไปได้ แต่ถ้าพูดถึง หลวงปู่หลิว เทพเจ้าพญาเต่าเรือน หละ พอจะคุ้นหูกันบ้างรึเปล่า ( มีแผนที่บอกทางด้านล่างด้วยนะ ) วัดไร่แตงทอง จัดว่า เป็น หนึ่งใน ไหว้พระ 9 วัด สายนครปฐม กาญจนบุรี ดังนั้นอยากเชิญชวนให้เพื่อน ๆ ไปไหว้หลวงปู่หลิวกันมาก ๆ เพราะอะไรเหรอ
งั้นมาดูกันว่าทำไมทริปนี้มีดียังไง
ไฮไลท์ของการทริปนี้ คือ การได้ไปสักการะและลอดรูปเหมือนหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือน ซึ่งมีความสูงถึง 8.5 เมตร
ได้ขอพร ขอโชคลาภ จากหลวงปู่หลิว และ พญาเต่าเรือน เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง และครอบครัวด้วย เพราะผู้คนต่างกันเชื่อกันว่า การได้ลอดใต้ท้องพญาเต่าเรือนนั้น จะทำให้มีอายุยืนเหมือนเต่า ร่างกายแข็งแรง หายจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกอย่างนึงก็คือจะไปหาวัตถุมงคลมาบูชาสักหน่อย เพราะว่าที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องวัตถุมงคลด้านพุทธคุณ เมตตามหานิยม ด้านค้าขายดียิ่งนัก
นอกจากนี้แล้ว ยังมีการบันทึกของเหตุมหัศจรรย์ 3 ประการ ในขณะที่มีการก่อสร้างรูปเหมือนหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนคือ
1.ในการสร้างฐานเพื่อประดิษฐานรูปหล่อ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือนนั้น ช่างได้กำหนดขนาดของฐานให้ขาทั้ง ๔ วางอยู่บนแท่นพอดี แต่เมื่อยกหล่อ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน ปรากฏว่าขาหน้าด้านซ้ายยื่นเลยมาออกจากแทน จนกลายเป็นว่าใครมากราบไหว้จะต้องเอาศีรษะให้สัมผัสกับเท้า เหมือนกับว่าให้เหยียบเพื่อความเป็นสิริมงคล

2.เกิดดวงไฟสีเขียวปรากฏบนแท่นบริเวณขาด้านขวา ซึ่งในขณะที่เกิดนั้นมีกรรมการวัดและชาวบ้านเห็นด้วยตาหลายคน
3.เกิดจากงานก่อสร้างที่ไม่คิดมาก่อน กล่าวคือ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน องค์ใหญ่ สูง ๘.๕๐ เมตร ดูในวิหารว่าใหญ่แล้ว แต่จะใหญ่ยิ่งกว่าเมื่อดูผ่านประตูวิหาร และหากเดินถอยหลัง โดยมองผ่านประตูยิ่งเดินถอยหลังยิ่งไกลเท่าไร ขนาดของเต่าจะใหญ่ขึ้น จนหัวของเต่าใหญ่คับประตูวิหารเลยทีเดียว ที่เป็นเช่นนี้เพราะความพอดีของหลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน กับบานประตูวิหาร

