Posts Tagged ‘ไหว้พระ 9 วัด’

ไหว้พระ 9 วัด กทม episode 2

มาต่อกันเลย จากบทความก่อนหน้านี้ เริ่มต้นกับ ไหว้พระเก้าวัด episode 2 เมื่อกี้ เราไปกัน 2 วัดแล้ว ที่ไหว้พระ 9 วัด episode 1 แล้ว งั้นมาต่อกันที่วัดที่ 3 เลยดีกว่า เดี๋ยวแดดจะร้อน :-)

วัดที่ 3 นั่นก็คือ วัดโพธิ์ หรือวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหารนั่นเอง เดินกันมาก็คงเหนื่อย และ ร้อนกันพอสมควร แนะนำว่า ติดร่มกันแดด และน้ำดื่มไปด้วยก็จะสะดวกมากขึ้น อาจจะสงสัยว่า ทำไม ไม่เรียกใช้รถตุ๊ก ๆ หรือ รถแท็กซี่ ก็อยากจะบอกว่า สองสามที่ ที่เราพูดถึงนี่ ไม่ได้ไกลกันเลย ถ้าเดินไหว แนะนำให้เดิน ถ้าเดินไม่ไหว ก็เรียกรถก็ได้ แต่ที่เคยเจอ จะพบว่า พวกรถเขาไม่ค่อยรับกัน เพราะว่า ตรงนี้ รถมันติดมาก คนก็เยอะ เวลาก็พอ ๆ กัน ถ้าเดินได้ ก็แนะนำให้เดิน เอาหละ เมื่อมาถึงวัดโพธิ์กันแล้ว ก็แนะนำให้ไหว้พระกันก่อน 😉  บางครั้งทางวัดก็จัดสถานที่ให้เราได้ไหว้พระกันนอกพระอุโบสถ ถ้าไหว้กันเสร็จแล้ว ก็ต้องไม่พลาดกับการไปสักการะ พระพุทธไสยาสน์ หรือพระนอนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย ที่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ไม่ควรควรพลาดคือ การไปชมภาพประดับมุกที่พระบาทเป็นเรื่องราวของ มงคล 108 ประการ อันเป็นลักษณะอย่างหนึ่งของมหาบุรุษตามคติของอินเดีย ใคร ๆ ก็มักจะไปถ่ายพบเก็บเป็นที่ระลึก กันทั้งน้าน… 😛

พระไสยาสน์ วัดโพธิ์ สรงน้ำพระ
ว่ากันไปแล้ว ที่วัดโพธิ์ นี่ เป็นสถานที่มีคุณค่าทางความรู้อย่างอเนกอนันต์ เพราะถือได้ว่าเป็นมหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย ขนาด ยูเนสโก้ยัง ขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำโลก เดือน มีนาคม 2551 เลยหละ ตอนนี้ ทางวัดยังโปรโมท 9 สิ่งมหัศจรรย์วัดโพธิ์ 😛 เอาไว้มีเวลามากกว่านี้ เราไปทัวร์ 9 สิ่งมหัศจรรย์ วัดโพธิ์กันเถอะ อีกทั้งในช่วงสงกรานต์ ก็จะมีกิจกรรมการสรงน้ำพระ ก่อพระเจดีย์ทราย และกิจกรรมอีกหลากหลาย แต่ว่า วันนี้ ภารกิจคือ ไหว้พระเก้าวัด กรุงเทพ ต้องสำเร็จใน 1 วัน ไปเถอะ เพิ่งได้ 3 วัดเอง วัดต่อไป จัดเป็น ออปชั่น ก็แล้วกัน ถ้ายังเดินกันไหว ก็เดิน ถ้าไม่ไหว เรียกรถเลย ก็ไปวัด วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ ราชวรมหาวิหาร ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นั่นเอง ซึ่งวัดนี้ ถือได้ว่าเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยา และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน เอาเป็นว่า ถ้ามาวัดแล้ว ก็เข้าไปไหว้พระขอพร อย่าลืมไปสักการะพระมณฑปที่บรรจุพระบรมสาริกธาตุไว้ สำหรับวัดมหาธาตุแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของ มหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย หรือ สถานที่ศึกษาของพระสงฆ์นั่นเอง เอาหละ งั้นเราเข้าภารกิจ ไหว้พระ 9 วัดกันต่อ ถ้าใครไม่สามารถแวะวัดมหาธาตุ ฯ ได้ ก็ ไปต่อกันที่วัด ที่ 4 ซึ่งเราต้องเรียกรถไปส่งแน่ เพราะว่า เดินไปคงไกลหลายอึดใจ เราจะไปที่ เสาชิงช้า 😉


