Posts Tagged ‘พาแม่เที่ยว’

พาแม่เที่ยวภูเก็ต ภาค 5 ชมวิว 3 อ่าว

มาเล่ากันต่อหลังจากที่ได้ไปเที่ยวแหลมพรหมเทพกัน เราก็เลือกขับรถไปตามเส้นทางรอบเกาะโดยมุ่งหน้าไปทางหาดป่าตองนั้นเอง โปรแกรมพาแม่เที่ยวภูเก็ตในเส้นทางถัดไปคือ ไปชมวิว 3 อ่าว ที่จุดชมวิวกะรน ที่นี่ก็จัดว่าเป็นจุดชมวิวยอดนิยมที่แห่งของภูเก็ต ประมาณว่า เที่ยวที่เดียว เห็นตั้ง 3 อ่าวแน่ะ

พาแม่เที่ยว จุดชมวิว 3 อ่าว

3 อ่าวที่พูดถึงนี่ก็คือ อ่าวกะตะน้อย อ่าวกะตะ และ อ่าวกะรน ตามลำดับโดยอ่าวกะตะน้อยอยู่ใกล้ที่สุด ตามด้วยอ่าวกะตะ อยู่ตรงกลาง และ อ่าวกะรน อยู่เป็นลำดับที่สาม ณ จุดชมวิว 3 อ่าวนี้ เราสามารถมองมาจากมุมบนยอดเขานั้น ช่างสวยงามเกินบรรยายจริง ๆ คนที่ค้นพบจุดชมวิวนี้ ต้องขอยกนิ้วให้เลย ว่าสุดยอดจริง ๆ สำหรับจุดชมวิว 3 อ่าวนี้เราเคยมาที่นี่แล้วครั้งหนึ่งตอนนั้น ต้นไม้ยังไม่ค่อยสูงมากนัก มาครั้งนี้ ต้นไม้ใหญ่ ๆ กิ่งก้านเริ่มบังวิวในบางจุดทำให้ถ่ายภาพค่อนข้างยาก แต่ก็ไม่เป็นไร เราอยู่กับธรรมชาติดีที่สุด อาศัยว่าเลือกหามุมเหมาะ ๆ ถ่ายมาอวดกันนิดนึง

จุดชมวิว 3 อ่าว ภูเก็ตจ้า

มองเห็นทะเลสีคราม มองเห็นอ่าวงาม ๆ ตั้ง สามอ่าว นอกจากนั้นแล้วยังสามารถมองเห็นพระใหญ่บนเขานาคเกิดได้อีกตั่งหาก และนั่นก็คืออีกหนึ่งโปรแกรมที่เราจะพาแม่เที่ยวอีกแห่งในภูเก็ต แต่ว่าตอนนี้ เก็บภาพวิวสวย ๆ ของจุดชมวิว 3 อ่าวกันก่อน เราได้บันทึกเป็นคลิปสั้น ๆ มาดูบรรยากาศโดยรอบกันได้เลย


อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นคนรักสุนัขเวลาไปไหนก็มักจะมีสุนัข หรือ หมามาทักทายเป็นประจำ มาถึงที่นี่ ก็มีหมาสีดำมายืนทักทายอีกแล้ว ก็เลยถ่ายรูปน้องหมามาเป็นที่ระลึก ที่จุดชมวิว 3 อ่าว เมื่อคราวก่อนกับคราวนี้เหมือนกันอีกอย่างหนึ่งก็คือ ที่นี่มี นกเหยี่ยวที่เขามีมาบริการถ่ายภาพนักท่องเที่ยวเป็นที่ระลึกด้วยแต่ว่าเราไม่ได้ใช้บริการหรอกนะ นกตัวใหญ่ก็เลยกลัว กลัวนก แต่ไม่กลัวหมา อิอิ…… :-)

ยินดีต้อนรับสู่จุดชมวิว 3 อ่าว ภูเก็ตจ้า

ก็เมื่อเรามองมุมบนยอดเขาเห็น 3 อ่าวแล้ว เราก็จะไปสัมผัสอ่าว หาดทราย แสงแดดและคลื่นทะเลกันต่อ ว่าแล้วก็ออกรถขับลัดเลาะไปตามเขา เห็นทะเลอยู่ข้าง ๆ เป็นระยะ มองมากไม่ได้เพราะต้องขับรถ การขับรถเลาะเกาะที่นี่ไม่ถือว่ายากมากนัก เพราะโค้งไม่มาก ขับขึ้น ขับลง เป็นช่วง ๆ ไม่ค่อยหวาดเสียว แต่เราก็เลือกขับช่วงกลางวันเพราะมองเห็นเส้นทางชัดเจนดีกว่า กลางคืน ตอนมาครั้งแรกไม่รู้อะไรเลย ลงเครื่องมาได้ ก็มาพระอาทิตย์ตกที่แหลมพรหมเทพ แล้วยังต้องไปต่อหาดป่าตอง คิดดูซิไม่เคยมาภูเก็ตเลย แล้วยังซ่าส์ ขับรถตอนมืด ๆ เลาะเกาะอีกตั่งหาก ตื่นเต้นมาก แต่ก็คงไม่มีโปรแกรมขับรถเลาะเกาะยามราตรีอีกแย้ว………

ไปเที่ยวอ่าวกะรนกันต่อ

พอขับไปเรื่อย ๆ ผ่านช่วงหาดกะตะ กะรน ก็สังเกตเห็นได้ว่า ฝรั่งเยอะมาก เขาก็คงจะชอบทะเลภูเก็ตเพราะฟ้าครามน้ำใส สวยติดอันดับโลกกันเชียวว่าแล้วพักแป๊บนึง……เดี่ยวมาเล่าต่อว่าไปหาดกะรนแล้วเป็นไงบ้าง :-)

 

พาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค 4 ชมวิวแหลมพรหมเทพ

:-) วันนี้ก็เป็นวันที่สองที่เราจะเที่ยวภูเก็ตกัน หลังจากที่เืมื่อวาน ไปนมัสการหลวงพ่อแช่ม ไปแวะบูชายันต์แมงมุมดักทรัพย์ที่วัดสีลสุภารามของหลวงปู่สุภา ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า แม่อายุมากแล้ว การนั่งเรือออกไปนอกเกาะอาจจะไม่สะดวกนัก เราก็เลยเลือกที่จะเที่ยวรอบเลาะเกาะภูเก็ตก็แล้วกัน ตื่นเช้ามาก็กินอาหารเช้าในโรงแรม ก็เลยไม่ได้ไปกินหมี่ต้นโพธิ์ที่อยู่ตรงข้ามโรงแรม ที่นั่นเขาดังนี่เน้อะแต่ว่าอิ่มแล้วก็ออกเดินทางกันต่อเลย โดยขับออกจากเมืองไปทางปลายเกาะภูเก็ต โดยตั้งใจจะไปแหลมพรหมเทพ ซึ่งเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมของภูเก็ต

พาแม่เที่ยวแหลมพรหมเทพ

ระหว่างทางก็ขับผ่านท่าเทียบเรือหาดราไวย์ ก็แวะซักกะหน่อย เพราะว่าห่างจากแหลมพรหมเทพประมาณ 2 กม เราก็เลยไปหาจอดรถ ถ่ายรูปทะเลสวย ๆ เก็บเป็นที่ระลึก เช้าวันนี้แดดดีมาก ทะเลก็สวยฟ้าก็ใส ดูบรรยากาศรอบ ๆ เอาก็แล้วกัน 😉

ท่าเทียบเรือหาดราไวย์อีกมุมของหาดราไวย์

โมบายเปลือกหอยไปแหลมพรหมเทพกันต่อ

😉 ใกล้ ๆ ตรงนั้นก็มีขายของที่ระลึก ก็เลยแวะไปซื้อโมบายเปลือกหอย ก็สวยดีเหมือนกัน เดินเล่นกันพอหอมปากหอมคอ ก็ออกเดินทางต่อโดยมีจุดหมายปลายทางที่แหลมพรหมเทพ ไปคราวนี้แดดเปรี้ยงเลย ขับรถเลาะไปตามถนนรอบเกาะ บรรยากาศดีมาก เพราะจะเห็นทะเลสลับไปกับต้นไม้เป็นระยะ ขับรถไปเรื่อย ๆ ไม่เร่งร้อน เพราะว่าถนนมีโค้งเวียนไปเวียนมาขึ้น ๆ ลง ๆ ไปตามเขา ขับไปไม่นานเราก็มาถึงบริเวณจุดชมวิวที่สามารถเห็นแหลมพรหมเทพได้

แหลมพรหมเทพ


วันนี้นักท่องเที่ยวไม่ค่อยมาก ลานจอดรถโล่งมาก ก็อาจจะเป็นเพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่แดดเริ่มแรงมาก อากาศก็เริ่มร้อนขึ้นทุกที การจะขึ้นไปชมวิวด้านบนก็ต้องเดินขึ้นบันไดไปไกลโข ต้องพักกันหลายตลบ แต่ก็ดีอย่างหนึง ที่เห็นภาพทะเลเป็นสีครามสวยงามมาก แหลมพรหมเทพ หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า แหลมเจ้า เป็นแหลมที่ยื่นเข้าไปในทะเล ( เหมือนที่เรียนมาในสมัยเด็ก ๆ ) ถูกโอบด้วยทะเลซ้ายและขวา จะเห็นฟองคลื่นกระทบเห็นเป็นสีขาวดูสวยงามจริง ๆ ไม่รู้ว่าจะบรรยายกันยังไง ดูภาพ กับดูคลิปก็แล้วกัน :-)

อีกมุมของจุดชมวิวแหลมพรหมเทพมุมไกลของแหลมพรหมเทพ

มาครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนเมื่อประมาณ 3 ปีที่แล้วได้ จะเห็นได้ว่า กลุ่มต้นตาลเริ่มหายไปจากแหลมพรหมเทพเป็นจำนวนมาก พอกลับไปดูเก่า ๆ ก็จะเห็นได้ว่า ต้นตาล เริ่มยอดด้วนไปจำนวนไม่น้อย พอมาถึงปีนี้ ต้นตาลหายไปเยอะจริง ๆ

แหลมพรหมเทพยามเย็นใคร ๆ ก็มาแหลมพรหมเทพ

เพราะโดยปกติแล้วในยามเย็นนั้นลานจอดรถที่นี้เต็มตลอด ซึ่งผู้คนมักนิยมมาในช่วงเย็นมากกว่า ก็ดูจากภาพเอาเถอะ ว่าคนเยอะจริงหรือเปล่า ไม่รู้ว่ามาจากไหนกัน แห่แหนกันไปดูพระอาทิตย์ตกกันที่นี้ และพวกเราก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วยเช่นกัน ซึ่งคราวก่อนที่มา ก็พาแม่มาชมวิวที่แหลมพรหมเทพตอนพระอาทิตย์จะตกดิน แต่ก็ไม่ทันดูตอนตกดินหรอก เพราะต้องเช็คอินที่ป่าตองก็เลยไม่ได้รอดูพระอาทิตย์ตกดิน แหลมพรหมเทพก็เป็นเหมือนจุดชมวิวยอดนิยมของเกาะภูเก็ตและก็เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ก็เพราะว่าพระอาทิตย์ตกดินปลายเกาะภูเก็ตที่แหลมพรหมเทพเป็นกิจกรรมยอดฮิตของนักท่องเที่ยว จะได้ยินหลายภาษาที่นักท่องเที่ยวสนทนากัน ฟังออกบ้าง ไม่ออกบ้าง แต่เราก็ภูมิใจนะ เกาะภูเก็ตของเรานี่โด่งดังสมกับฉายาไข่มุกอันดามัน :-)