ทริปพาแม่เที่ยวครั้งนี้ อาจจะนั่งรถกันไปไกลสักนิด แต่ก็คุ้มค่า สาเหตุที่อยากไปที่วัดไร่แตงทองนี้ เพราะว่า มีโอกาสได้อ่านหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก เรื่องของหลวงปู่หลิว เทพเจ้าพญาเต่าเรือน แล้วเกิดศรัทธาอยากไปที่วัดไร่แตงทอง และทำให้ทราบว่า เมื่อครั้งหลวงปู่หลิวยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นพระที่มีอภิญญา และมีเมตตาสูง เป็นที่เคารพเลื่อมใสของลูกศิษย์ และพุทธสนิกชนทั่วทุกสารทิศ อีกทั้ง เมื่อสร้างรูปเหมือนหลวงปู่ประทับพญาเต่าเรือน แล้ว ก็มีผู้คนมาสักการบูชาและ แก้บนกันมากเมื่อสิ่งที่บนบานสัมฤทธิ์ผลดังที่ปรารถนา สิ่งที่นิยมมานำมาแก้บน นอกจาก ดอกไม้ ผลไม้ แล้วสิ่งที่แปลกไปกว่าที่อื่น ๆ ก็คือ ผักบุ้ง ที่มักจะนำมาถวายพญาเต่าเรือน นั่นเอง
ว่าแต่ว่า วัดไร่แตงทอง นั้นอยู่ที่ไหน ไปยังไง นั่นนะซิ ติ๊กต๊อก ติ๊กต่อก ไม่ต้องกังวลแล้วเพราะว่า มีข้อมูลว่า วัดไร่แตงทอง ตั้งอยู่ ตำบล ลูกนก อำเภอ กำแพงแสน จังหวัด นครปฐม มีหลายคน อาจจะสับสนว่า อยู่นครปฐม หรือ กาญจนบุรี กันแน่ ที่จริงแล้วต้องบอกว่า อยู่ในเขตนครปฐม ใกล้ ๆ แนวตะเข็บเขตของจังหวัดกาญจนบุรี พอคิดอยากจะไปก็นึกไม่ออก ว่า จะไปยังไง ก็ลองเข้าไปเสริชหา แผนที่วัดไร่แตงทอง ปรากฏว่า หาไม่เจอ ไม่ค่อยมีรายละเอียดชัดเจน เท่าไหร่นัก ก็เลยตั้งใจว่า ถ้าได้ไปไหว้หลวงปู่หลิว เมื่อไหร่ กลับมาแล้วจะทำแผนที่บอกทางให้ผู้ที่จะไปวัดไร่แตงทองได้สะดวก ไม่ต้องกลัวหลงทางกันอีกแล้ว แผนที่อยู่ตรงข้างล่างนี่เอง คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่กันได้เลย

วันที่ไปนั้นเลือกใช้เส้นทางด้านกำแพงแสน เพราะว่า บ้านอยู่ทางด้านกรุงเทพตะวันออก จะสะดวกใช้เส้นวงแหวนรอบนอก มุ่งหน้า ไปทางเส้นสุพรรณบุรี พอถึง แยกนพวงษ์ ก็เลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าไปทางบางเลน ขับรถไปสักพัก ก็ถึงสามแยกไฟแดงใหญ่ที่จะเข้าตลาดบางเลน เราก็เลี้ยวขวา ขับรถไปอีกนิด จะเป็นสามแยกอีกครั้ง ให้เราเลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าไปทาง กำแพงแสน แล้วก็ขับตรงยาวจนถึง สามแยกใหญ่อีกครั้ง ให้เลี้ยวขวา เพื่อเข้าแยกกำแพงแสน ขับไปอีกนิด จะเจอแยกใหญ่ เห็นป้ายโต ๆ บอกให้เลี้ยวซ้ายไป พนมทวน ก็เลี้ยวตรงนั้นเลย

สังเกตได้ว่า แยกนั้นคือ ม.เกษตร วิทยาเขต กำแพงแสนนั่นเอง ขับไปทางพนมทวนนั่นแหละ ผ่านทางรถไฟทุ่งบัว ประมาณ 16-17 กิโล ผ่านวัดนักบุญเปรโต ขับไปอีกสักนิด แถว ๆ ทุ่งลูกนก จะเห็นป้ายบอกทางเข้าวัด ไร่แตงทอง เหมือนในรูปนั่นแหละ

ไชโย….
ไม่หลงทางแน่นอน เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยได้เลย ขับไปทางคดเคี้ยวเรื่อย ๆ แล้วก็จะถึงวัดไร่แตงทอง