วัดสุทัศน์ สรงน้ำพระ
วัดที่ 4 คือ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร เมื่อมาแล้วก็ไปไหว้พระประธานองค์ใหญ่ คือ พระศรีศากยมุนี ขอพรจากพระ แล้วอย่าลืมไปสักการะ พระสุนทรรีวาณี ที่อยู่ในพระอุโบสถ ด้วยหละ ไปขอโชคลาภ ให้สำเร็จดังประสงค์ เมื่อเสร็จแล้ว ก็เดินข้ามถนนมาทางศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ถ้าเป็นช่วงเทศกาลสงกรานต์ ก็จะมีการอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ มาประดิษฐาน ให้พวกเราได้สรงน้ำพระกัน การข้ามถนนแล้วเดินเท้ามาที่นี่มุ่งหน้ามาทางสี่แยกคอกวัว เพราะว่า เรากำลังจะไปไหว้พระที่วัดอีกแห่ง
หลวงพ่อพระร่วงทองคำ
วัดที่ 5 คือ วัดมหรรณพารามวรวิหาร ซึ่งวัดนี้มีพระพุทธรูปที่สร้างในสมัยสุโขทัย คือ พระร่วงทองคำ จริง ๆ อ่านไม่ผิดหรอก พระพุทธรูปทองคำ นอกจากที่วัดไตรมิตร ฯ แล้ว ที่วัดมหรรพาราม ฯ ก็มีพระพุทธรูปทองคำเช่นกัน ซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะที่สวยงาม โดยเนื้อโลหะผสมของสัมฤทธิ์ และ ทองคำ ซึ่งทางกรมศิลปากรได้พิสูจน์และลงความเห็นว่าเป็นทองคำถึง 60 เปอร์เซ็นต์ หลวงพ่อพระร่วงทองคำนี้ มีความศักดิ์สิทธิ์มาก ผู้คนมักจะมาบนบาน ขอพรจากหลวงพ่อ และเมื่อสำเร็จดังที่ตั้งใจ ก็จะนำว่าวจุฬา ว่าวปักเป้า และพวงมาลัยมาถวาย เมื่อมาแล้วก็ต้องไปไหว้หลวงพ่อพระร่วงทองคำ ขอพร อธิษฐานกันตามประสงค์ เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ก็เรียกรถไปต่อ คราวนี้ไปกันใกล้ แถว ๆ ผ่านฟ้า :-)
ภูเขาทอง สักการะพระบรมสารีริกธาตุ
วัดที่ 6 คือ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร หรือ ภูเขาทอง นั่นเอง สำหรับที่นี่ ต้องท้าพิสูจน์ความแข็งแรงของร่างกายกันสักหน่อย ไหวมั๊ยหรอ ประมาณ 200 กว่าขั้น จะเดินไปถึงกันอะเป่า อิอิ .. :-) แน่นอนหละมาแล้วก็ต้องขึ้น ฮุย เล ฮุย ลุยเลยพวกเรา เป้าหมายคือ การขึ้นไปสักการะ พระบรมสารีริกธาตุ ที่ข้างบน ขึ้นบันไดไป เคาะระฆังไป สักพักใหญ่ ก็จะถึงชั้นบน แนะนำว่า ถ้าขึ้นช่วงบ่าย เตรียมร่มไปบังแดดด้วยจะดีมาก ถ้ามีน้ำดื่มติดไป ก็จิบไป เดินไป ก็ไม่เลว เพราะว่า ช่วยได้เยอะ ครั้งแรกไป ไม่ได้เตรียมอะไรไป ก็คิดว่า แน่ ปรากฏว่ากว่าจะถึง เกือบแย่ ขึ้นไปหอบลิ้นห้อย ต้องไปนั่งข้างพัดลมไอน้ำ ถึงจะค่อยยังชั่ว ทำให้เป็นบทเรียนว่า เราไม่ควรประมาท เตรียมไว้เถอะ ไม่เสียหายอะไร เมื่อไปไหว้ขอพรจากพระบรมสารีริกธาตุแล้ว ก็ขึ้นบันไดเล็ก ๆ ชันๆ ไปชั้นบนสุด เพื่อไปกราบพระเจดีย์สีทองชั้นบนสุดของภูเขาทอง แล้วก็ไปไหว้ พระเศรษฐีนวโกฐ ขอโชคลาภ อีกนิด ก่อนกลับ ก็ชมบรรยากาศด้านบนของกรุงเทพสักนิดก่อนลงมาด้านล่าง ก่อนกลับก็ไปไหว้ พระพระอัฏฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร ซึ่งเป็นพระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ ที่สร้างในสมัยสุโขทัย มีอายุกว่า 700 ปี ซึ่งงดงามมาก เมื่อเสร็จแล้ว ก็ เรียกรถตุ๊ก ๆ หรือ แท็กซี่ กลับย่านบางขุนพรหม เพื่อไปวัดถัดไป
หลวงพ่อโตวัดอินทร์
วัดที่ 7 คือ วัดอินทรวิหาร เพื่อไปไหว้หลวงพ่อโตวัดอินทร์ เมื่อมาถึงวัดอินทร์ ก็มีที่เราไปไหว้พระหลายที่ เราก็ไปไหว้พระเสริมสิริมงคลให้กับชีวิต อย่าลืมเข้าไปฟังพระคาถาชินบัญชร ในวิหารเล็ก ๆ ที่มีบ่อน้ำมนต์ด้วยหละ รู้สึกขลังดีจริง ๆ ไฮไลท์ ก็ต้องไปไหว้ พระพุทธรูปองค์ยืนอุ้มบาตร หรือพระศรีอริยเมตตรัย ไหว้พระขอพรกันให้เต็มอิ่ม เรายังเหลืออีก 2 วัด และเราต้องไม่รอช้า ว่า แล้ว ก็เรียกรถอีกที คราวนี้ มุ่งหน้า กลับ บางลำพู ไปวัด ที่ 8 กัน 😉
พระพุทธชินสีห์

วัดบวรนิเวศน์ ตั้งเหรียญ

วัดที่ 8 วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร มาถึงก็ต้องไปไหว้พระ ซึ่งที่วัดบวร ฯ นี้ มีพระพุทธรูปที่สำคัญ ๆ หลายองค์เช่น พระพุทธชินสีห์ หลวงพ่อเพชร พระศาสดา เป็นต้น แต่ที่ไปทุกครั้งไม่พลาด ก็คือ ตรงพระพุทธบาทโบราณ ซึ่งกิจกรรมเป็นที่นิยมคือ การตั้งเหรียญ บนลายพระพุทธบาท อธิษฐานกันแล้วก็ตั้งใจ ตั้งเหรียญกัน เอาหละ เดี๋ยวจะหมดเวลา เดินข้ามถนนมาสักนิด เดินมาสักระยะ มาทางถนนเข้าวสาร ก็จะถึงวัดที่ 9
วัดชนะสงคราม
วัดที่ 9 คือ วัดชนะสงครามราชวรมหาวิหาร มาถึงก็ต้องไปไหว้พระขอพร ตามกติกา ไหว้พระ 9 วัด กันก่อน ขอให้เราได้ชนะอุปสรรค์ต่าง ๆ ให้เราได้สำเร็จดังหวัง เมื่อไหว้พระเสร็จแล้ว ก็ไปไหว้และสมเด็จกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนและครอบครัว และแล้ว เราก็สามารถปฏิบัติ ภารกิจ ไหว้พระเก้าวัด ฝั่งพระนคร เสร็จสิ้นแล้ว ภารกิจนี้ เราไม่ข้ามแม่น้ำ ไปวัดยอดนิยม เช่น วัดระฆังโฆษิตาราม วัดอรุณราม วัดอรุณราชวราราม หรือว่า วัดกัลยาณมิตร เอาไว้รอบหน้า ค่อยไปเที่ยวด้วยกัน  :-)

เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ไหว้พระ 9 วัด กันแล้ว ถ้าเป็นเทศกาลสงกรานต์ ก็แนะนำให้ฉลองสงกรานต์ให้ชุ่มฉ่ำกันต่อที่ถนนข้าวสาร สงกรานต์อินเตอร์ ทำบุญกันแล้ว ก็สนุกสนานกันต่อ  เสร็จแล้วก็กลับไปรับรถที่อาคารจอดรถของกรุงเทพ ที่เราจอดไว้ตอนเช้า :-) เอาไว้รอบหน้า จะหาทริปมาราธอนมาเล่าให้ฟังกันอีกนะ 😉

