Posts Tagged ‘พาแม่เที่ยวภูเก็ต’

พาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค 8 ไหว้พระใหญ่บนเขานาคเกิด

มาเล่าต่อจากจากบทความที่แล้วอีกสักนิดก่อนจะกลับมากรุงเทพ พาแม่เที่ยวบทความที่แล้วเล่าถึงไปไหว้พระผุดที่วัดพระทอง แล้วก็แวะไปน้ำตกโตนไทร น้ำตกที่แวดล้อมด้วยธรรมชาติของขุนเขาแห่งหนึ่งในเกาะภูเก็ต ก็อย่างว่าแหละเวลายังเหลือ ก็เลยขับรถต่อตั้งใจว่าจะไปไหว้พระใหญ่ที่เขานาคเกิด ครั้งก่อนเคยมาครั้งหนึ่งแล้ว ก็ยังก่อสร้างกันอยู่ คราวนี้มาก็ใกล้จะเสร็จเต็มที่แล้วหละ ต้องบอกว่า จากน้ำตกโตนไทรไปเขานาคเกิดนั้น ก็ต้องขับเลยตัวเมืองไปอีกนิดนึงไปทางด้านท้ายเกาะ แต่ก็ไม่สุดเกาะหรอกนะ นิดนึงแต่ก็ เลยวัดสีลสุภารามไปนิดหน่อย จะเห็นป้ายบอกทางเข้าขึ้นไปไหว้พระใหญ่ พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดในเกาะภูเก็ต หรือ พวกฝรั่งเขาเรียกว่า Big  Buddha Phuket นั่นแหละ

พระใหญ่หรือ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี

เราก็ขับรถไปตามทางผ่านบ้านชาวบ้านไปเลย ๆ ไม่นานก็เริ่มขับรถขึ้นเขา ต้องบอกว่าไม่ค่อยมีโอกาสจะได้ขับรถขึ้นเขาสักเท่าไหร่ ก็ตื่นเต้นดีเหมือนกัน แต่ทางก็ไม่ได้คดเคี้ยวหวาดเสียวอะไรมากนัก ค่อย ๆ ขับใจเย็น ๆ บางช่วงอาจจะมีชันบ้าง  โค้งบ้างแต่ก็ขับไปได้  มีที่พักรถสำหรับกินกาแฟเหมือนกัน แต่เราก็ไม่ได้พักหรอก อยากขึ้นไปไหว้พระมากกว่า ขับไปสักพัก ก็ถึงลานจอดรถที่อยู่ด้านหลังองค์พระ ที่จอดรถสะดวก สบาย กว้างขวางจอดง่ายดี  และแล้วเราก็มาถึงยอดเขานาคเกิดในที่สุด มาไหว้พระใหญ่อีกครั้ง รู้สึกปิติจริง ๆ

welcome to big budha phuket

พระใหญ่หรือ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย ศิลปแบบร่วมสมัย สร้างด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ประดับผิวด้วยหินอ่อนหยกขาว “สุริยกันต”(สุริยกันตะ) จากพม่า เฉพาะน้ำหนักของหินอ่อนหยกขาวประมาณ  135 ตัน หรือถ้าคิดเป็นพื้นที่ก็ประมาณ 2500 ตารางเมตร ประดิษฐาน ณ บนยอดเขานาคเกิด ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต


พอมาถึงเราก็พาแม่ค่อย ๆ ขึ้นบันไดไป ก็หลายขั้นอยู่นะ แต่ก็ขึ้นไปที่ละนิด พักบ่อย ๆ เพราะว่าคนแก่ขึ้นทีเดียวคงไม่ไหว พักชมวิวไปเรื่อย ๆ สังเกตุได้ว่า จะมีระฆังใบเล็ก ๆ แขวนอยู่ทำให้ได้ยินเสียงระฆัง ดังอยู่เป็นระยะ ๆ  ค่อย ๆ ขึ้นบันไดมาไม่นานก็ขึ้นมาถึงองค์พระใหญ่ ก็ไปไหว้องค์พระ อธิษฐานขอพรให้เป็นสิริมงคลกับตนและครอบครัวตอนที่มานั้น สำหรับส่วนขององค์พระด้านนอกใกล้จะเสร็จแล้วหละ แต่ด้านในยังคงต้องประดับตกแต่ง ทำอีกสักพักหนึ่ง  เราก็ร่วมทำบุญสร้างพระใหญ่ไปด้วย เพื่อบำรุงในพระพุทธศาสนาให้สืบทอดต่อไป

ชมวิวทะเลภูเก็ตบนเขานาคเกิด

พอเสร็จก็ลงมาได้ยินเสียงเหมือนฆ้องใบโต ๆ ดังกังวาล มองมาไกล ๆ เห็นฝรั่งกำลังลูบฆ้องให้เกิดเสียง ( แหมเสียดาย ๆ ไม่ได้ถ่ายคลิปมาให้ดู ) เคยได้ยินมานานแล้วว่า มีการอธิษฐานเสี่ยงทาย หากสิ่งที่ขอเป็นจริง เมื่อลูบฆ้องก็ขอให้ดัง …..เพิ่งวันนี้ละน้า เห็นฝรั่งเอากับเขาบ้าง พอเราเดินมาถึง ฝรั่งก็เลิกซะแล้ว แหม เสียดายจัง …..