อย่าลืมไปพิสูจน์ ที่ว่า ยิ่งไกล ยิ่งใหญ่ นะ ขากลับขอกลับด้าน กาญจนบุรี เพราะว่า จะแวะหาของอร่อยที่นครชัยศรี สักหน่อย บทความหน้า แฉลบแถวนครชัยศรี นิดนึงนะจ๊ะ
ซีฟู้ดสะพานปลาอ่างศิลา สด อร่อย และ ราคาถูก
ไปกินผัดไทร้านป้าหวานกันแล้ว คราวนี้แวะไปเที่ยวอ่างศิลา หาซื้อของทะเลกลับไปฝากที่บ้านกันดีกว่า ปกติมาที่นี่ ก็มักจะซื้อหอยนางรมสด พร้อมน้ำจิ้ม รสเด็ด พูดแล้วน้ำลายไหล เดินไปก็มีของทะเลสด ๆ ให้เลือกซื้อกันในราคาไม่แพง ทั้งปลา กุ้ง หมึก ปู หอย มากันครบหมู่ ถ้าใครชอบกินอาหารซีฟู้ด แล้วชอบทำกินแบบสดใหม่ ต้องไม่พลาดที่จะไปสะพานปลาอ่างศิลา แน่นอน

ขอบคุณภาพ จาก www.sunshinethailand.com
ไม่ได้มีแต่ซีฟู้ดสด ๆ ยังมีของแห้งพวกปลาหวาน ปลาเค็ม หมึกแห้ง กุ้งแห้ง และพวก หอยแห้งอีกด้วย ซื้อไปให้แม่ไว้ทำครัว หลากหลายรูปแบบ ก็เลือกซื้อกันได้ตามอัธยาศัย เห็นมั๊ยละ ว่า เมืองไทยนี่อุดมสมบูรณ์จริง ๆ

วันนี้ไปสะพานปลาที่อ่างศิลา มีของแปลกให้ดูด้วย นั่นคือ ปู 3 ตา นั่นแน่ แปลกนะซิ ไปดูหน้าตา กันใกล้ ๆ นิดนึงก็แล้วกัน
แม่ค้าบอกเราว่า นี่นาน ๆ จะเจอทีหนึ่ง เขามักจะซื้อไปปล่อย เอาโชคเอาลาภกัน ปูสามตา พ่นน้ำได้ด้วย ราคานั้นสูงไม่เบาเลยละ เป็นหลักพัน เราไม่มีตังค์ขนาดนั้นก็เลยขอถ่ายรูปดูไปก่อนก็แล้วกัน แถว ๆ สะพานปลาอ่างศิลา มีอีกทีหนึ่งที่ เริ่มมีการประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยว นักช๊อป นักชิม ไปเยี่ยมเยียน นั่นคือ ตลาดโบราณ 133 ปี อ่างศิลา นั่นเอง แต่ว่า เรายังไม่ได้แวะไปตลาดโบราณ 130 ปี ของอ่างศิลาเลย เอาไว้โอกาสหน้า จะพาแม่เที่ยวตลาดโบราณอีกที่ก็แล้วกัน
แนะนำร้านอร่อย ผัดไทยป้าหวาน อ่าวอุดม
ชะแว๊บ
….มาหาของอร่อยกินกันจั๊กหน่อยดีกว่า คราวนี้นึกอยากจะกินผัดไทยทะเลขึ้นมาก ถ้าพูดผัดไทยทะเล ก็มักจะต้องนึกถึงร้านป้าหวาน อ่าวอุดม ขึ้นมาก่อนทุกครั้ง เพราะที่นี่ เขาทำอร่อยจริง ๆ ไปกินมาหลายครั้งแล้ว คิดว่า หลายคนก็คงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เรารู้จักร้านนี้ มาเกือบ 20 ปี แล้ว เราก็ไม่รู้หรอกนะว่า ร้านป้าหวาน เนี่ยะ เขาเปิดมากี่ปีแล้ว รู้แต่ว่าเคยไปกินต้องแต่สมัยยังเป็นร้านไม่ใหญ่นัก จนปัจจุปันก็เป็นร้านที่ใหญ่โตพอสมควร สถานที่และบรรยากาศดี เพราะอยู่ใกล้ทะเล มองเห็นสะพานปลาทอดยาวลงไปในทะเล สวยดี แบบว่า ชอบอะ สิ่งหนึ่งที่เป็นที่ร่ำลือกันแบบปากต่อปากมาช้านานแล้วก็คือ ผัดไทย ที่นี้ อร่อยมาก ขอย้ำว่า ” อร่อยมาก “ ![]()