ไหว้พระ 9 วัด กทม episode 1

:-) สวัสดีวันสงกรานต์ รับปีใหม่ไทย ขอให้ทุก ๆ คนมีความสุขมาก ๆ รับวันสงกรานต์ สุขสดชื่น สมหวัง ในปีนี้กันทุก ๆ คนเลยนะ  วันนี้ จะขอแนะนำทริปยอดนิยม ของคนชอบทำบุญกันสักนิด  เพราะว่า เวลามีเทศกาลสำคัญ ๆ เรามักจะคิดถึง การไหว้พระเก้าวัด เพื่อเสริมสิริมงคลให้แก่ชีวิตของเราและครอบครัว  คราวนี้ขอแนะนำการไหว้พระ 9 วัด ใน กรุงเทพ ก่อนก็แล้วกัน 😉

ถ้าจะพูดกันจริง ๆ แล้ว จะพบว่า วัดในกรุงเทพ มีมากมาย เกิน 9 วัด ซึ่งเราสามารถวางแผนการเดินได้ โดยสามารถเลือกได้จากเส้นทางที่ใกล้เคียงกัน เดินทางได้สะดวก หรือ อาจจะเลือกวัดที่เป็นที่นิยม ซึ่งตอนนี้ ทาง ขสมก หรือ รถเมล์ เขาก็มีบริการ ไหว้พระ 9 วัด กับ ขสมก มาบริการให้ประชาชนได้เดินทางกันฟรี ในช่วงเทศกาลต่าง ๆ  แต่ต้องบอกว่า หากต้องการใช้บริการขสมก แล้ว ต้องอดทน และแบ่งปันกันสักนิด เพราะว่า คนเยอะมาก อันนี้ ไม่อยากแนะนำให้ผู้สูงอายุสักเท่าไหร่นัก เพราะว่า ต้องเบียดกันค่อนข้างมาก แต่ถ้าชอบพบปะผู้คน อันนี้ ได้เลย …อิอิ 😛

ขอแนะนำเส้นทางตามสไตล์ที่มักจะไปไหว้พระ 9 วัด ตามแบบฉบับของเราสักนิดดีกว่า เผื่อว่า อาจจะเป็นประโยชน์กับเพื่อน ๆ ได้ ต้องบอกว่า ทริปนี้ ถ้าพาแม่เที่ยว แม่ก็ต้องแข็งแรงมาก ๆ เพราะว่า ทำเวลากันพอสมควร ขอแนะนำในรูปแบบของการนำรถไปจอดที่อาคารจอดรถ ของ กรุงเทพมหานคร ที่บางลำพู แล้วใช้รถตุ๊ก ๆ หรือ แท็กซี่ สัญจร ลัดเลาะไปยังวัดต่าง ๆ รอบเกาะรัตนโกสินทร์ แนะนำเลยว่า

  1. ต้องเริ่มเดินทางตั้งแต่เช้า ๆ ถ้าเริ่มวัดแรกที่ 7 โมงเช้าจะดีมาก ๆ เพราะอากาศไม่ร้อน ผู้คนก็ยังไม่เยอะ เราทำเวลาได้ดี รถยังไม่ติด เดินทางสะดวก พอ 10 โมงเช้า เราก็เก็บไปได้ตั้ง 3-4 วัดแล้ว
  2. ควรเตรียมร่มกันแดด น้ำดื่ม ขนมกินแก้หิว กล้องถ่ายรูปไว้เก็บภาพสวย ๆ
  3. เตรียมเหรียญ 5 เหรียญ 10 และ แบ็งค์ 20 ไว้ เยอะ ๆ หน่อย เอาไว้ทำบุญ กับเป็นค่ารถเดินทาง


กิจกรรม ไหว้พระเก้าวัดนี้ จะใช้เวลาให้รวดเร็วว่องไว เริ่มที่ 7 โมงเช้า และพยายามให้เสร็จสิ้นสักบ่าย 3 โมง

แนะนำตามแบบฉบับที่เราปฏิบัติภารกิจ ไหว้พระ 9 วัด ของกรุงเทพชั้นใน เอาแบบคร่าว ๆ วัดที่เราจะไปคือ วัดเบญจมบพิตร แวะศาลหลักเมือง วัดพระแก้ว วัดโพธิ์ วัดสุทัศน์ วัดมหรรพ ฯ วัดสระเกศ วัดอินทร์ วัดบวรฯ และ วัดชนะสงคราม สำหรับรายละเอียดนั้น จะค่อย ๆ เล่าให้ฟัง ก็แล้วกัน เล่าไป เหนื่อยไป แต่ก็อิ่มบุญไปกับการทำบุญ ไหว้พระ 9 วัด

ถ้าพร้อมแล้ว ไปด้วยกันเลย 😉

เอาละ เนื่องจาก บ้านของเราอยู่ทางด้านตะวันออกของกรุงเทพ จะขอเริ่มต้นโดยการขับรถมาตามถนนพระรามเก้า มุ่งหน้าราชปรารภโดยใช้ถนนจตุรทิศ ตรงไปถนนศรีอยุธยา ขับตรงยาว ผ่าน โรงพยาบาลพญาไท ( ซ้ายมือ ) แล้วก็ผ่าน กระทรวงต่างประเทศ ( ขวามือ ) แล้วก็ข้ามทางรถไฟ ผ่าน พระราชวังสวนจิตรลดา ( ขวามือ ) แล้วก็ถึง วัด เบญจมบพิตร ฯ ทางด้านซ้ายมือ ก็จอดรถที่หน้าวัดได้เลย
วัดเบญจมบพิตร
วัดที่ 1 วัดเบญจมบพิตร ฯ หรือที่หลายคน เรียกว่า วัดเบญจ นั่นเอง แล้วทราบหรือไม่ว่า ชื่อเต็ม ของวัดเบญจ ฯ นั้นคือ อะไร ………ติ๊กต่อก ติ๊กต่อก ….เฉลยเลยก็แล้วกัน ชื่อเต็ม ๆ คือ :-) วัดเบญจมพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร เป็นไงหละ ทายกันถูกหรือเปล่า อ่อ….ต้องขออภัย นอกเรื่องมานาน เมื่อมาถึงวัดเบญจมพิตร แล้ว ก็เข้าไปไหว้พระพุทธชินราชจำลอง ไหว้พระขอพร กันก่อน วัดเบญจมพิตร ฯ ว่า เป็นสถานที่ที่ชาวต่างชาติ อยากมาเยี่ยมชมที่วัดนี้ กัน ทั้งนี้ เพราะว่า พวกฝรั่งเขาเรียก วัดนี้ว่า The marble temple ถ้าแปลกันแบบตรง ๆ ก็คือ วัดหินอ่อนนั่นเอง สาเหตุก็เพราะว่าวัดเบญจ ฯ นี้ ตกแต่งด้วยหินอ่อนอย่างดีจากเมืองคารารา ประเทศอิตาลี อีกทั้งยังเป็นสถาปัตยกรรมที่สวยงามแห่งหนึ่งของกรุงเทพ เมื่อไหว้พระขอพร ทำบุญวัดแรกกันแล้ว เราก็ไปวัดต่อไปกันเถอะ เราก็ขับรถต่อไป โดยใช้ถนนศรีอยุธยามุ่งหน้าไปยังถนนสามเสน เมื่อถึงถนนสามเสนก็เลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าไปยังบางลำพู เพื่อไปจอดรถที่อาคารจอดรถของกรุงเทพ หลังจากนั้น แล้วใช้รถแท็กซี่หรือรถตุ๊ก ๆ ก็ได้ บอกว่า ไป ศาลหลักเมือง
ศาลหลักเมือง