พอเดินมาแป๊ปหนึ่งก็เห็น คุณ สุพร ท่านเป็นประธานในการสร้างพระใหญ่ที่นี่ ก็เลยถือโอกาสสวัสดีท่านในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสและก็เป็นประธานดำเนินการก่อสร้างด้วย ที่ทราบว่าท่านเป็นประธานสร้างพระใหญ่เพราะว่าครั้งก่อนหน้านี้ เคยเห็นท่านมาแล้วครั้งหนึ่ง เดินทักทายผู้ที่เข้ามากราบไหว้พระใหญ่ ทั้งไทย ทั้งต่างประเทศ พอกลับไปก็ไปดูเว็บของที่นี่ ก็เลยทราบว่าท่านคือ คุณสุพร วนิชกุล ประธานดำเนินการก่อสร้างพระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี ที่นี่เอง ท่านยินดีที่เราได้พาแม่มาเที่ยวภูเก็ต และได้มีโอกาสมานมัสการพระ พระพุทธมิ่งมงคลเอกนาคคีรี  ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดีที่บรรดาลูก ๆ ควรจะพาพ่อแม่มาเที่ยวไหว้พระ ทำบุญกันบ้าง นอกจากนั้นท่านได้กรุณาให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการก่อสร้างพระใหญ่ที่เขานาคเกิด  และ ท่านยังชี้ให้เห็นถึงก้อนหินก้อนบะเริ่มตรงนั้นว่า นั่นแหละ ก้อนหินอ่อนหยกขาว ที่ได้มาจากพม่า ให้ลองเข้าไปดูใกล้ ๆ ซิ จะเห็นว่า มีผลึกใส กระจายอยู่ทั่วทั้งก้อน และก้อนหินอ่อนหยกขาวนี่แหละ ที่นำมาสร้างประดับองค์พระใหญ่ที่เราสักการะบูชา  ลองคิดดูเล่น ๆ ซิว่า ขนาดพวกเราขับรถเล็ก ๆ ขึ้นเขามายังต้องพยายามขับขึ้นมาด้วยความระมัดระวัง แล้วรถใหญ่ ๆ ที่เขาบรรทุกก้อนหินอ่อนหยกขาวนี้มาหละ ต้องพยายามกันสักขนาดไหน  งานนี้ต้องบอกว่า เก่งมั๊กมาก 

เชิญร่วมเป็นเจ้าภาพสร้างพระพุทธรูปหยกขาว  สุริยกันต - หินอ่อนหยกขาว

ก็ได้เวลาเย็นเต็มทีก็เลยขอตัวกลับเข้าเมือง ทำบุญก็อิ่มใจ ต่อไปก็ต้องหาอะไรกินให้อิ่มท้อง แต่วันนี้ไม่รู้จะกินอะไร ขี้เกียจขับเข้าไปตลาดโต้รุ่งแล้ว  นึกได้ เคยอ่านเจอหมี่น้ำกุ้งอ่าวเก แถวถนนพูนผล ซอย 7 ก็มันเป็นทางผ่านก่อนเข้าโรงแรม งั้นแวะกินก่อนก็แล้วกัน วันเหนื่อยมากแล้ว ว่าแล้วไม่รอช้า พอถึงร้านสั่งบะหมี่น้ำกุ้งมากินก่อนเลย  ๆ ดูหน้าตาน่ากินมาก เข้าใจทำนะ เอากุ้งมาผ่าซีกกระตุ้นต่อมหิวได้ดีเลยหละว่าแล้วซดน้ำซุปก่อนเลย รสชาติดี ไม่รู้ว่าหิว หรือว่ายังไง นะ แต่ต้องบอกว่า ก่วยเตี๋ยวที่นี่อร่อยจริง :-)

หมี่น้ำกุ้งอ่าวเก ภูเก็ต

รุ่งเช้าก็เตรียมตัวตัวกลับกรุงเทพ ตั้งใจว่าจะแวะซื้อของฝาก โดยเริ่มจากไปตลาดสดเกษตรหาซื้อกะปิ ปลาเค็ม เครื่องแกงสด ใบเหลียง ลูกเนียง สาระพัดของอร่อยที่จะนำไปประกอบอาหารที่บ้านเรา ก่อนกลับไปแพ็คกระเป๋าขอแวะไปกินของหวานเก่าแก่ของเมืองภูเก็ต นั่นก็คือ โอเอ๋ว หรือ เรียกออกเสียงหนัก ๆ ว่า โอ๊ะเอ๋ว ที่มีลักษณะคล้าย ๆ วุ้น

หน้าตาของโอ๊ะเอ๋ว

แต่ก็แปลกนะ ที่โอเอ๋ว กลับไม่มีส่วนผสมของผงวุ้นเลย เพราะว่า ที่จริงแล้ว โอเอ๋ว ที่เป็นวุ้นนั้นมาจากเมล็ดโอเอ๋ว ที่คล้าย ๆ เม็ดแมงลัก เมื่อแช่น้ำแล้ว จะได้เมือกของเมล็ดมาผสมกับเมือกของกล้วยน้ำว้า จากนั้นเติมเจี่ยกอ เพื่อให้จับตัวเป็นก้อนใส ๆ คล้ายวุ้น กินแก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ก็เลยได้รับความนิยมนำมาเป็นของหวาน ใส่น้ำแข็ง ผสมน้ำหวาน ทั้งน้ำแดง น้ำกุหลาบ ซาสี่ เพิ่มความแปลกใหม่ แถมมีการเพิ่มกล้วยอีกนะ แหมทำแบบ บานาน่าสปริต เชียวเลยหละ 😀