ก็ดูรูปไปก่อนก็แล้วกันนะว่า ผัดไทยทะเลที่นี่ น่ากินสักขนาดไหน ไม่เพียงแต่ผัดไทยทะเลที่ขึ้นชื่อ ยังมีอาหารอื่น ๆ จำพวกอาหารทะเล พวก ปลา หมึก กุ้ง ปู หอย ที่อร่อยไม่แพ้กัน เช่น ทะเลลวกจิ้ม ห้อยจ๊อ แฮ่กึ้น ห่อหมก ต้มยำแกงจืด ยำทะเล และอื่น ๆ อีกมากมาย ดูแล้วก็น้ำลายไหล หิวขึ้นมาในบัดดล
ใครเคยไปร้านป้าหวาน อ่าวอุดมมาแล้วยกมือขึ้น
![]()

แต่ถ้าใครยังไม่เคยไป ก็จะบอกเส้นทางให้ ไปแบบง่าย ๆ ไม่ต้องกลัวหลงทาง ปกติเวลาไปนิคม ฯ แหลมฉบัง แล้วมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ ใช้เส้นทาง สุขุมวิทนะ ไม่ต้องไปออกทางบายพาส เพราะ ว่า ร้านป้าหวาน อยู่บนถนนสุขุมวิท พอถึงตรงแยกไฟแดงอ่าวอุดม ก้ให้เลี้ยวเข้าซอย อ่าวอุดมไปเลย ขับตรงไปเรื่อย ๆ เกือบสุดถนน จะเป็นสี่แยกเล็ก ๆ ให้เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง เลาะเรียบรั้ววัดใหม่เนินพยอมไปเรื่อย ๆ ก็จะเห็นร้านป้าหวานอยู่ทางขวามือ ก็เลี้ยวเข้าไปจอดได้เลย และแล้วก็ถึงเวลาแห่งความอร่อยไม่รู้ลืม ลงมือสั่งกันได้เลย

ความหิวไม่เคยปราณีใคร ฟาดไปซะให้หนำใจ เพราะนาน ๆ จะผ่านไปทางนั้น ก็ถือโอกาสแวะกินผัดไทยทะเล พ่วงด้วยลวกจิ้มทะเลให้หายคิดถึง กินเสร็จก็มุ่งหน้ากลับบ้าน เข้ากรุงเทพ ก็ยังคงใช้เส้นสุขุมวิท เพราะจะไปซื้อของทะเลสด และราคาถูกกลับไปฝากที่บ้านซักหน่อย
มีเรื่องมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับการใช้เส้นทางเส้นสุขุมวิทจากอ่าวอุดม ผ่านบางพระ มุ่งหน้าบางแสน เพราะถนนก็แสนดี กว้างใหญ่ ขับรถใช้ความเร็วได้ดี แต่ระวัง บริเวณ ใกล้ สถานีตำรวจทางหลวง จะมีสัญญานไฟจราจร ยื่นออกมาอยู่ด้านบน ถ้าขับเพลิน ๆ ก็อาจไม่ได้ทันสังเกตุ เพราะถ้าขับแล้วแซงรถใหญ่ มักจะมองไม่เห็นแผงไฟตรงนี้ ทำให้ไม่เห็นสัญญานไฟแดงได้ บริเวณนี้มักจะมีการดักจับ รถที่วิ่งฝ่าไฟแดงอยู่เสมอ ๆ ( ทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ ) สัญญานไฟจะเปลี่ยนเร็วมาก เร็วจริง ๆ ถ้าใครขับรถมาเร็ว ๆ ก็ไม่สามารถหยุดได้ทัน เลยไปอีกสักระยะ จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยจ่ายใบสั่ง เพราะว่าขับรถฝ่าไฟแดง ก็เลยอยากจะเตือนเพื่อน ๆ ว่า ถ้าขับรถมาจากอ่าวอุดม ผ่านบางพระ มุ่งหน้า บางแสน ให้ขับช้า ๆ หน่อย ชิดซ้ายไว้ได้ก็ดี ผ่านจุดนี้ไปแล้วก็ค่อยใช้ความเร็วกันแบบระมัดระวังก็แล้วกัน เพื่อความปลอดภัย ( เก็บเงินไปทำบุญดีกว่าไปจ่ายค่าปรับเน้อะ )
เตือน ๆ บ่น ๆ กันไปแล้ว ผ่านจุดนี้ ก็เข้าสู่หนองมน ตลาดของฝากที่ขึ้นชื่ออีกแห่งของบางแสน แต่ว่าขอเลยไปอีกนิด ไปเที่ยวสะพานปลาที่อ่างศิลากันดีกว่า
แวะมาดูค้างคาวแม่ไก่ที่วัดโพธิ์บางคล้า
หลังจากอิ่มหนำสำราญกันมาแล้วจากฟาสฟูดส์ลอยน้ำขนาดใหญ่ของตลาดน้ำบางคล้า เราก็มุ่งหน้าไปยัง วัดโพธิ์บางคล้า ที่เขาร่ำลือกันว่า ที่นี่มีค้าวคาวแม่ไก่นับแสนตัว มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ เราเองก็ไม่เคยเห็นค้างคาวที่ว่าเนี่ยะ เคยดูแต่มนุษย์ค้างคาว หรือว่า BATMAN ซุปเปอร์ฮีโร่นั่นแหละ ได้ยินมานานแล้ว คำว่า ค้างคาวแม่ไก่ ตอนแรกก็งง ๆ ว่า ทำไม ค้างคาวถึงออกลูกเป็นไก่ มาได้ ฟังแล้วก็แปลกดี ที่จริง ค้างค้าวแม่ไก่ เป็นสายพันธ์หนึ่งของค้างคาวที่มีขนาดใหญ่มาก เค้าถึงได้ไปเปรียบเทียบกับขนาดของแม่ไก่ตัวอ้วน ๆ นั่นเอง ![]()