ศาลหลักเมือง เทพารักษ์คุ้มครองเมือง

ก่อนจะไปวัดที่ 2 แวะไหว้ศาลหลักเมืองกันก่อนนะ 😛 ใช้เวลาไม่นานนักสำหรับการไปสักการะบูชา ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง สถานที่สำคัญและศักดิ์สิทธ์คู่บ้านคู่เมืองที่เรา ไปขอพรจาก ศาลหลักเมือง และเทพารักษ์ทั้ง 5 ผู้ให้ความร่มเย็นกับแผ่นดิน และราษฎร์ คือ พระเสื้อเมือง พระทรงเมือง พระกาฬไชยศรี เจ้าพ่อเจตคุปต์ และ เจ้าพ่อหอกลอง เราไปสักการบูชาขอพร ให้อยู่เย็นเป็นสุข เจริญก้าวหน้า รุ่งเรือง ให้สมปรารถนา เมื่อเสร็จแล้ว ก็ไปวัดที่ 2 กันต่อ เราก็เดินไปทางกระทรวงกลาโหมแล้วก็ข้ามถนนนิดเดียว เราก็ถึงวัดพระแก้วแล้ว

วัดพระแก้ว

วัดที่ 2 วัดพระแก้ว วัดคู่บ้านคู่เมืองของประเทศไทย ซึ่งเราต้องไปไหว้พระแก้วมรกต เพื่อขอพร การเข้าวัดพระแก้วต้องแต่งกายสุภาพด้วยนะ ไม่แต่งตัวโป๊ ไม่พันแขนเสื้อ พับขากางเกง ไม่ใส่กางเกงขาสั้น เพราะทุกคนต้องเคารพสถานที่ ไปวัดพระแก้วแล้ว ถ้ามีเวลาเหลือ ก็อยากแนะนำให้เดินชมภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่วิจิตรงดงาม และเป็นจิตรกรรมฝาผนังที่ยาวที่สุดในโลก แนะนำนิดนึงว่า นักท่องเที่ยวมักจะไปถ่ายภาพตรง หนุมานอบพลับพลากัน ก็เพราะว่า สวยงาม คลาสสิก ถ้าไม่เชื่อก็ต้องลองไปดูของจริงก็แล้วกัน 😉 ถ้าเป็นคนชอบสถาปัตยกรรมแล้วก็เดินไว ๆ แนะนำอีกนิดว่า ให้ไปดูเพิ่มเติมที่พระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะมีประตูติดกันกับวัดพระแก้ว เอาไว้คราวหน้า จะพาเที่ยวที่พระบรมมหาราชวัง แต่ทริปนี้ คงไม่สะดวก เพราะว่า เวลามีไม่มาก เพิ่งจะ 2 วัดเอง งั้นไปต่อก็เลยดีกว่า
หนุมานอมพลับพลา พระบรมมหาราชวัง พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท
เรามาตั้งต้นทางด้านประตูด้านกระทรวงกลาโหม แล้วเดินไปทางด้านสวนสราญรมย์ เลาะกำแพงวัดพระแก้วไป สักอึดใจ แล้วเลี้ยวขวา เดินข้ามถนนเล็ก ๆ เราก็จะถึง วัดที่ 3 ที่ได้รับความนิยมว่าเป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวอันดับ 24 ของโลกในปี 2549 เพราะว่า มีคนมาเที่ยวกว่า 8 ล้านคนต่อปี แล้วเราหละ เป็นหนึ่ง ใน 8 ล้านนั้นหรือเปล่า

อ่านกันมาเยอะแล้ว พักสักนิด แล้วไปต่อ ไหว้พระ 9 วัด กทม epispode 2 กับบทความถัดไป :-)

พาแม่เที่ยวสักการะหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนที่วัดไร่แตงทอง

😛 หายไปนานเพราะช่วงนี้งานเยอะมาก วันนี้มีเวลาแล้ว ขอสักหน่อยก็แล้วกัน คราวนี้มีโปรแกรมพาแม่เที่ยวดีๆ มาแนะนำกันอีกแล้ว ใครเคยไปวัดไร่แตงทองบ้างเอ่ย บางคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อวัดนี้มาก่อนเลย ก็เป็นไปได้ แต่ถ้าพูดถึง หลวงปู่หลิว เทพเจ้าพญาเต่าเรือน หละ พอจะคุ้นหูกันบ้างรึเปล่า ( มีแผนที่บอกทางด้านล่างด้วยนะ ) วัดไร่แตงทอง จัดว่า เป็น หนึ่งใน ไหว้พระ 9 วัด สายนครปฐม กาญจนบุรี ดังนั้นอยากเชิญชวนให้เพื่อน ๆ ไปไหว้หลวงปู่หลิวกันมาก ๆ เพราะอะไรเหรอ :-) งั้นมาดูกันว่าทำไมทริปนี้มีดียังไง

หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง

ไฮไลท์ของการทริปนี้ คือ การได้ไปสักการะและลอดรูปเหมือนหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือน ซึ่งมีความสูงถึง 8.5 เมตร

ได้ขอพร ขอโชคลาภ จากหลวงปู่หลิว และ พญาเต่าเรือน เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง และครอบครัวด้วย เพราะผู้คนต่างกันเชื่อกันว่า การได้ลอดใต้ท้องพญาเต่าเรือนนั้น จะทำให้มีอายุยืนเหมือนเต่า ร่างกายแข็งแรง หายจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกอย่างนึงก็คือจะไปหาวัตถุมงคลมาบูชาสักหน่อย เพราะว่าที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องวัตถุมงคลด้านพุทธคุณ เมตตามหานิยม ด้านค้าขายดียิ่งนัก