โอเอ๋วน้ำแดง   เมนูหลากหลายของโอ๊ะเอ๋ว

พาแม่ไปกินของหวานแล้วก็กลับมาแพ็คกระเป๋ากันที่โรงแรม  เผื่อที่ว่างไว้สักหน่อยเพราะว่า มีโปรแกรมจะไปซื้อของฝากที่ร้านแม่จู้ อีกสักนิด ก็ซื้อพวกเต้าซ้อ น้ำพริกแกงไตปลา น้ำพริกกุ้งเสียบ และของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ  แต่ก็ต้องคอยระวังเรื่องน้ำหนักกระเป๋าเพราะว่าเรามาด้วยแอร์เอเชีย ซื้อน้ำหนักกระเป๋าไว้แค่ 30 กิโลเอง  พอออกมา      บ๊ะ ……!!!!!!     เจอแล้ว หามานาน  ผลไม้ที่แสวงหาเสมอยามลงใต้ นั่นคือ จำปาดะ  หรือที่บางคน เรียกว่า จำปา

จำปาดะ

รูปร่างคล้ายขนุน  แต่เปลือกบางกว่า เนื้อของจำปาดะ จะบางกว่าขนุน ทำให้ส่วนมากมักจะมีลูกเล็ก แต่กลิ่นนี่ช่างหอมหวลชวนเวียนหัว หากสูดดมมากเกินไป  หรือที่ชาวเมืองเหล่าผู้ดีเขาว่า กลิ่นแรงมาก  แต่สำหรับเรานั้น กลิ่นหอมอร่อย ชวนรับประทานยิ่งนัก ทั้งแบบชุบแป้งทอด หรือกินกันสด ๆ  แบบว่า หายากมากสำหรับเมืองกรุงเทพ คราวก่อนเราก็ไม่รู้นะว่า จำปาดะ เป็นสิ่งของต้องห้าม ห้ามนำขึ้นเครื่อง เพราะเขาเกรงว่า กลิ่นของมันจะตลบอบอวนไปทั่วเครื่อง  ไอ้เรารึก็ห่อหนังสือพิมพ์ รัดด้วยถึงพลาสติกอย่างดี แพ็คลงกระเป๋า พอผ่านเครื่องเอ็กซ์เรย์เท่านั้นแหละ  เจ้าหน้าที่เดินมาบอกว่า พี่ ๆ  เขาไม่ให้เอาจำปา ขึ้นเครื่องนะ มันเหม็น  เราก็เลย ยกจำปาดะนั้น ให้เจ้าหน้าที่ไปอย่างเสียดายอย่างสุดซึ้ง  ได้แต่คิดว่า สักวัน ฉันจะกลับมากินจำปาดะที่นี่ให้ได้  และแล้ว วันนั้นก็มาถึง วันนี้มีทั้งจำปาดะสด กับ จำปาดะทอด งั้นวันนี้ขอกินจำปาดะทอดไปก่อน อันแบบสด ๆ นั้นไว้คราวหน้า  ยังไงก็ไม่รอช้า ซื้อไปกิน 6 เม็ด เอาให้มันหายอยากไปเลย จะว่าไป 6 เม็ด ก็ 40 บาทแล้วนะเนี่ยะ   เอาวะ กินก่อนขึ้นเครื่อง มันคงเอ็กซ์เรย์ ไม่เห็นเป็นจำปาดะ แล้วะหละ ขากลับเราก็กลับด้วยแอร์เอเชียเหมือนเดิม แบบว่า น้ำหนักกระเป๋าเป๊ะเลย สรุปว่า ทริปนี้ชื่นมื่น อิ่มบุญ อิ่มท้อง และมีของฝาก 😀

พาแม่เที่ยวภูเก็ตคราวนี้ก็สนุกดี เล่ายาวไปนิด เพราะไม่ค่อยมีเวลามาอัพเดทซักเท่าไหร่ แต่คราวหน้ามีโครงการแล้วหละว่า จะไปเที่ยวทางอิสาน  บทความถัดไปจะมาเล่าให้ฟัง

 

พาแม่เที่ยวภูเก็ต ภาค 6 ขับรถเลาะหาดกะตะ กะรน

หายไปนานกลับมาเม้าท์ต่อกับทริปพาแม่เที่ยวภูเก็ต คราวนี้ต่อจากที่เราไปชมวิวกันที่จุดชมวิว 3 อ่าว ก็พากันขับรถเลาะไปตามทางเห็นทะเลเป็นช่วงๆ สลับกันทิวไม้ ได้บรรยากาศดีมาก แต่ก็ต้องมีสมาธิในการขับรถเพราะว่ามีรถขับสวนทางมาตลอดเวลา ตั้งใจว่าจะมาเก็บภาพที่ชายหาดกะตะ กะรน แล้วก็ป่าตองสักกะหน่อย ขับมาได้สักพัก ก็มาถึง หาดกะตะ บอกตามตรงว่า ฝรั่งเยอะมาก เหมือนหลงเข้ามาในเมืองฝรั่งเลยแหละ ป้ายโฆษณา ร้านค้า ก็เป็นภาษาอังกฤษตัวเบ้อเร่อแล้ว นี่ถ้าอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกแย่แน่เลย  แต่ถ้ามองกันอีกแง่หนึ่งเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวนำเงินเข้าประเทศไม่น้อยเลยทีเดียว มาถึงกะตะ แต่ไม่ได้แวะลง เพราะฝรั่งแยะมาก ก็เลยขับรถเลาะชาดหาดไปเรื่อยๆ สักพักใหญ่ ๆ ก็มาถึงหาดกะรน 😉