เป็นอันว่า เราออกมาจากตลาดน้ำบางคล้าแล้วขับย้อนออกมาทางที่จะกลับกรุงเทพ แล้วจะเห็นป้ายทางไปวัดโพธิ์ บางคล้า ไม่ต้องกลัวหลงทาง ไปตามป้ายนั่นแหละ นิดเดียวก็ถึงวัดแล้ว วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ พอจอดรถปั๊บ ก็มองหา ค้างคาวแม่ไก่ ปุ๊บ
เอ่……… อยู่ไหนหว่า ไม่เห็นเลย เห็นแต่ต้นไม้ใหญ่ ๆ เต็มวัดเลย แล้ว ค้างคาวอยู่ไหน เล็งดี ๆ ……..โอ่ นั่นไง เห็นรึยัง ถ้ายังไม่เห็น คลิ๊กที่รูปเลย
แล้วจะได้เห็นหน้าตา ค้างคาวแม่ไก่ กันแบบ Close up ใกล้ ๆ กันไปเลย คลิ๊ก โลด !
ิ

ตัวใหญ่จริง ๆ เหมือนที่ใคร ๆ พูดกันว่า ที่บางคล้านี่ มีค้างคาวแม่ไก่นับแสน ที่วัดโพธิ์บางคล้า ก็น่าจะมาจากความเงียบสงบ และมีต้นไม้ใหญ่เต็มวัด สร้างความร่มรื่นให้แก่บรรดาค้าวคาวแม่ไก่เหล่านี้ สังเกตได้ว่า มีค้างคาวแม่ไก่เกาะตามกิ่งไม้เต็มไปหมด ห้อยหัวกันสลอน เอ๊ยไม่ใช่ ห้อยหัวกัน เต็มต้นไม้เลย ตอนแรกก็ดูน่ากลัวแต่ดูไปดูมาก็น่ารักดีเหมือนกัน
ค้างคาวแม่ไก่ เป็นค้างคาวสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก( แต่ถ้าค้างคาวที่เล็กทีสุดในโลก ต้องค้างคาวคุณกิตติ อันนี้ต้องไปดูที่ราชบุรีนะจ๊ะ ) ค้างคาวแม่ไก่ หน้าตาเหมือนสุนัขจิ้งจอกคือ มีดวงตาโต จมูกและใบหูเล็ก ขนสีน้ำตาลแกมแดง และมีเล็บที่แหลมคมสามารถเกาะกิ่งไม้ได้ มีปีกสีดำ บินได้เร็วและไกลเหมือนนก กางปีกกว้างประมาณ 3 ฟุต แม่ค้างคาวให้กำเนิดลูกได้ครั้งละ 1 ตัว ในเวลากลางวันจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา ยามพลบค่ำก็จะออกบินไปหากิน อาหารของค้างคาวจะเป็นพวกผลไม้และใบไม้อ่อน ปกติแล้วค้างคาวแม่ไก่จะกินผลไม้เป็นอาหาร แต่ที่ผ่านมา ก็ไม่เคยไปทำความเสียหายให้กับสวนผลไม้ของชาวบางคล้าเลย ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลก หรือน่าจะเรียกได้ว่า Amazing Thailand
อีกที่หนึ่งของฉะเชิงเทราก็ว่าได้