หลวงปู่หลิว หลวงปู่หลิว


นอกจากนี้แล้ว ยังมีการบันทึกของเหตุมหัศจรรย์ 3 ประการ ในขณะที่มีการก่อสร้างรูปเหมือนหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนคือ
1.ในการสร้างฐานเพื่อประดิษฐานรูปหล่อ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือนนั้น ช่างได้กำหนดขนาดของฐานให้ขาทั้ง ๔ วางอยู่บนแท่นพอดี แต่เมื่อยกหล่อ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน ปรากฏว่าขาหน้าด้านซ้ายยื่นเลยมาออกจากแทน จนกลายเป็นว่าใครมากราบไหว้จะต้องเอาศีรษะให้สัมผัสกับเท้า เหมือนกับว่าให้เหยียบเพื่อความเป็นสิริมงคล
ขอพรพญาเต่าเรือน

2.เกิดดวงไฟสีเขียวปรากฏบนแท่นบริเวณขาด้านขวา ซึ่งในขณะที่เกิดนั้นมีกรรมการวัดและชาวบ้านเห็นด้วยตาหลายคน
3.เกิดจากงานก่อสร้างที่ไม่คิดมาก่อน กล่าวคือ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน องค์ใหญ่ สูง ๘.๕๐ เมตร ดูในวิหารว่าใหญ่แล้ว แต่จะใหญ่ยิ่งกว่าเมื่อดูผ่านประตูวิหาร และหากเดินถอยหลัง โดยมองผ่านประตูยิ่งเดินถอยหลังยิ่งไกลเท่าไร ขนาดของเต่าจะใหญ่ขึ้น จนหัวของเต่าใหญ่คับประตูวิหารเลยทีเดียว ที่เป็นเช่นนี้เพราะความพอดีของหลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน กับบานประตูวิหาร
หลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือน
ทริปพาแม่เที่ยวครั้งนี้ อาจจะนั่งรถกันไปไกลสักนิด แต่ก็คุ้มค่า สาเหตุที่อยากไปที่วัดไร่แตงทองนี้ เพราะว่า มีโอกาสได้อ่านหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก เรื่องของหลวงปู่หลิว เทพเจ้าพญาเต่าเรือน แล้วเกิดศรัทธาอยากไปที่วัดไร่แตงทอง และทำให้ทราบว่า เมื่อครั้งหลวงปู่หลิวยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นพระที่มีอภิญญา และมีเมตตาสูง เป็นที่เคารพเลื่อมใสของลูกศิษย์ และพุทธสนิกชนทั่วทุกสารทิศ อีกทั้ง เมื่อสร้างรูปเหมือนหลวงปู่ประทับพญาเต่าเรือน แล้ว ก็มีผู้คนมาสักการบูชาและ แก้บนกันมากเมื่อสิ่งที่บนบานสัมฤทธิ์ผลดังที่ปรารถนา สิ่งที่นิยมมานำมาแก้บน นอกจาก ดอกไม้ ผลไม้ แล้วสิ่งที่แปลกไปกว่าที่อื่น ๆ ก็คือ ผักบุ้ง ที่มักจะนำมาถวายพญาเต่าเรือน นั่นเอง

ว่าแต่ว่า วัดไร่แตงทอง นั้นอยู่ที่ไหน ไปยังไง นั่นนะซิ ติ๊กต๊อก ติ๊กต่อก ไม่ต้องกังวลแล้วเพราะว่า มีข้อมูลว่า วัดไร่แตงทอง ตั้งอยู่ ตำบล ลูกนก อำเภอ กำแพงแสน จังหวัด นครปฐม มีหลายคน อาจจะสับสนว่า อยู่นครปฐม หรือ กาญจนบุรี กันแน่ ที่จริงแล้วต้องบอกว่า อยู่ในเขตนครปฐม ใกล้ ๆ แนวตะเข็บเขตของจังหวัดกาญจนบุรี พอคิดอยากจะไปก็นึกไม่ออก ว่า จะไปยังไง ก็ลองเข้าไปเสริชหา แผนที่วัดไร่แตงทอง ปรากฏว่า หาไม่เจอ ไม่ค่อยมีรายละเอียดชัดเจน เท่าไหร่นัก ก็เลยตั้งใจว่า ถ้าได้ไปไหว้หลวงปู่หลิว เมื่อไหร่ กลับมาแล้วจะทำแผนที่บอกทางให้ผู้ที่จะไปวัดไร่แตงทองได้สะดวก ไม่ต้องกลัวหลงทางกันอีกแล้ว แผนที่อยู่ตรงข้างล่างนี่เอง คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่กันได้เลย
แผนที่วัดไร่แตงทอง
วันที่ไปนั้นเลือกใช้เส้นทางด้านกำแพงแสน เพราะว่า บ้านอยู่ทางด้านกรุงเทพตะวันออก จะสะดวกใช้เส้นวงแหวนรอบนอก มุ่งหน้า ไปทางเส้นสุพรรณบุรี พอถึง แยกนพวงษ์ ก็เลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าไปทางบางเลน ขับรถไปสักพัก ก็ถึงสามแยกไฟแดงใหญ่ที่จะเข้าตลาดบางเลน เราก็เลี้ยวขวา ขับรถไปอีกนิด จะเป็นสามแยกอีกครั้ง ให้เราเลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าไปทาง กำแพงแสน แล้วก็ขับตรงยาวจนถึง สามแยกใหญ่อีกครั้ง ให้เลี้ยวขวา เพื่อเข้าแยกกำแพงแสน ขับไปอีกนิด จะเจอแยกใหญ่ เห็นป้ายโต ๆ บอกให้เลี้ยวซ้ายไป พนมทวน ก็เลี้ยวตรงนั้นเลย
ไปบางเลน ไปกำแพงแสน-พนมทวน
สังเกตได้ว่า แยกนั้นคือ ม.เกษตร วิทยาเขต กำแพงแสนนั่นเอง ขับไปทางพนมทวนนั่นแหละ ผ่านทางรถไฟทุ่งบัว ประมาณ 16-17 กิโล ผ่านวัดนักบุญเปรโต ขับไปอีกสักนิด แถว ๆ ทุ่งลูกนก จะเห็นป้ายบอกทางเข้าวัด ไร่แตงทอง เหมือนในรูปนั่นแหละ
ป้ายบอกทางวัดไร่แตงทอง เข้าซอยไปอีก 8 กิโลเมตร

ไชโย…. :-) ไม่หลงทางแน่นอน เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยได้เลย ขับไปทางคดเคี้ยวเรื่อย ๆ แล้วก็จะถึงวัดไร่แตงทอง
ถึงแล้ววัดไร่แตงทอง ถึงแล้ววัดไร่แตงทอง