หาดกะรน จังหวัด ภูเก็ต

 

ขับมาปั๊บก็มาจอดใกล้ ๆ ชายหาด เดินลงไปถ่ายรูปมาฝากสักก็หน่อย พอเป็นที่ระลึก ไม่ได้แวะไปกินข้าว หรือว่านั่งเล่นที่ริมทะเลแต่ประการใด เพราะความที่หาคนไทยไม่ค่อยได้เลย แบบว่า มันเขินแน่ะ อย่างนึงที่บอกได้เลยว่า ทะเลที่ภูเก็ตสวยมาก ๆ ทะเลสีครามน้ำใส ถึงว่าพวกฝรั่งถึงได้ชื่นชอบภูเก็ตเอามาก ๆ เราคนไทยก็ภูมิใจไม่น้อย รู้สึกหลงรักภูเก็ตจริง ๆ :-)

พาแม่เที่ยวหาดกะรน จังหวัด ภูเก็ต

กิจกรรมขับรถชมหาดคราวนี้ ไม่ค่อยได้ลงแวะนาน ๆ สักเท่าไหร่ เพราะตั้งใจว่า จะขับรถเลาะเกาะให้ทั่ว ดูทะเล ไหว้พระ เที่ยวสบาย ๆ ชิว ๆ กันมากกว่า  พอออกมาจากหาดกะรน ก็ขับรถกันไปเรื่อย ๆ สักพักก็มาถึงหาดป่าตอง จุดยอดนิยมอีกที่ของชาวต่างชาติ ถ่ายรูป แช๊ะ ๆ เหลือบไปเห็นเขามีเล่นร่มพาราเซล ( Parasail )  หรือเีรียกกันแบบชาวบ้านว่า เรือลากร่ม นั่นเอง เราก็เลยบันทึกคลิปมาดูเล่น ๆ

 

 

แต่เราไม่กล้าเล่น กลัวความสูง แต่ก็เป็นกิจกรรมที่ชาวต่างชาติชื่นชอบกันเป็นอันต้น ๆ เลยหละ วันที่ไปนั้น แดดร้อนมาก อยู่ที่หาดนานไม่ได้ มันร้อนมาก ๆ ต้องรีบขี้นรถไปรับแอร์กันก่อน จะเป็นลม …….

เที่ยวหาดป่าตองจังหวัด ภูเก็ต

มาเที่ยวปาตองก็ไม่ได้แวะศูนย์การค้าใด ๆ เพราะว่าเหมือนกับกรุงเทพ  คราวก่อนมาพักที่ป่าตอง ที่โรงแรม ไอบิส ป่าตอง ก็จัดว่าดีนะ เพราะว่าเป็นโรงแรมใหม่ ห้องพักอาจจะมีขนาดกะทัดรัด แต่ก็จัดวางใช้สอยพื้นที่ได้ลงตัว อาหารการกินก็หาได้สะดวก แต่ว่า ราคาค่อนข้างแพงนะ ก็เพราะว่า เป็นท่องเที่ยวนั่นแหละ แต่ถ้าจะประหยัด ก็ต้องเข้าร้านสะดวกซื้อ 7-11 เก็บตังค์ไปใช้อย่างอื่นได้อีก แต่ถ้าจะกินซีฟู้ด ต้องเตรียมตังค์เยอะหน่อย เพราะว่าราคาแพงจ้า

เที่ยวหาดป่าตอง หาดป่าตอง

มาคราวนี้แวะลงไปชมหาดป่าตองแป๊บเดียว เพราะว่าตกลงกันว่า จะขับรถเลาะไปทางหัวเกาะ ขึ้นไปทางหาดกมลา ผ่านภูเก็ตแฟนตาซี แต่ก็ไม่มีแพลนนที่จะแวะ เพราะว่าตอนนั้นเวลาบ่ายต้น ๆ  อยากใช้เวลาในหนึ่งวัน ขับรถรอบเกาะให้ทั่ว แล้วจะไปไหว้พระที่วัดพระทอง ถ้ามีเวลาจะไปเที่ยวน้ำตก  ใช่แล้วเที่ยวน้ำตกที่เกาะภูเก็ต ไม่ได้อ่านผิดหรอก งั้นบทความหน้าไปดูกันว่า เขาไปเที่ยวน้ำตกที่ภูเก็ตที่ไหน ???