ยามเย็นที่แหลมพรหมเทพมารอดูพระอาทิตย์ตกดินที่แหลมพรหมเทพ

อีกอย่างหนึ่งที่เคยเป็นสัญญาลักษณ์ของแหลมพรหมเทพนั่นก็คือ กลุ่มต้นตาล สูงตะหง่าน ดูสวยงามมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนให้มาเยี่ยมเยือนไม่ขาดสาย ยิ่งถ้ามีพระอาทิตย์ตกดินที่ปลายแหลมพรหมเทพก็ไร้คำบรรยาย มีรูปคราวก่อนมาให้ดูนิดนึง เพราะคราวที่แล้วมาเที่ยวแหลมพรหมเทพฝนตกจ้า มันก็เลยเห็นก้อนเมฆมืด ๆ แบบที่เห็นนั่นแหละ ที่แหลมพรหมเทพนี้ยังเป็นที่ตั้งของ ประภาคารกาญจนาภิเษก สร้างขึ้นโดยกองทัพเรือและประชาชนชาวภูเก็ต เนื่องในวโรกาสที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงครองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช 2539 ก็เป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นทะเลโดยรอบและแหลมพรหมเทพได้อย่างสวยงาม 😉

ตะวันตกดินที่แหลมพรหมเทพประภาคารกาญจนาภิเษก

มาถึงแล้วก็ต้องถ่ายรูปกันหน่อย เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ อ้าวต้องไปกันต่อ ซึ่งมีจุดหมายอยู่ที่จุดชมแวะสามอ่าวที่ตำบลกะรน งั้นไปดูกันต่อในบทความต่อไป :-)

ไปชมวิว 3 อ่าวที่กะตะ

พาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค 3 วัดสีลสุภารามมาบูชาผ้ายันต์แมงมุมดักทรัพย์

ต่อจากบทความที่แล้ว ทั้งพาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค 1 และภาค 2 หลังจากที่ได้ไปนมัสการหลวงพ่อแช่ม วัดฉลองแล้ว ก็ต้องกลับที่พักสักที เพราะว่าเริ่มใกล้มืดแล้ว ขากลับนึกได้ว่า คราวก่อนไม่แวะวัดของหลวงปู่สุภา กันตสีโลแต่คราวนี้ไม่พลาดของแวะสักหน่อย พอออกมาจากวัดฉลองก็เลี้ยวขวากลับมาทางเดิม ขับมาได้สักพัก ก็จะเห็นป้ายบอกทางให้เลี้ยวซ้ายเข้าถนนไปวัดสีลสุภาราม วัดของหลวงปู่สุภา

วัดสีลสุภา ราม

ปีนี้ท่านมีอายุ 118 ปี มาคราวนี้ก็ไม่ได้มีโอกาสกราบหลวงปู่ เพราะว่าพระลูกวัดบอกว่าหลวงปู่อยู่ที่สกลนคร เอาไว้ถ้ามีโอกาสได้ไปสกลนครคงได้ไปกราบหลวงปู่สุภาสักครั้ง ในบรรดาศิษย์ลูกหาของหลวงพ่อไม่ใช่ว่ามีแต่คนไทย คนต่างชาติก็มีเยอะ ก็ด้วยบุญญาบารมีและเมตตาของหลวงปู่สุภา กันตสีโล แต่ก็ไม่เป็นไร มาถึงแล้วก็เห็นป้ายบะเริ่ม

ร่วมกันบริจาค

หลวงปู่สุภา กันตสีโล กันตร่วมบริจาคสมทบทุนสร้างหอพัก พระภิกษุสงฆ์ และ พุทธศาสนิกชน
– โอนเข้าบัญชีธนาคารกสิกรไทย จำกัด สาขา เซ็นทรัลเฟสติวัลภูเก็ต
ชื่อบัญชี วัดสิริสีลสุภาราม ( หอพักอาคันตุกะ ) เลขที่บัญชี 482-2-29559-8
– วัดสิริสีลสุภาราม ที่กองอำนวยการ โทร 081 477 2146 , 076 521 342 ,076 280 774 แฟ็กซ์ 076 521 342

 

กุฏิหลวงปู่สุภาภายในกุฏิหลวงปู่สุภา

เราและครอบครัวก็ร่วมทำบุญกันที่วัดซะเลย ก็เน้อะ มาถึงก็ไปกราบพระที่กุฎิหลวงปู่สุภา ก็มาทั้งที่ขอบูชาผ้ายันต์แมงมุมดักทรัพย์ และวัตถุมงคล ไปฝากพี่ ๆ น้อง ๆ สักหน่อย และขอเก็บไว้ให้ตัวเองนิดนึงเพื่อเรียกทรัพย์เข้ากระเป๋าจะได้มีตังค์มาทำบุญได้เยอะ ๆ มีคาถามาฝากด้วย เวลาบูชาผ้ายันต์

คาถาแมงมุม ( หลวงปู่สุภา )
สุวันนะระชะตัง มะหาสุวันนะ ระชะตัง
อังคะตะเศรษฐี มะหาอังคะตะ เศรษฐี
มิคะตะเศรษฐี มะหามิคะ เศรษฐี
ปุริเศษสาวา อิตถีวา
พราหมณ์ มะณีวา มะอะอุ มานิมามา
( ท่องก่อนนอน 108 จบ )


สาธุ สาธุ สาธุ พี่สาวที่อยู่ห้องบูชาวัตถุมงคลมีกระซิบบอกอีกนะว่า ผ้ายันต์ของหลวงปู่สุภาศักดิ์สิทธิ์มาก เก็บไว้ในกระเป๋าตังค์นะ เงินเข้าตลอดเลย เงินไม่เคยขาดกระเป๋า ว่าแล้ว ก็ขอเอามั่งเน้อะ ……สาธุ สาธุ สาธุ