อย่าลืมไปพิสูจน์ ที่ว่า ยิ่งไกล ยิ่งใหญ่ นะ ขากลับขอกลับด้าน กาญจนบุรี เพราะว่า จะแวะหาของอร่อยที่นครชัยศรี สักหน่อย บทความหน้า แฉลบแถวนครชัยศรี นิดนึงนะจ๊ะ 😉

พาแม่เที่ยวไหว้พระพิฆเนศที่วัดสมานรัตนาราม

มีคนถามกันเยอะถึงเส้นทางการไปไหว้พระพิฆเนศปางเสวยสุขที่วัดสมานรัตนาราม ครั้งแรกเห็นป้ายบอกทางตอนขับรถไปไหว้หลวงพ่อพระพุทธโสธร บอกได้เลยเป็นปางที่สวยงามมาก องค์ท่านเป็นสีชมพู น่าจะองค์ใหญ่มาก ก็ยังคิดว่าถ้ามีโอกาสจะไปไหว้พระพิฆเนศด้วย และแล้วด้วยบุญพาไปก็มีโอกาสไปไหว้พระพิฆเนศจนได้ ตามที่ได้เคยแนะนำสิงหาพาแม่เที่ยวฉะเชิงเทราไปแล้ว ก็มีพูดถึงวัดสมานรัตนาราม วัดที่มีองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดความสูง 16 เมตร และความกว้าง 14 เมตร เนื้อชมพู ลักษณะนั่งกึ่งนอนตะแคงบนฐาน พระหัตถ์ซ้ายถืองาที่หัก พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว โดยรอบฐานจะมีพระพิฆเนศทั้ง 32 ปาง ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง โดยมีถึง 3 อำเภอที่สามารถมองเห็นได้ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า และอำเภอคลองเขื่อน

พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข วัดสมานรัตนาราม

โอ๊ะโอ่…….แล้ววัดสมานรัตนารามที่ว่านี่อยู่ที่ไหนหว่า ไม่เคยคุ้นหูเลยนั่นนะซิ งั้นก็มาทำความรู้จักกันจั๊กนิด :-)

วัดสมานรัตนาราม หรือวัดใหม่ขุนสมาน ตั้งอยู่อำเภอเมือง ของฉะเชิงเทรา ลักษณะที่ตั้งของวัด ถ้าไปส่องดูจาก Google earth จะเห็นได้ว่า เหมือนเป็นเกาะที่มีแม่น้ำบางปะกงล้อมรอบ ทางฮวงจุ้ยเขาเรียกว่า ถุงเงินถุงทอง ก็จัดว่าเป็นทำเลที่ดี

แผนที่วัดสมานรัตนาราม

วันนี้ไม่ต้องกลัวหลงเพราะว่าเราพกแผนที่วัดสมานรัตนารามมาด้วย คลิ๊กขยายใหญ่ที่แผนที่ดูได้เลย ถึงไม่มีแผนที่วัด ก็ไม่หลงทางแน่นอน เพราะว่ามีป้ายบอกทางมาตลอดทำให้มั่นใจได้ว่า ไม่หลงแน่นอน อันนี้ต้องขอชมทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ช่วยปักป้าย กระจายโดยทั่ว ขอยกนิ้วให้ เยี่ยมจริง สำหรับคนที่ไม่ชอบอ่านแผนที่ หรือ ว่าดูแผนที่ไม่ถนัด


เราก็มาเริ่มต้นกันที่ถนนที่แยกจากเส้นบางนา-ตราด มุ่งหน้าเข้าทางฉะเชิงเทรา ผ่านโตโยต้า บ้านโพธิ์ ( เส้นเดียวกับที่เราเคยที่แวะกินข้าวที่บ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์นั่นแหละ  ) เลยไปอีกนิดจะเป็นสามแยกไฟแดงใหญ่ ก็ให้เลี้ยวซ้ายไปทางบางคล้าขับตรงยาวไปเลย  เราก็ข้ามแม่น้ำบางปะกง แล้วก็ขับตรงยาวไปเลย ไม่ต้องกลัวหลง มีป้ายบอกทางอยู่ พอถึงเขื่อนทดน้ำบางปะกง ก็เลี้ยวเข้าซอยวัดจุกเฌอได้เลย  ขับไปตามทาง เราก็จะข้ามสะพานแม่น้ำบางปะกงอีกครั้ง เพราะว่า ที่ตั้งของวัดสมานรัตนาราม เสมือนเกาะริมแม่น้ำบางปะกง ขับไปเรื่อย ๆ ก็จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดทางซ้ายมือ สังเกตว่าจะมีรูปปั้นยักษ์อยู่ที่ประตูทางเข้า เราก็ขับผ่านมาอีกนิด ทางจะเบี่ยงขวานิดหน่อย เลี้ยวไปตามทางอีกนิด เราก็จะเห็นองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขอยู่เด่นเป็นสง่า ไม่รู้ว่าจะบรรยายอย่างไร ดูภาพเอาก็แล้วกัน

พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุข วัดสมานรัตนาราม

วันที่ไปนั้นคนเยอะมาก ไม่รู้ว่ามาจากไหน แต่ที่แน่ ๆ คนไทยทั้งนั้น ก่อนอื่นเมื่อมาถึงที่วัดสมานรัตนาราม ก็ต้องไปนมัสการองค์พระประธานที่โบสถ์กันก่อน กราบพระขอพรกันตามสบาย ไม่ต้องเร่งรีบ พอไหว้พระเสร็จแล้ว ก็มาไหว้พระพิฆเนศขอพรจากท่านให้สำเร็จสมดังใจ ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมาขอพรจากองค์ท่าน มีอยู่อย่างนึงที่สังเกตเห็น พวกนั้นเขาทำอะไรกันนะ มีร่มปัก  2 คัน คนนั้นยืนบนเก้าอี้ด้วย ที่เหลือยืนต่อแถวกันด้วย ทำอะไรหว่า ว่าแล้วไม่รอช้า งั้นเราเดินเข้าไปดูด้วยกัน ดูที่คลิบซิ

ถึงบางอ้อ แล้วหรือยัง ก็พวกเขามาขอพรองค์พระพิฆเนศ ด้วยการกระซิบฝากบอกท่านหนูมุสิกะ ผู้เป็นต้นห้องขององค์พระพิฆเนศ ให้ช่วยบอกท่านด้วยว่าเราขอพรอะไร คำขอพรขอพวกเราจะได้สัมฤทธิ์ผลสมดังใจ อย่าลืมติดสินบนท่านหนูทั้งสองด้วยนะ คำขอพรจะได้สำเร็จไวๆ  เมื่อคำขอเป็นจริงแล้ว บางคนก็จะมาวิ่งรอบองค์พระพิฆเนศตามจำนวนรอบที่ได้บอกไว้ ก็เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ซึ่งเราก็เอากับเขาด้วย เพราะเราร่วมด้วยช่วยกัน อ้อลืมบอกไป เขามีเคล็ดลับอีกอย่างในการขอพรว่า เวลาไปกระซิบบอกท่านหนูมุสิกะ ให้เราเอามืออีกข้างอ้อมไปปิดรูหูของท่านหนูอีกข้างด้วย ทั้งนี้เพราะป้องกันการฝากขอพรจะไม่เข้าหูซ้ายทะลุออกไปหูขวานั่นเอง