 

 

พาแม่เที่ยวภูเก็ต ภาค 5 ชมวิว 3 อ่าว

มาเล่ากันต่อหลังจากที่ได้ไปเที่ยวแหลมพรหมเทพกัน เราก็เลือกขับรถไปตามเส้นทางรอบเกาะโดยมุ่งหน้าไปทางหาดป่าตองนั้นเอง โปรแกรมพาแม่เที่ยวภูเก็ตในเส้นทางถัดไปคือ ไปชมวิว 3 อ่าว ที่จุดชมวิวกะรน ที่นี่ก็จัดว่าเป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่แห่งของภูเก็ต ประมาณว่า เที่ยวที่เดียว เห็นตั้ง 3 อ่าวแน่ะ

พาแม่เที่ยว จุดชมวิว 3 อ่าว

3 อ่าวที่พูดถึงนี่ก็คือ อ่าวกะตะน้อย อ่าวกะตะ และ อ่าวกะรน ตามลำดับโดยอ่าวกะตะน้อยอยู่ใกล้ที่สุด ตามด้วยอ่าวกะตะ อยู่ตรงกลาง และ อ่าวกะรน อยู่เป็นลำดับที่สาม ณ จุดชมวิว 3 อ่าวนี้ เราสามารถมองมาจากมุมบนยอดเขานั้น ช่างสวยงามเกินบรรยายจริง ๆ คนที่ค้นพบจุดชมวิวนี้ ต้องขอยกนิ้วให้เลย ว่าสุดยอดจริง ๆ สำหรับจุดชมวิว 3 อ่าวนี้เราเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่งตอนนั้น ต้นไม้ยังไม่ค่อยสูงมากนัก มาครั้งนี้ ต้นไม้ใหญ่ ๆ กิ่งก้านเริ่มบังวิวในบางจุดทำให้ถ่ายภาพค่อนข้างยาก แต่ก็ไม่เป็นไร เราอยู่กับธรรมชาติดีที่สุด อาศัยว่าเลือกหามุมเหมาะ ๆ ถ่ายมาอวดกันนิดนึง

จุดชมวิว 3 อ่าว ภูเก็ตจ้า

มองเห็นทะเลสีคราม มองเห็นอ่าวงาม ๆ ตั้ง สามอ่าว นอกจากนั้นแล้วยังสามารถมองเห็นพระใหญ่บนเขานาคเกิดได้อีกตั่งหาก และนั่นก็คืออีกหนึ่งโปรแกรมที่เราจะพาแม่เที่ยวอีกแห่งในภูเก็ต แต่ว่าตอนนี้ เก็บภาพวิวสวย ๆ ของจุดชมวิว 3 อ่าวกันก่อน เราได้บันทึกเป็นคลิปสั้น ๆ มาดูบรรยากาศโดยรอบกันได้เลย


อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นคนรักสุนัขเวลาไปไหนก็มักจะมีสุนัข หรือ หมามาทักทายเป็นประจำ มาถึงที่นี่ ก็มีหมาสีดำมายืนทักทายอีกแล้ว ก็เลยถ่ายรูปน้องหมามาเป็นที่ระลึก ที่จุดชมวิว 3 อ่าว เมื่อคราวก่อนกับคราวนี้เหมือนกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ ที่นี่มี นกเหยี่ยวที่เขามีมาบริการถ่ายภาพนักท่องเที่ยวเป็นที่ระลึกด้วยแต่ว่าเราไม่ได้ใช้บริการหรอกนะ นกตัวใหญ่ก็เลยกลัว กลัวนก แต่ไม่กลัวหมา อิอิ…… :-)

ยินดีต้อนรับสู่จุดชมวิว 3 อ่าว ภูเก็ตจ้า

ก็เมื่อเรามองมุมบนยอดเขาเห็น 3 อ่าวแล้ว เราก็จะไปสัมผัสอ่าว หาดทราย แสงแดดและคลื่นทะเลกันต่อ ว่าแล้วก็ออกรถขับลัดเลาะไปตามเขา เห็นทะเลอยู่ข้าง ๆ เป็นระยะ มองมากไม่ได้เพราะต้องขับรถ การขับรถเลาะเกาะที่นี่ไม่ถือว่ายากมากนัก เพราะโค้งไม่มาก ขับขึ้น ขับลง เป็นช่วง ๆ ไม่ค่อยหวาดเสียว แต่เราก็เลือกขับช่วงกลางวันเพราะมองเห็นเส้นทางชัดเจนดีกว่า กลางคืน ตอนมาครั้งแรกไม่รู้อะไรเลย ลงเครื่องมาได้ ก็มาพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ แล้วยังต้องไปต่อหาดป่าตอง คิดดูซิไม่เคยมาภูเก็ตเลย แล้วยังซ่าส์ ขับรถตอนมืด ๆ เลาะเกาะอีกตั่งหาก ตื่นเต้นมาก แต่ก็คงไม่มีโปรแกรมขับรถเลาะเกาะยามราตรีอีกแย้ว………

ไปเที่ยวอ่าวกะรนกันต่อ

พอขับไปเรื่อย ๆ ผ่านช่วงหาดกะตะ กะรน ก็สังเกตเห็นได้ว่า ฝรั่งเยอะมาก เขาก็คงจะชอบทะเลภูเก็ตเพราะฟ้าครามน้ำใส สวยติดอันดับโลกกันเชียวว่าแล้วพักแป๊บนึง……เดี่ยวมาเล่าต่อว่าไปหาดกะรนแล้วเป็นไงบ้าง :-)

 

พาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค 4 ชมวิวแหลมพรหมเทพ

:-) วันนี้ก็เป็นวันที่สองที่เราจะเที่ยวภูเก็ตกัน หลังจากที่เืมื่อวาน ไปนมัสการหลวงพ่อแช่ม ไปแวะบูชายันต์แมงมุมดักทรัพย์ที่วัดสีลสุภารามของหลวงปู่สุภา ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า แม่อายุมากแล้ว การนั่งเรือออกไปนอกเกาะอาจจะไม่สะดวกนัก เราก็เลยเลือกที่จะเที่ยวรอบเลาะเกาะภูเก็ตก็แล้วกัน ตื่นเช้ามาก็กินอาหารเช้าในโรงแรม ก็เลยไม่ได้ไปกินหมี่ต้นโพธิ์ที่อยู่ตรงข้ามโรงแรม ที่นั่นเขาดังนี่เน้อะแต่ว่าอิ่มแล้วก็ออกเดินทางกันต่อเลย โดยขับออกจากเมืองไปทางปลายเกาะภูเก็ต โดยตั้งใจจะไปแหลมพรหมเทพ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของภูเก็ต

พาแม่เที่ยวแหลมพรหมเทพ

ระหว่างทางก็ขับผ่านท่าเทียบเรือหาดราไวย์ ก็แวะซักกะหน่อย เพราะว่าห่างจากแหลมพรหมเทพประมาณ 2 กม เราก็เลยไปหาจอดรถ ถ่ายรูปทะเลสวย ๆ เก็บเป็นที่ระลึก เช้าวันนี้แดดดีมาก ทะเลก็สวยฟ้าก็ใส ดูบรรยากาศรอบ ๆ เอาก็แล้วกัน 😉

ท่าเทียบเรือหาดราไวย์อีกมุมของหาดราไวย์

โมบายเปลือกหอยไปแหลมพรหมเทพกันต่อ

😉 ใกล้ ๆ ตรงนั้นก็มีขายของที่ระลึก ก็เลยแวะไปซื้อโมบายเปลือกหอย ก็สวยดีเหมือนกัน เดินเล่นกันพอหอมปากหอมคอ ก็ออกเดินทางต่อโดยมีจุดหมายปลายทางที่แหลมพรหมเทพ ไปคราวนี้แดดเปรี้ยงเลย ขับรถเลาะไปตามถนนรอบเกาะ บรรยากาศดีมาก เพราะจะเห็นทะเลสลับไปกับต้นไม้เป็นระยะ ขับรถไปเรื่อย ๆ ไม่เร่งร้อน เพราะว่าถนนมีโค้งเวียนไปเวียนมาขึ้น ๆ ลง ๆ ไปตามเขา ขับไปไม่นานเราก็มาถึงบริเวณจุดชมวิวที่สามารถเห็นแหลมพรหมเทพได้

แหลมพรหมเทพ


วันนี้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมาก ลานจอดรถโล่งมาก ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่แดดเริ่มแรงมาก อากาศก็เริ่มร้อนขึ้นทุกที การจะขึ้นไปชมวิวด้านบนก็ต้องเดินขึ้นบันไดไปไกลโข ต้องพักกันหลายตลบ แต่ก็ดีอย่างหนึง ที่เห็นภาพทะเลเป็นสีครามสวยงามมาก แหลมพรหมเทพ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า แหลมเจ้า เป็นแหลมที่ยื่นเข้าไปในทะเล ( เหมือนที่เรียนมาในสมัยเด็ก ๆ ) ถูกโอบด้วยทะเลซ้ายและขวา จะเห็นฟองคลื่นกระทบเห็นเป็นสีขาวดูสวยงามจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะบรรยายกันยังไง ดูภาพ กับดูคลิปก็แล้วกัน :-)

อีกมุมของจุดชมวิวแหลมพรหมเทพมุมไกลของแหลมพรหมเทพ

มาครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วได้ จะเห็นได้ว่า กลุ่มต้นตาลเริ่มหายไปจากแหลมพรหมเทพเป็นจำนวนมาก พอกลับไปดูเก่า ๆ ก็จะเห็นได้ว่า ต้นตาล เริ่มยอดด้วนไปจำนวนไม่น้อย พอมาถึงปีนี้ ต้นตาลหายไปเยอะจริง ๆ

แหลมพรหมเทพยามเย็นใคร ๆ ก็มาแหลมพรหมเทพ

เพราะโดยปกติแล้วในยามเย็นนั้นลานจอดรถที่นี้เต็มตลอด ซึ่งผู้คนมักนิยมมาในช่วงเย็นมากกว่า ก็ดูจากภาพเอาเถอะ ว่าคนเยอะจริงหรือเปล่า ไม่รู้ว่ามาจากไหนกัน แห่แหนกันไปดูพระอาทิตย์ตกกันที่นี้ และพวกเราก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน ซึ่งคราวก่อนที่มา ก็พาแม่มาชมวิวที่แหลมพรหมเทพตอนพระอาทิตย์จะตกดิน แต่ก็ไม่ทันดูตอนตกดินหรอก เพราะต้องเช็คอินที่ป่าตองก็เลยไม่ได้รอดูพระอาทิตย์ตกดิน แหลมพรหมเทพก็เป็นเหมือนจุดชมวิวยอดนิยมของเกาะภูเก็ตและก็เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ก็เพราะว่าพระอาทิตย์ตกดินปลายเกาะภูเก็ตที่แหลมพรหมเทพเป็นกิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยว จะได้ยินหลายภาษาที่นักท่องเที่ยวสนทนากัน ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง แต่เราก็ภูมิใจนะ เกาะภูเก็ตของเรานี่โด่งดังสมกับฉายาไข่มุกอันดามัน :-)