วัดสีลสุภาราม  หลวงปู่สุภา

พอออกมาจากวัดฝนก็ตกอีกแย้ว สรุปว่าวันนี้ ตั้งแต่ลงเครื่องฝนตกสลับแดดตลอดทาง ก็มาเที่ยวใต้อย่าได้กลัวฝน…ว่าแล้วก็ขับกลับเข้าตัวเมืองภูเก็ต แบบงง ๆ หลงทางอีกแล้ว ภูเก็ตยามเย็นรถติดมาก ๆ เหมือนขับรถในกรุงเทพเลย มีแผนที่ที่โหลดไปจากกูเกิ้ลแมป แต่ก็ดูไม่ทัน เพราะว่าขับคนเดียวดูแผนที่คนเดียว แม่ก็อ่านแผนที่เข้าใจ ไม่เป็นไร ไปกับบัทเจ็ท หลงก็รู้ สู้ต่อไปเดี๋ยวก็เจอ ไม่นานเท่าไหร หลังจากที่ขับวนไป วนมาหลายรอบ หลุดไปหลายถนน ในที่สุดก็เจอวงเวียนสุรินทร์ …. :-)

โรงแรมเมโทรโปร ภูเก็ต

อ๊ะ นั่น โรงแรมเมโทรโปรไงหละ ขับวนเข้าวงเวียนไปเลย เอ่.….แต่ไหง หาทางเข้าไม่เจอหว่า วนใหม่ไปอีกถนน และแล้วก็หาทางเข้าได้แล้ว เหนื่อยจริง ๆ ……ก็เข้าไปเช็คอิน ด้วยคูปองที่เราซื้อไปจากงานไทยเที่ยวไทย ก็สะดวกดี ราคาประหยัดด้วย สรุปว่า วางแผนมาดี ก็ประหยัดเงินได้หลายบาทอยู่เชียว พอเสร็จขั้นตอนก็อพยพข้าวของขึ้นห้องพัก แล้วก็ไปตลาดหากินข้าวมื้อเย็นกันต่อเลย :-)

อาหารเย็นที่ตลาดภูเก็ตดินเนอร์กันมั๊ย

จากโรงแรมเมโทรโปรมาตลาดก็ไม่ไกลนะ สะดวกดี มากินอาหารตามสั่ง ก็อร่อยใช้ได้ ราคาก็ไม่ถูกไม่แพง กลาง ๆ แต่ก็ถูกกว่าไปกินริมหาดหลายเท่าเลย กินแบบราคาคนไทยแม้จะเป็นราคานักท่องเที่ยวก็โอเค นะ เงินทองหมุนเวียนในประเทศ กินเสร็จอิ่มแล้ว ขับรถกลับที่พักกันในบัดดลเพราะว่าเหนื่อยมาก แพลนว่าวันพรุ่งนี้จะขับรถเที่ยวในเมือง กับ รอบ ๆ เกาะ เอาไว้บทความหน้ามาเล่ากันต่อ..   :-)

พาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค2 นมัสการหลวงพ่อแช่ม ไหว้พระวัดฉลอง

มาแล้ว ต่อจากพาแม่เที่ยวภูเก็ตภาค 1 คราวก่อนค้างกันไว้เมื่อตอนลงสนามบิน แล้วมุ่งหน้าไปวัดฉลอง หรือวัดไชยธาราราม ที่เป็นวัดคู่บ้านคู่เมืองของภูก็ต ที่สำคัญมาคราวนี้ แม่ตั้งใจมากที่จะมาไหว้หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง หลวงพ่อเกลื้อม ท่านเจ้าวัด ท่านท้าวนนทรี และตาขี้เหล็ก เพราะว่าคราวก่อนที่มาขออะไรไว้บางอย่าง ตอนนี้มาสักการะบูชาอีกครั้งเพราะสมดังปรารถนานั่นเอง มาถวายกองผ้าป่า มาลัยดอกไม้ หมากพลู บุหรี่ และ ถวายปะทัดอีกด้วย อันนี้ขอแนะนำเป็นการส่วนตัวว่า หากท่านใดมีโอกาสได้ไปนมัสการ กราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่นี่ ก็ให้อธิษฐานขอพร ส่วนใหญ่ก็จะได้สมดังดังประสงค์กันทั้งน้าน :-)

ไหว้พระวัดฉลอง

มาถึงก็มอง ๆ หาว่าจะไปถวายผ้าป่ากันที่ไหน มองมามองไปนั่นไง ศาลาที่เขาถวายสังฆทาน ทำบุญกัน งั้นไม่รอช้า รีบไปถวายกองผ้าป่ากันเลย ไปถึงก็ต้องไปไหว้พระกันก่อน สาธุ สาธุ เสร็จแล้วก็ไปถวายผ้าป่า ในศาลาก็มีหลวงพี่อยู่พอดี ก็เลยนิมนต์ท่านรับกองผ้าป่า เราก็ว่าตั้งจิตบอกสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด ว่ามาถวายผ้าป่าแล้ว หลวงพี่ก็ทำพิธีให้เสร็จเรียบร้อย เป็นอันว่าถวายผ้าป่าเสร็จแล้ว

ไหว้พระ

ต่อจากนั้น เราก็ไปไหว้หลวงพ่อแช่มกันต่อ เดินออกมาจากศาลานิดเดียว ก็ถึงวิหารที่มีรูปหล่อหลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง และ หลวงพ่อเกลื้อม ที่มีผู้คนมาสักการะบูชาไม่ขาดสาย สักพักก็จะมีทัวร์มาลง มีทั้งทัวร์ไทย ทัวร์ต่างชาติ เพราะที่นี่คือ หนึ่งในไฮไลท์เกาะภูเก็ต นั่นเอง

วิหารหลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อเกลื้อม


วัดฉลองนั้นเป็นวัดเก่าแก่ ของภูเก็ต และเมื่อครั้งที่มีหลวงพ่อแช่ม เป็นเจ้าอาวาสท่านได้เป็นผู้นำทางจิตใจ ช่วยเหลือชาวบ้านให้ต่อสู้กับพวกอั้งยี่ที่ก่อความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน และจะยึดเมืองภูเก็ต ท่านได้แจกผ้ายันต์ให้ชาวบ้านเพื่อป้องกันอันตรายและสร้างขวัญกำลังใจในการต่อสู้จนทำให้สามารถเอาชนะศึกได้ เมื่อรัชกาลที่ 5 ทรงทราบความจึงโปรดเกล้าฯ พระราชทานสมณศักดิ์แก่หลวงพ่อแช่ม เป็นพระครูวิสุทธิวงศาจารย์ญาณมุนี ให้มีตำแหน่งเป็นสังฆปาโมกข์แห่งเมืองภูเก็ต ซึ่งเป็นตำแหน่งสูงสุดในสมัยนั้น และได้พระราชทานนามวัดฉลองเป็นวัดไชยธารารามแต่นั้นมา เล่ากันว่าในสมัยที่ท่านยังมีชีวิตอยู่นั้น มีผู้คนมารอปิดทองตามแขนและขาของท่าน จนแลดูเหลืองอร่ามราวกับปิดทองพระพุทธรูป แม้ว่าหลวงพ่อแช่มท่านได้มรณภาพมานานนับร้อยปีแล้วก็ตาม แต่ด้วยบุญบารมีที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมของหลวงพ่อเป็นที่นับถือของชาวบ้านจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ทำให้วัดฉลองแห่งนี้เป็นที่พึ่งพาทางจิตใจของผู้คนตลอดมาทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ ดังจะเห็นได้จากทัวร์ทั้งหลายจากทั่วสารทิศที่มากันไม่ขาดสายนั่นเอง ขอเพิ่มข้อมูลสักนิดนึงก็แล้วกัน หลวงพ่อช่วง ( พระครูครุกิจจานุการ ) ท่านเป็นเจ้าอาวาสที่เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้าน จนได้รับฉายาว่าเป็นหลวงพ่อซึ่งประกอบด้วยพรหมวิหารสี่ คือ เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขานอกจากนั้นท่านยังมีความเชี่ยวชาญเรื่องการเชื่อมกระดูกเป็นพิเศษ และหลวงพ่อเกลื้อม ( พระครูครุกิจจานุการ ) ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดฉลองได้ 33 ปี ได้บูรณะซ่อมแซม พระอุโบสถมณฑป อนุสาวรีย์หลวงพ่อช่วงฯ หลวงพ่อเกลื้อมได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูครุกิจจานุการเดียวกับหลวงพ่อช่วงเป็นพระครูชั้นเอก

หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อเกลื้อม

เราถือว่าเป็นโอกาสที่ดีอีกครั้งที่ได้มานมัสการหลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง และหลวงพ่อเกลื้อม หลวงพ่อทั้งสามผู้เป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดฉลอง มาคราวนี้ฝนตกอีกแย้ว ก็ดีเหมือนกัน อากาศไม่ร้อน อิอิ…..ได้จุดธูปเทียน บูชาดอกไม้ อธิษฐานบอกว่ามาถวายผ้าป่าแล้วก็ขอพรจากหลวงพ่อ เพื่อเป็นสิริมงคล และไม่ลืมที่จะปิดทองหลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง และ หลวงพ่อเกลื้อมด้วย เสร็จแล้วก็เดินไปทางด้านหลังวิหารอีกนิดนึง

วิหารหลวงพ่อเจ้าวัด

ก็มาถึง วิหารของหลวงพ่อเจ้าวัด ที่ตามประวัติกล่าวไว้ว่า วัดฉลองเป็นวัดเก่าแก่ แต่ก็ไม่มีการบันทึกว่าสร้างขึ้นเมื่อใด ที่วัดฉลองแห่งนี้ซึ่งวิหารหลังนี้เป็นวิหารเก่าแก่ที่มีอยู่แต่เดิม ภายในเป็นที่ประดิษฐานของมีพระพุทธรูปเก่าแก่ชาวบ้านและคนทั่วไปมักจะเรียกกันว่า พ่อท่านเจ้าวัด หรือ หลวงพ่อเจ้าวัด ด้านขวาของ พ่อท่านเจ้าวัด มีรูปหล่อเป็นรูปยักษ์ถือกระบอง ชาวบ้านเรียกท่านว่า ท่านท้าวนนทรี และ ทางด้านซ้ายของท่านพ่อเจ้าวัด เป็นรูปปั้น ชายชรานั่งถือตะบันหมาก ซึ่งชาวบ้านเรียกว่า ตาขี้เหล็ก โดยคนทั่วไปมักจะนิยมไปบนตาขี้เหล็กด้วยหมากพลูและบุหรี่

หลวงพ่อเจ้าวัด ท่านท้าวนนทรี ตาขี้เหล็ก

ซึ่งเป็นที่รู้กันมานานแล้วว่า ท่านพ่อเจ้าวัด ท่านท้าวนนทรี และ ตาขี้เหล็ก ทั้งสามท่านนั้นศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนัก เมื่อมาถึงเราก็ต้องจุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ หมากพลู ปิดทองท่าน และมีบุหรี่ให้ตาขี้เหล็กด้วย ไหว้พระขอพรกันตามธรรมเนียมแล้ว

กุฎิจำลองหลวงพ่อแช่ม

ก็เดินกลับมาอีกนิด ก็จะเป็นกุฏิจำลองของหลวงพ่อแช่ม ที่ตอนนี้เขาติดแอร์เย็นฉ่ำเลยหละ ทั้งนี้ก็เพราะว่าด้านในมีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อแช่ม หลวงพ่อช่วง และ หลวงพ่อเกลื้อม ซึ่งเราก็เข้าไปนมัสการท่านทั้งสามตามระเบียบ ต้องบอกว่า ไม่มีคำบรรยาย เพราะเขาทำได้เหมือนท่านยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ ดูภาพเอาก็แล้วกัน

หลวงพ่อแช่ม

หลวงพ่อช่วงหลวงพ่อเกลื้อม

พอออกมา ก็จะเห็นพระมหาธาตุเจดีย์ พระจอมไทย บารมีประกาศ อยู่ฝั่งตรงกันข้าม มาคราวนี้ไม่ได้พาแม่เข้าไปเพราะว่าต้องขึ้นบันไดหลายขั้นมาก อาจไม่อำนวยกับสุขภาพของผู้สูงอายุ งั้นขออนุญาติยืนไหว้อยู่ด้านนอกก็แล้วกัน

พระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศ

แต่เมื่อหลายปีก่อนนั้น ได้พาแม่เข้าไปด้านใน ขึ้นได้ถึงชั้นบนสุดไปไหว้พระบรมสารีกธาตุมาแล้ว โดยบรรยากาศภายในเงียบสงบ และเย็นสบาย และที่ห้องโถงชั้นล่าง ทางวัดได้ประดิษฐาน พระพุทธรูปปางต่างๆไว้ และยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับพุทธประวัติอีกด้วย มีรูปที่เคยถ่ายไว้เมื่อคราวก่อนมาให้ดูด้วย 😉

พระบรมสารีริกธาตุคำบุชาพระบรมสารีริกธาตุ

ภายในพระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศ

และแล้วภาระกิจสุดท้ายก่อนจะกลับก็คือ การจุดปะทัด ถวายหลวงพ่อแช่ม ซึ่งปะทัดนั้นเราก็บูชาที่วัดนั่นแหละ เพราะไม่ได้แวะตลาดที่ไหน พอได้ปะทัดแล้ว ก็ให้เจ้าหน้าที่ทางวัด ช่วยจุดให้ เสียงดังสนั่นไปทั้งวัด ซึ่งกิจกรรมนี้ก็ถือได้ว่า เป็นหนึ่งในกิจกรรมหลักของผู้ที่มีแก้บนนั่นเอง เมื่อเสร็จภาระกิจต่าง ๆ แล้ว เราก็คงจะต้องกลับที่พักกันแล้ว คราวนี้จองที่พักอยู่ในเมืองใกล้ ๆ กับ วงเวียนสุรินทร์ อยู่ใกล้ ๆ ตลาด ๆ จะได้หาของกินง่าย ๆ นั่นก็คือ โรงแรมเมโทรโปล นี่ก็ใกล้จะค่ำแล้วคงต้องรีบกลับที่พักแล้วหละ เพราะว่ามักจะขับรถหลงทางเป็นประจำจึงต้องเผื่อเวลาเอาไว้หลงทางด้วย อิอิ……( ก็เราไม่ใช่คนพื้นที่นี่เน้อะ ) ระหว่างทางกลับไปเข้าเมืองก็นึกขึ้นได้ว่ามีอีกวัดนี่ที่คราวก่อนไม่ได้แวะเข้าไป นั่นคือ วัดสีลสุภาราม ของหลวงปู่สุภา ที่มีชื่อเสียงเรื่อง แมงมุมดักทรัพย์ งั้นแวะนิดนึงมาดูกันต่อในบทความถัดไปนะจ๊ะ :-)

 

พาแม่เที่ยวภูเก็ต ภาค 1

หายไปนาน ก็เพราะว่าไม่มีเวลามาแบ่งปันเรื่องเล่า :-) พาแม่เที่ยวคราวนี้ พาแม่ไปเที่ยวไกลนิดนึง เพราะว่าไปถึงเกาะภูเก็ตโน้นแนะ  ซึ่งการไปคราวนี้ได้วางแผนเดินทางนานนิดหน่อย เพราะไปด้วยเครื่องบินทำให้มีต้นทุนในการเดินทางมากกว่าปกติ ดังนั้นก็เลยต้องหาโปรโมชั่นจากสายการบินกันหน่อย พิจารณากันแล้วก็เลยเลือกไปด้วยแอร์เอเชีย หรือที่หลาย ๆ คน เรียกว่า หางแดง นั่นแหละ เรียกว่า จองกันนานเลยกว่าจะได้ไปภูเก็ต  😉
พาแม่เที่ยวภูเก็ต

ตอนที่จองนั้นก็อีก 5 เดือนแหนะกว่าจะได้ไป  นานสักนิดแต่ก็ประหยัดไปเยอะเลยแหละ 😛 ก็ราว ๆ ว่า รอซื้อตั๋วเครื่องบินราคาถูก ทริปนี้ไปภูเก็ตไม่ได้ออกไปเกาะหรอกนะ เพราะว่า แม่นั่งเรือไม่ไหวกลัวจะเมาเรือ ก็เลยพาเที่ยวในเกาะภูเก็ต ก็ราว ๆ ว่า ซิตี้ทัวร์  ซึ่งการไปคราวนี้ต้องขอใช้บริการวีลแชร์ให้แม่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเพราะว่าระยะทางจากเค้าท์เตอร์เช็คอินไปถึงประตูทางขึ้นนั้นไกลมาก ๆ สำหรับผู้สูงอายุนั้นแนะนำให้ใช้บริการวีลแชร์ดีกว่า เพราะว่าสะดวกแต่เราก็ต้องไปถึงสนามบินแต่เนิ่น ๆ หน่อย เพราะว่า รถวีลแชร์นั้นมีผู้ใช้บริการกันคับคั่งจริง ๆ


พาแม่เที่ยวภูเก็ตบินกับแอร์เอเชียจ้า

ตอนแรกก็กลัวความไม่สะดวกของการใช้วีลแชร์เพราะว่าเราไปด้วยสายการบินต้นทุนต่ำ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า โลว์คอส นั่นหมายความว่า อะไร ๆ ก็ต้องช่วยตัวเองให้มากที่สุด เพราะเขาจะคิดค่าบริการเพิ่มหากท่านร้องขอ เราก็ไม่ว่ากัน จายเพิ่ม ก็จ่ายเพิ่มแต่ขอวีลแชร์ให้แม่เรานั่งก็แล้วกัน ก่อนถึงวันเดินทาง สัก 7 วัน ก็โทรไปที่คอลเซ็นเตอร์ของแอร์เอเชีย แจ้งขอใช้บริการวีลแชร์ในเที่ยวบินที่เราจะไป เขาก็รับเรื่องไว้ ว่ารับทราบแล้ว แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่า จะได้วีลแชร์หรือเปล่า เพราะมันขึ้นอยู่กับว่า วันนั้นเวลานั้น วีลแชร์จะว่างหรือเปล่า และเจ้าหน้าที่ก็แนะนำว่า ควรไปถึงสนามบินก่อนเวลาเดินทางสัก  3 ชั่วโมง เผื่อเวลาไว้ เพื่อรอคิวรถวีลแชร์ เพราะว่าหากไปช้า วีลแชร์ไม่ว่าง ก็ต้องรอนาน อาจตกเครื่องได้  ( มียังงี้ด้วยหว่า ) และเมื่อถึงเดินทางจริงเราก็รีบไปแต่ไก่โห่ :-) ไปถึงก่อนเค้าท์เตอร์เช็คอินเปิดอีกต่างหาก ระหว่างรอก็ไปไหว้พระบรมสารีริกธาตุเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนเดินทาง

ถึงแล้วสนามบินสุวรรณภูมิ สักการะพระบรมสารีริกธาตุ

รอพักใหญ่ ๆ แอ่นแอ้น …..เค้าท์เตอร์เปิดแล้ว เราก็รีบพุ่งเข้าไปเช็คอินและ โหลดกระเป๋าพร้อมกับแจ้งขอใช้บริการรถวีลแชร์ด้วยจ้า  เจ้าหน้าที่ก็รีบติดต่อให้อย่างรวดเร็ว เพราะมีข้อมูลอยู่แล้ว สรุปว่า เราได้รถวีลแชร์อย่างรวดเร็วเช่นกัน 😉 งานนี้ต้องปรบมือดัง ๆ ให้กับบริการของแอร์เอเชีย อ่อ ลืมบอกไป เขาไม่ได้คิดค่าบริการเพิ่มนะจ๊ะ  เที่ยวที่เราไปนั้น จังหวะดีที่ประตูทางขึ้นติดกับอาคาร ไม่ต้องขึ้นรถจากอาคารไปที่ตัวเครื่องบิน ถือว่าสะดวกมาก เพราะว่าไปถึงก่อนเวลาน๊าน นาน ก็เลยนั่งรอก่อนขึ้นเครื่อง สังเกตได้ว่า เครื่องที่ไปภูเก็ตส่วนใหญ่แล้วผู้โดยสารมักจะเป็นชาวต่างชาติ ฝรั่ง จีน แขก หลากหลาย ทำให้รู้สึกว่า ภูเก็ต เป็นเมืองรับแขกบ้าน แขกเมือง ที่สำคัญอีกจังหวัดของเมืองไทย ภูมิใจนะที่เมืองไทยมีของดี ๆ เยอะมาก
นั่งรอก่อนเครื่องมา นี่แหละ priority seatมาแล้ว แอรฺ์เอเชีย

การเดินทางในวันนั้นถือว่าอากาศดีแดดร้อนเปรี้ยงเลย เอ่..แต่ว่าบิน ๆ ไปไหงเห็นเมฆดำทะมึนอยู่ไกล ๆ หว่า !!!  หวังว่าภูเก็ตคงฝนไม่ตกหรอกนะ ตามตารางเวลาเราจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง แต่รู้สึกได้อย่างหนึ่งว่า พื้นรันเวย์สนามบินสุวรรณภูมิมันครึ้ด ครึ้ด นะ แบบว่า ไม่ค่อยเรียบ เครื่องบินเคลื่อนไปบนรันเวย์งี้ รู้สึกเลยว่าไม่เรียบ สมควรปิดซ่อมแซมเหมือนในข่าวจริง ๆ

พอเครื่องบินเหินขึ้นฟ้าก็ตั้งหน้าตั้งตา มองวิวทิวทัศน์ ก็เห็นแต่น้ำทะเล  กับก้อนเมฆ และก็ต้องบอกว่า สวยมาก แม้ว่าวันนั้นแดดจะร้อนมากก็ตาม ได้บันทึกภาพ และ คลิปไว้ดูว่าทะเลไทยนะสวยจริง ๆ ลองดูซิ

ถึงแล้วสนามบินสุวรรณภูมิอันดามัน

และอีกไม่นานเราก็ถึงภูเก็ต เมืองที่ได้ชื่อว่า ไข่มุกอันดามัน  เมืองที่เราขอแนะนำให้พาแม่มาเที่ยวจริง ๆ  เพราะว่าแม่อายุมากแล้วจะไปเที่ยวกับทัวร์ก็คงจะวิ่งตามคณะทัวร์ไม่ไหว เราก็เลยวางแผนเที่ยวกันเอง รู้บ้าง ไม่รู้บ้าง ก็ไม่เป็นไร เอาแบบว่าเที่ยวสบาย ๆ แบบกันเองดีว่า :-)

ถึงแล้วสนามบินภูเก็ตสนามบินนานาชาติภูเก็ต

ดังนั้น เราก็เลยใช้บริการรถเช่าที่สนามบิน ขับเที่ยวเองดีกว่า สะดวกดี :-) แนะนำนิดว่า ถ้าเรามีเวลาก่อนถึงวันมาเที่ยว ควรหาซื้อคูปองเช่ารถ ซึ่งมักจะมีจำหน่ายในงานไทยเที่ยวไทย งานเที่ยวไทยทั้งหลายนั่นแหละ เพราะว่าจะได้ราคาประหยัดลงไปอีก ทำให้มีเงินเหลือในกระเป๋าเอาไว้ซื้อของฝากได้หลายบาทเลยแหละ และเราก็ใช้เทคนิคนี้กับการมาเที่ยวภูเก็ตเช่นกัน เราเลือกใช้รถเช่าของ บัดเจ็ท เพราะว่าเคยใช้บริการอยู่ และจัดได้ว่า บริการดีและรถก็อยู่ในสภาพใหม่ดี อันนี้ไม่ได้ค่าโฆษณาใด ๆ แต่ว่าเล่าให้ฟัง ปัจจุบันมีรถเช่าหลายค่ายมาก ทั้ง Avis,Hertz, Car master และอื่น ๆ อีกมากมาย ใครใคร่ใช้บริการที่ไหนก็แล้วแต่สะดวก เพราะภูเก็ตมีรถเช่าเยอะ สะดวกมาก ขอเล่านิดนึงตอนมารอกระเป๋าที่สนามบินเห็นอัตราค่าบริการรถสาธารณะเข้าเมือง เห็นแล้วอึ้ง(กิมกี่)มาก อู้หู้ ราคาของเมืองท่องเที่ยวนี่ ………ดูเอาเองก็แล้วกัน คลิ๊กที่รูปเพื่อดูราคากันชัด ๆ
อัตราค่าโดยสารที่สนามบินภูเก็ต อู้ว.......