ท่านหนูมุสิกะ วัดสมานรัตนาราม วิธีการขอพร วัดสมานรัตนาราม

ที่วัดสมานรัตนารามยังมีห้องด้านล่างที่อยู่ใต้ฐานองค์พระพิฆเนศ ที่จัดไว้จัดแสดงวัตถุมงคลสำหรับผู้ที่ต้องการบูชาองค์พระพิฆเนศ ก็สามารถติดต่อทางวัดได้ที่นี่  และขออนุญาตประชาสัมพันธ์สักนิด สำหรับงานปิดทองฝังลูกนิมิต ของทางวัดจะการจัดงานในวันที่ 31 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2554 ขอเชิญทุกท่านร่วมงานนี้ด้วย เร่งสะสมบุญกันไว้นะ จะได้มีความสุขกาย สบายใจ ทริปนี้มาเที่ยวกันได้ทั้งครอบครัว เพราะที่วัดจะมีป้ายบอกสิ่งศักดิ์สิทฺธิ์ของวัด เช่น หลวงพ่อโต หลวงพ่อองค์ดำ พระประธานปางลีลา และมีพิเศษอีกนิด สำหรับ พี่ๆ เพื่อน ๆ ผู้ชอบแสวงโชคลาภ แนะนำว่า ให้ไปขอโชคจากท่าน จระเข้โหราเทพารักษ์ เห็นพี่ ๆ แถวนั้นเล่าว่ามีคนโชคดีกันเยอะ…. ลองดู

พระอุโบสถใหม่ วัดสมานรัตนาราม พระอุโบสถหลังเก่า วัดสมนารัตนาราม

หลวงพ่อโตองค์จำลอง วัดสมานรัตนาราม

หลวงพ่อองค์ดำ วัดสมานรัตนาราม

คาดว่า เราคงต้องบรรจุการไหว้พระที่วัดสมานรัตนารามเอาไว้ในโปรแกรม ไหว้พระ 9 วัด ของฉะเชิงเทราไว้ด้วยแน่นอน  รอบหน้าไปเที่ยวด้วยกันต่อ ไหน ๆ มาเส้นนี้แล้ว ก็เลยต่อไปหาของกินกันที่ตลาดน้ำบางคล้า แล้วก็เลยไปดูค้างคาวแม่ไก่กันดีกว่า แล้วท่านจะรู้ว่า เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ ว่าแต่จะไปด้วยกันหรือเปล่า 😀

เที่ยววัดพระนอนจักรสีห์ที่สิงห์บุรี

ตามสัญญาภาคต่อเนื่อง หลังจากที่กินกุ้งเผาทองชุบกันแล้ว ก็มาต่อโปรแกรมไหว้พระกันต่อดีกว่า เพราะว่ามาสิงห์บุรีทั้งที ก็อยากแนะนำให้ไปเที่ยวกันหลาย ๆ ที่ คราวนี้ เราไปไหว้พระนอนจักรสีห์ องค์พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีความยาว 1 เส้น 3 วา 2 ศอก  หน่านไง นึกไม่ออกนะซิว่า ใหญ่แค่ไหน สรุปว่า ประมาณ 47 เมตรนั่นเอง

พระนอนจักรสีห์ - The Reclining Buddha at Singburi

ชมรมคนรักแม่ ต้องไม่พลาดแคมเปญ พาแม่เที่ยวไหว้พระนอนที่นี่แน่นอน การเดินทางมาวัดพระนอนจักรสีห์ไม่ยากเลย เพราะมีป้ายบอกทางมาตลอด ถ้าหลงทาง ก็ถามคนแถวนั้นได้

วัดพระนอนจักรสีห์ ตั้งอยู่ ต.จักรสีห์ อ.เมือง จ .สิงห์บุรี สามารถมานมัสการพระนอนได้ทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์เปิด 8.00-17.00 น. ,วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดต่าง ๆ เปิด 7 .30-17.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารโทร 036-520251  หรือ 036-422768-9

ตอนที่ไปนั้น ก็ใช้เส้นทางสายเอเชีย ( เส้นเดียวกับที่ไปกินกุ้งร้านทองชุบนั่นแหละ ) พอถึงสิงห์บุรี  ก็จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองสิงห์บุรี หลังจากนั้นก็ขับตรงไปเรื่อย ๆ จะผ่าน ศาลากลาง จังหวัด ที่เขามักจะใช้จัดงานเทศกาลกินปลาของจังหวัดสิงห์บุรี  เราก็มุ่งหน้าตรงไปเรื่อย ๆ จนไปถึงวงเวียนที่เป็นหอนาฬิกา เราก็เลี้ยวซ้ายอีกที คราวนี้เราก็จะผ่านตลาด ที่อยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งผู้คนอาจจะพุกพล่านนิดหน่อย ก็ค่อย ๆ ผ่านมาก็แล้วกัน ขับมาอีกนิด สังเกตุป้าย จะเห็นป้ายบอกทาง วัดพระนอนจักรสีห์ พอมาถึงแยก ป้ายจะบอกให้เราเลี้ยวขวา ข้ามคลองเล็ก ๆ นิดนึง แล้วก็ขับตรงยาวไปเรื่อย ๆ บนถนนเส้น 3032  ( รับรองไม่หลงเพราะมีป้ายบอกไปตลอดทาง ) ก็จะถึงวัดพระนอนจักสีห์ ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ เราก็เลี้ยวเข้าไปได้จอดรถได้เลย ลานจอดรถกว้างขวางมาก เพราะต้องรองรับการมาเยือนของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศก็ว่าได้นะ   ทางเข้าวัดจะมีส่วนของการทำบุญ ทำทาน เป็นระยะ ๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นแล้วสะดุดตาทุกครั้งที่เห็นก็คือ ต้นสาละ เพราะดอกสาละนั้นมีลักษณะที่ไม่เหมือนใคร ลองคลิ๊กภาพดูซิ ตามประวัติ ต้นสาละ เป็นต้นไม้มีอยู่ในพุทธประวัติ ในวันที่พระพุทธเจ้าประสูติและ ปรินิพพาน
ดอกสาละ
นอกเรื่องมาตั้งนาน เดินมาถึงวิหารพระนอนจนได้ เมื่อก้าวเท้าผ่านธรณีของวิหารเข้ามาก็จะพบกับพระนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย   เป็นแบบพระนอนอินเดีย กรขวาศอกยื่นไปทางด้านหน้าไม่ทำงอ พระกรตั้งขึ้น รับพระเศียรแบบพระนอนไทย   อีกทั้งยังเป็นพระพุทธรูปพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและมีความศักดิ์สิทธิ์มาก และมีความเชื่อกันมานานแล้วว่า