ยามเย็นที่แหลมพรหมเทพมารอดูพระอาทิตย์ตกดินที่แหลมพรหมเทพ

อีกอย่างหนึ่งที่เคยเป็นสัญญาลักษณ์ของแหลมพรหมเทพนั่นก็คือ กลุ่มต้นตาล สูงตะหง่าน ดูสวยงามมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้มาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย ยิ่งถ้ามีพระอาทิตย์ตกดินที่ปลายแหลมพรหมเทพก็ไร้คำบรรยาย มีรูปคราวก่อนมาให้ดูนิดนึง เพราะคราวที่แล้วมาเที่ยวแหลมพรหมเทพฝนตกจ้า มันก็เลยเห็นก้อนเมฆมืด ๆ แบบที่เห็นนั่นแหละ ที่แหลมพรหมเทพนี้ยังเป็นที่ตั้งของ ประภาคารกาญจนาภิเษก สร้างขึ้นโดยกองทัพเรือและประชาชนชาวภูเก็ต เนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช 2539 ก็เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลโดยรอบและแหลมพรหมเทพได้อย่างสวยงาม 😉

ตะวันตกดินที่แหลมพรหมเทพประภาคารกาญจนาภิเษก

มาถึงแล้วก็ต้องถ่ายรูปกันหน่อย เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ อ้าวต้องไปกันต่อ ซึ่งมีจุดหมายอยู่ที่จุดชมแวะสามอ่าวที่ตำบลกะรน งั้นไปดูกันต่อในบทความต่อไป :-)

ไปชมวิว 3 อ่าวที่กะตะ

พาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค 3 วัดสีลสุภารามมาบูชาผ้ายันต์แมงมุมดักทรัพย์

ต่อจากบทความที่แล้ว ทั้งพาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค 1 และภาค 2 หลังจากที่ได้ไปนมัสการหลวงพ่อแช่ม วัดฉลองแล้ว ก็ต้องกลับที่พักสักที เพราะว่าเริ่มใกล้มืดแล้ว ขากลับนึกได้ว่า คราวก่อนไม่แวะวัดของหลวงปู่สุภา กันตสีโลแต่คราวนี้ไม่พลาดของแวะสักหน่อย พอออกมาจากวัดฉลองก็เลี้ยวขวากลับมาทางเดิม ขับมาได้สักพัก ก็จะเห็นป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนไปวัดสีลสุภาราม วัดของหลวงปู่สุภา

วัดสีลสุภา ราม

ปีนี้ท่านมีอายุ 118 ปี มาคราวนี้ก็ไม่ได้มีโอกาสกราบหลวงปู่ เพราะว่าพระลูกวัดบอกว่าหลวงปู่อยู่ที่สกลนคร เอาไว้ถ้ามีโอกาสได้ไปสกลนครคงได้ไปกราบหลวงปู่สุภาสักครั้ง ในบรรดาศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อไม่ใช่ว่ามีแต่คนไทย คนต่างชาติก็มีเยอะ ก็ด้วยบุญญาบารมีและเมตตาของหลวงปู่สุภา กันตสีโล แต่ก็ไม่เป็นไร มาถึงแล้วก็เห็นป้ายบะเริ่ม

ร่วมกันบริจาค

หลวงปู่สุภา กันตสีโล กันตร่วมบริจาคสมทบทุนสร้างหอพัก พระภิกษุสงฆ์ และ พุทธศาสนิกชน
– โอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขา เซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต
ชื่อบัญชี วัดสิริสีลสุภาราม ( หอพักอาคันตุกะ ) เลขที่บัญชี 482-2-29559-8
– วัดสิริสีลสุภาราม ที่กองอำนวยการ โทร 081 477 2146 , 076 521 342 ,076 280 774 แฟ็กซ์ 076 521 342

 

กุฏิหลวงปู่สุภาภายในกุฏิหลวงปู่สุภา

เราและครอบครัวก็ร่วมทำบุญกันที่วัดซะเลย ก็เน้อะ มาถึงก็ไปกราบพระที่กุฎิหลวงปู่สุภา ก็มาทั้งที่ขอบูชาผ้ายันต์แมงมุมดักทรัพย์ และวัตถุมงคล ไปฝากพี่ ๆ น้อง ๆ สักหน่อย และขอเก็บไว้ให้ตัวเองนิดนึงเพื่อเรียกทรัพย์เข้ากระเป๋าจะได้มีตังค์มาทำบุญได้เยอะ ๆ มีคาถามาฝากด้วย เวลาบูชาผ้ายันต์

คาถาแมงมุม ( หลวงปู่สุภา )
สุวันนะระชะตัง มะหาสุวันนะ ระชะตัง
อังคะตะเศรษฐี มะหาอังคะตะ เศรษฐี
มิคะตะเศรษฐี มะหามิคะ เศรษฐี
ปุริเศษสาวา อิตถีวา
พราหมณ์ มะณีวา มะอะอุ มานิมามา
( ท่องก่อนนอน 108 จบ )


สาธุ สาธุ สาธุ พี่สาวที่อยู่ห้องบูชาวัตถุมงคลมีกระซิบบอกอีกนะว่า ผ้ายันต์ของหลวงปู่สุภาศักดิ์สิทธิ์มาก เก็บไว้ในกระเป๋าตังค์นะ เงินเข้าตลอดเลย เงินไม่เคยขาดกระเป๋า ว่าแล้ว ก็ขอเอามั่งเน้อะ ……สาธุ สาธุ สาธุ