ดีนะเราเช่ารถขับเอง พอติดต่อทำเรื่องเช่ารถเสร็จเราก็ขับรถเข้าเมือง ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งที่สองที่มีโอกาสมาเที่ยวภูเก็ตกับแม่ เส้นทางเข้าภูเก็ตนั้นไม่ยุ่งยากซับซ้อน เพราะขับไปตามถนนหลักมุ่งหน้าเข้าเมือง
ยินดีต้อนรับสู่ภูเก็ต

มาคราวนี้ตั้งใจไว้ว่า จะมาไหว้พระ สักการะหลวงพ่อแช่ม ที่วัดฉลอง เป็นโปรแกรมแรก มาถึงก็ต้องไหว้พระกันก่อน ที่จริงแล้วเส้นเข้าเมือง จะต้องผ่านวัดพระทอง ก่อน ซึ่งถือได้ว่าที่นี่ก็เป็นสถานที่ที่ไม่ควรพลาด แต่คราวนี้ขอขับผ่านไปก่อน แล้ววันถัดไปถึงจะมาไหว้พระที่นี่ แน่นอนหละ จะเข้าเมืองก็ต้องมาถึงอนุสาวรีย์ท้าวเทพกษัตรีย์ ท้าวศรีสุนทร เพื่อที่จะแยกเส้นทางเข้าเมือง เราเลือกเส้นบายพาสออกไป มุ่งหน้าไปวัดฉลองกันเลย ระหว่างทางก็เจอฝนกระหน่ำแบบมองแทบไม่เห็นทาง ก็ถือว่านี่แหละ อากาศทางภาคใต้ของเรา เดี๋ยวฝน เดี๋ยวแดด แต่ตอนนี้ ฝนกระหน่ำจ้า ขับไปบ่นไป สังเกตได้ว่า เมืองภูเก็ต เจริญมาก ๆ อาคารบ้านเรือน ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายเจ้ามาตั้งกันอยู่ที่ภูเก็ต จะว่าไปเหมือนอยู่กรุงเทพเลยหละ เหมือนมาก ๆ ก็ตรงที่รถติดจริง ๆ แบบว่าแถวยาวมากซะด้วย เราก็ไม่ใช่คนพื้นที่ มีรึจะขับรถไม่หลง แต่ก็ไม่เป็นก็มาแบบชิว ๆ เรื่อยๆ ขับไปจนถึงวัดฉลอง หรือ ชื่อที่เป็นทางการว่า วัดไชยธารารา
วัดฉลอง ภูเก็ต

วัดคู่บ้านคู่เมืองของภูเก็ต  และวัดนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งของพระมหาธาตุเจดีย์พระจอมไทยบารมีประกาศซึ่งเป็นที่ประดิษฐสถานของพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้าที่นำมาจากศรีลังกา ซึ่งวัดฉลองนี้ ถือได้ว่า ใคร ๆ ก็ต้องมานมัสการ เพื่อเป็นสิริมงคล  และวัดฉลองก็เป็นที่รู้จักกันดีของชาวเมืองภูเก็ตและพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ใกล้เคียง แต่ตอนนี้ขอพักนิดนึง บทความหน้ามาเล่าเรื่องวัดฉลองกันต่อ อิ อิ :-)

 

ป้ายกำกับ
กุ้งเผาทองชุบ ค้างคาวแม่ไก่ ตลาดน้ำบางคล้า ตลาดร้อยปี ถนนข้าวก่ำ ถนนข้าวทิพย์ ถนนข้าวปุ้น ถนนข้าวยำ ถนนข้าวลอดช่อง ถนนข้าวสาร ถนนข้าวสุก ถนนข้าวหมูแดง ถนนข้าวหลาม ถนนข้าวหอมมะลิ ถนนข้าวฮาง ถนนข้าวเปลือก ถนนข้าวเปียก ถนนข้าวเม่า ถนนข้าวเหนียว ถนนข้าวแช่ ถนนข้าวแต๋น ปางนอนเสวยสุข พระพิฆเนศ พาแม่เที่ยว พาแม่เที่ยวภูเก็ต ริมน้ำบางปะกง ร้านอร่อย ลักยิ้ม วัดบางพลีใหญ่ วัดสมานรัตนาราม วัดโพธิ์บางคล้า สงกรานต์ สิงหาพาแม่เที่ยว เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวฉะเชิงเทรา เที่ยวภูเก็ต เที่ยวราชบุรี เที่ยววัด เที่ยวสบาย เที่ยวสระบุรี เที่ยวสิงห์บุรี เที่ยวไทย แนะนำร้านอร่อย ไหว้พระ 9 วัด ไหว้พระวัดไหนดี
กันยายน 2017
พฤ อา
« ส.ค.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
252627282930  
Your IP Address is:

 






  • ลิ้งค์พันธมิตร


  • สารบัญเว็บไทย
  • software download
  • ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บฟรี เพิ่มเว็บไซต์ฟรี แลกลิงค์
  • ThaiAll
  • sawatdeekrab.com งานhandmade งานฝีมือ ขายงานฝีมือ ฝากขายงานฝีมือ

  • สถานที่ท่องเที่ยว

  • voucher ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ที่พัก ปาย หัวหิน น่าน เลย เชียงใหม่ บัตรลดราคา

  • Free Web Submission
  • Free SEO Tools

  • FigureStore.NET แหล่งรวมของสะสมขนาดเล็กที่ยิ่งใหญ่ในเมืองไทย
  • ของเล็ก ของจิ๋ว Choco Egg Chocoq ลดล้างสต๊อก

  • รูปน้ำตก



  • สถิติการเยี่ยมชม