หากผู้ใดได้มานมัสการขอพรจากองค์หลวงพ่อแล้ว  ชีวิตจะมีแต่ความสุข รวมถึงร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียน

ด้วยเหตุนี้เองเราจึงขอแนะนำให้เพื่อนพาครอบครัวมากราบนมัสการองค์พระนอนจักรสีห์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต

นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งแคมเปญที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากที่สิงห์บุรี คือ การไหว้พระ 9 วัด อยากจะบอกว่า ที่นี่มีวัดเก่าแก่ และมีชื่อเสียง จนต้องบอกว่า จัดทัวร์ 9 วัดมาได้เลย แต่ละวัดอยู่ไม่ไกลกันนัก ลองแนะนำสักนิดก็แล้วกัน


โปรแกรมไหว้พระ 9 วัด

  1. วัดเสถียรวัฒนดิษฐ์ เข้าชมพระพุทธรูปทองคำ สมัยสุโขทัย
  2. วัดสว่างอารมณ์ เข้าชมสถานที่ซึ่งรวบรวมวิชาศิลปะหลายแขนง  และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ภายใน
  3. วัดประโชติการาม สักการะหลวงพ่อสิน  หลวงพ่อทรัพย์
  4. วัดสาลโคดม สักการะหลวงพ่อเศียร  และชมพระอุโบสถที่ได้รับพระราชานุญาติอัญเชิญพระนามาภิไธย  ส.ก. ไว้หน้าบันของอุโบสถ
  5. วัดพระปรางค์ นมัสการหลวงพ่อสี  เกจิอาจารย์ชื่อดัง  และชมเตาเผาโบราณขนาดใหญ่
  6. วัดโพธิ์เก้าต้น สักการะพระอาจารย์ธรรมโชติ  ผู้กำหัวใจ  ชาวบ้านบางระจันในอดีต   และขอพรต้นไม้แดง  ไม้ศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
  7. วัดพิกุลทอง นมัสการหลวงพ่อแพ  เกจิอาจารย์ดัง  และเป็นนักพัฒนาเมืองสิงห์บุรีสักการะหลวงพ่อใหญ่  พระพุทธรูปปรางค์ประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศ
  8. วัดสิงห์สุทธาวาส ที่ประดิษฐานหลวงพ่อนาค  พระพุทธรูปหินทรายเขียวแกะสลักสักการะหลวงพ่อฉาย ณ โบราณสถานที่งดงาน  และล้ำค่าอีกแห่งหนึ่ง
  9. วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สักการะหลวงพ่อพระนอน  พระพุทธไสยาสน์แบบสุโขทัย  ขนาดใหญ่ มีความยาว 47 เมตร  42 เซนติเมตร

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเส้นทางที่น่าสนใจไว้คราวหน้ามีเวลาค่อยมาเล่าสู่กันฟัง  เกือบลืม……นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเส้นทางที่น่าสนใจไว้คราวหน้ามีเวลาค่อยมาเล่าสู่กันฟัง  มีอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะแนะนำถ้ามาเที่ยวที่สิงหบุรี ลองไปลิ้มลองของฝากเลื่องชื่อ นั่นก็คือ เค้กปลาช่อน ของฝากจังหวัดสิงห์บุรี  เคยแวะไปที่ร้านเกษรา ตั้งอยู่บนถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพ ประมาณ  กม 133-134 ราว ๆ นี้แหละ ที่นี่เป็นร้านขายของฝาก ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยว นักเดินทางแวะเวียนมาเป็นประจำ ไหน ๆ เรามาก็เที่ยวสิงห์บุรีแล้วขากลับ ก็อย่าลืมหาของฝากติดไม้ติดมือกลับไปที่บ้านบ้างก็แล้วกัน เที่ยวไทย ซื้อของไทย ชาติไทยเจริญ :-)

ป้ายกำกับ
กุ้งเผาทองชุบ ค้างคาวแม่ไก่ ตลาดน้ำบางคล้า ตลาดร้อยปี ถนนข้าวก่ำ ถนนข้าวทิพย์ ถนนข้าวปุ้น ถนนข้าวยำ ถนนข้าวลอดช่อง ถนนข้าวสาร ถนนข้าวสุก ถนนข้าวหมูแดง ถนนข้าวหลาม ถนนข้าวหอมมะลิ ถนนข้าวฮาง ถนนข้าวเปลือก ถนนข้าวเปียก ถนนข้าวเม่า ถนนข้าวเหนียว ถนนข้าวแช่ ถนนข้าวแต๋น ปางนอนเสวยสุข พระพิฆเนศ พาแม่เที่ยว พาแม่เที่ยวภูเก็ต ริมน้ำบางปะกง ร้านอร่อย ลักยิ้ม วัดบางพลีใหญ่ วัดสมานรัตนาราม วัดโพธิ์บางคล้า สงกรานต์ สิงหาพาแม่เที่ยว เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวฉะเชิงเทรา เที่ยวภูเก็ต เที่ยวราชบุรี เที่ยววัด เที่ยวสบาย เที่ยวสระบุรี เที่ยวสิงห์บุรี เที่ยวไทย แนะนำร้านอร่อย ไหว้พระ 9 วัด ไหว้พระวัดไหนดี
พฤศจิกายน 2017
พฤ อา
« ส.ค.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  
Your IP Address is:

 






  • ลิ้งค์พันธมิตร


  • สารบัญเว็บไทย
  • software download
  • ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บฟรี เพิ่มเว็บไซต์ฟรี แลกลิงค์
  • ThaiAll
  • sawatdeekrab.com งานhandmade งานฝีมือ ขายงานฝีมือ ฝากขายงานฝีมือ

  • สถานที่ท่องเที่ยว

  • voucher ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ที่พัก ปาย หัวหิน น่าน เลย เชียงใหม่ บัตรลดราคา

  • Free Web Submission
  • Free SEO Tools

  • FigureStore.NET แหล่งรวมของสะสมขนาดเล็กที่ยิ่งใหญ่ในเมืองไทย
  • ของเล็ก ของจิ๋ว Choco Egg Chocoq ลดล้างสต๊อก

  • รูปน้ำตก



  • สถิติการเยี่ยมชม