วัดสีลสุภาราม  หลวงปู่สุภา

พอออกมาจากวัดฝนก็ตกอีกแย้ว สรุปว่าวันนี้ ตั้งแต่ลงเครื่องฝนตกสลับแดดตลอดทาง ก็มาเที่ยวใต้อย่าได้กลัวฝน…ว่าแล้วก็ขับกลับเข้าตัวเมืองภูเก็ต แบบงง ๆ หลงทางอีกแล้ว ภูเก็ตยามเย็นรถติดมาก ๆ เหมือนขับรถในกรุงเทพเลย มีแผนที่ที่โหลดไปจากกูเกิ้ลแมป แต่ก็ดูไม่ทัน เพราะว่าขับคนเดียวดูแผนที่คนเดียว แม่ก็อ่านแผนที่เข้าใจ ไม่เป็นไร ไปกับบัทเจ็ท หลงก็รู้ สู้ต่อไปเดี๋ยวก็เจอ ไม่นานเท่าไหร หลังจากที่ขับวนไป วนมาหลายรอบ หลุดไปหลายถนน ในที่สุดก็เจอวงเวียนสุรินทร์ …. :-)

โรงแรมเมโทรโปร ภูเก็ต

อ๊ะ นั่น โรงแรมเมโทรโปรไงหละ ขับวนเข้าวงเวียนไปเลย เอ่.….แต่ไหง หาทางเข้าไม่เจอหว่า วนใหม่ไปอีกถนน และแล้วก็หาทางเข้าได้แล้ว เหนื่อยจริง ๆ ……ก็เข้าไปเช็คอิน ด้วยคูปองที่เราซื้อไปจากงานไทยเที่ยวไทย ก็สะดวกดี ราคาประหยัดด้วย สรุปว่า วางแผนมาดี ก็ประหยัดเงินได้หลายบาทอยู่เชียว พอเสร็จขั้นตอนก็อพยพข้าวของขึ้นห้องพัก แล้วก็ไปตลาดหากินข้าวมื้อเย็นกันต่อเลย :-)

อาหารเย็นที่ตลาดภูเก็ตดินเนอร์กันมั๊ย

จากโรงแรมเมโทรโปรมาตลาดก็ไม่ไกลนะ สะดวกดี มากินอาหารตามสั่ง ก็อร่อยใช้ได้ ราคาก็ไม่ถูกไม่แพง กลาง ๆ แต่ก็ถูกกว่าไปกินริมหาดหลายเท่าเลย กินแบบราคาคนไทยแม้จะเป็นราคานักท่องเที่ยวก็โอเค นะ เงินทองหมุนเวียนในประเทศ กินเสร็จอิ่มแล้ว ขับรถกลับที่พักกันในบัดดลเพราะว่าเหนื่อยมาก แพลนว่าวันพรุ่งนี้จะขับรถเที่ยวในเมือง กับ รอบ ๆ เกาะ เอาไว้บทความหน้ามาเล่ากันต่อ..   :-)

ป้ายกำกับ
กุ้งเผาทองชุบ ค้างคาวแม่ไก่ ตลาดน้ำบางคล้า ตลาดร้อยปี ถนนข้าวก่ำ ถนนข้าวทิพย์ ถนนข้าวปุ้น ถนนข้าวยำ ถนนข้าวลอดช่อง ถนนข้าวสาร ถนนข้าวสุก ถนนข้าวหมูแดง ถนนข้าวหลาม ถนนข้าวหอมมะลิ ถนนข้าวฮาง ถนนข้าวเปลือก ถนนข้าวเปียก ถนนข้าวเม่า ถนนข้าวเหนียว ถนนข้าวแช่ ถนนข้าวแต๋น ปางนอนเสวยสุข พระพิฆเนศ พาแม่เที่ยว พาแม่เที่ยวภูเก็ต ริมน้ำบางปะกง ร้านอร่อย ลักยิ้ม วัดบางพลีใหญ่ วัดสมานรัตนาราม วัดโพธิ์บางคล้า สงกรานต์ สิงหาพาแม่เที่ยว เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวฉะเชิงเทรา เที่ยวภูเก็ต เที่ยวราชบุรี เที่ยววัด เที่ยวสบาย เที่ยวสระบุรี เที่ยวสิงห์บุรี เที่ยวไทย แนะนำร้านอร่อย ไหว้พระ 9 วัด ไหว้พระวัดไหนดี
พฤศจิกายน 2017
พฤ อา
« ส.ค.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  
Your IP Address is:

 






  • ลิ้งค์พันธมิตร


  • สารบัญเว็บไทย
  • software download
  • ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บฟรี เพิ่มเว็บไซต์ฟรี แลกลิงค์
  • ThaiAll
  • sawatdeekrab.com งานhandmade งานฝีมือ ขายงานฝีมือ ฝากขายงานฝีมือ

  • สถานที่ท่องเที่ยว

  • voucher ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ที่พัก ปาย หัวหิน น่าน เลย เชียงใหม่ บัตรลดราคา

  • Free Web Submission
  • Free SEO Tools

  • FigureStore.NET แหล่งรวมของสะสมขนาดเล็กที่ยิ่งใหญ่ในเมืองไทย
  • ของเล็ก ของจิ๋ว Choco Egg Chocoq ลดล้างสต๊อก

  • รูปน้ำตก



  • สถิติการเยี่ยมชม