ไหน ๆ เรามาถึงวัดโพธิ์บางคล้าแล้ว มาฟังเรื่องราวที่สำคัญของวัดนี้กันสักหน่อย เพราะว่าที่วัดโพธิ์บางคล้านี้ เป็นวัดเก่าแก่มีประวัติยาวนาน ว่ากันว่า สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน ราวปี พ.ศ. 2310 -2315 ตามประวัติเล่าว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชหรือพระยากำแพงเพชรในสมัยนั้นทรงนำพลตีฝ่าข้าศึกมุ่งไปทางเมืองจันทบุรี เมื่อข้ามคลองท่าลาด มาถึงบริเวณปากน้ำเจ้าโล้ อำเภอบางคล้า แห่งนี้ ก็ทรงหยุดพักใต้ต้นพธิ์แห่งหนึ่ง ซึ่งภายหลังจากการกอบกู้เอกราชได้สำเร็จแล้วทรงให้สร้างวัดขึ้นที่บริเวณนี้แล้ว ให้ชื่อว่า “วัดโพธิ์”ซึ่งเป็นประดิษฐาน องค์หลวงพ่อโต ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ด้วย ซึ่งนิยมเรียกกันคือ หลวงพ่อโตวัดโพธิ์บางคล้า

พาแม่เที่ยวฉะเชิงเทราคราวนี้ เที่ยวกันคุ้มจริง ๆ ไหว้พระ ขอพร กิน ช้อปกันให้สะใจ ขากลับกรุงเทพแล้วยังมีเวลาเหลือ แนะนำให้แวะซื้อของฝาก ที่ร้าน ตั้ง เซ่ง จั๊ว ขนมเปี๊ยะบางคล้า อีกนิด สังเกตด้านซ้ายมือ จะมีร้านของฝากใหญ่ ๆ แต่งร้านสวยดี ขนมเปี๊ยะเขาอร่อยดี ลองดูแล้วจะติดใจ เอาไว้รอบหน้าถ้ามาเที่ยวแปดริ้ว จะพาไปตลาดบ้านใหม่ แล้วก็วัดเล่งฮกยี่ หรือ วัดจีนประชาสโมสร ใจเย็น ๆ คราวหน้าไปเที่ยวด้วยกัน บอกแล้วไงว่า เมืองไทย ไม่ไปไม่รู้
พาแม่เที่ยวตลาดน้ำบางคล้า อิ่มอร่อยบนฟาสฟู้ดส์ลอยน้ำ
ตะลอนเที่ยวกันต่อ หลังจากไปไหว้พระพิฆเนศที่วัดสมานรัตนาราม และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดเพื่อความเป็นสิริมงคลกันไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ไปมุ่งหน้าไปบางคล้ากันดีกว่า พาแม่เที่ยวบางคล้ารอบนี้ไปหาของกินพื้นบ้านที่ตลาดน้ำบางคล้า ซึ่งที่นี่ ท่าน นายกเทศมนตรี ได้จัดแพขนาดใหญ่ลอยริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงและมีบรรดาร้านค้าที่ลอยเรืออยู่รอบแพให้บริการอาหารและเครื่องดื่มแก่นักท่องเที่ยว ( และผู้ที่ชื่นชอบการกิน ) แต่ว่าวันที่ไป น้ำลดมาก ทำให้เห็นเรืออยู่บนดินซะอย่างงั้นแหละ จริงๆ แล้ว ตลาดน้ำบางคล้าที่ว่า ดู ๆ ไปแล้วเหมือนฟาสฟู้ดลอยน้ำ ริมบางปะกง นั่นแหละ ด้านซ้ายก็น่ากิน ด้านขวาก็น่ากิน น่ากินไปหมดเลย ![]()

อาหารที่ยั่วน้ำลายมีหลากหลาย ทั้งกุ้งเผา ปลาเผา หมึกย่าง หมูสเต๊ะ มีกุ้งสเต๊ะอีกต่างหาก ด้านโน่นก็ยังมีสารพัดยำ และที่พลาดไม่ได้ก็คือ ส้มตำ นั่นเองนอกจากนี้ยังมี ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย หอดทอด และอื่น ๆ อีกมากมายต่างก็เชิญชวนให้เราลิ้มลอง อย่างไม่รู้อิ่ม บรรยายไม่ถูกเลย แบบว่า มันน่ากินไปหมดเลย พาแม่เที่ยวที่นี่ รับรองอิ่มอร่อยแน่นอน ![]()

การไปเที่ยวบางคล้า ก็ไม่ยาก ขับรถไปตามเส้น 304 หรือ พูดง่าย ๆ ว่า เมื่อออกมาจากวัดสมานรัตนาราม มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ ก็ให้เลี้ยวซ้าย ขับตรง ยาวไปเรื่อย ๆ จะมีป้ายบอกทางไปตลาดบางคล้า อยู่เป็นระยะ สังเกตุได้ว่า เมื่อถึงสี่แยก ใหญ่ หรือ สี่แยกบางคล้า ก็ให้เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ขับตรง มุ่งหน้าสู่บางคล้า เมื่อสุดทางจะเป็นสามแยก ให้เราเลี้ยวขวา แล้ว ขับต่อไปอีกนิด ก็จะมีป้ายบอกทางเข้าตลาดน้ำบางคล้า อยู่ทางด้านซ้ายมือ ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปนิดเดียว ก็จะถึงตลาดน้ำบางคล้า เย้…….. เวลาแห่งความอร่อย มาถึงแล้ว
ด้านหน้าของตลาดน้ำบางคล้า จะมีร้านค้าของพ่อค้าแม่ค้าย่านบางคล้าเอาของมาขาย มีหลายอย่างที่สะดุดตา เช่น ข้าวตู ซึ่งเคยได้ยินแต่ชื่อ แต่ไม่เคยเห็นของจริงซักที คราวนี้มีโอกาสได้ลิ้มลอง เออ..ก็แปลกดี ขนมโบราณของไทย แว๊บไปเห็น ไอติมมะม่วง งั้น ลองจั๊กหน่อย เอ๊ะนั่นอะไร แถไปดูซักนิด อ๋อ นั่นคือ ทองม้วนนิ่ม หรือ ทองม้วนอ่อน ไงหละ ที่ตลาดน้ำบางคล้ายังมีบริการเรือนำเที่ยวรอบเกาะลัดฝั่งตรงกันข้ามกับตลาดน้ำอีกด้วย แต่คราวนี้ ไม่ได้ใช้บริการ เพราะเวลามีน้อย ตั้งใจว่า จะไปดูค้างคาวแม่ไก่ ที่วัดโพธิ์ ก่อนกลับบ้าน ไม่เคยเห็นค้างคาวตัวเป็น ๆ ซักที เคยเห็นแต่มนุษย์ค้างคาว BATMAN ในหนังไม่รู้ว่า หน้าตา จะเหมือนกันหรือเปล่าเนี่ยะ อยู่ไม่ไกลนี่เอง ไป… เราไปดูกัน ![]()





















