Posts Tagged ‘พาแม่เที่ยว’

ขออีกทีกับผัดไทยร้านป้าหวาน อ่าวอุดม

ก็เคยแบ่งปันประสบการณ์กันไปแล้วกับผัดไทยที่อร่อยมากที่สุดเจ้าหนึ่งเท่าที่ได้เคยได้ลิ้มลองมา :-)   นั่นคือ ผัดไทยป้าหวานที่อ่าวอุดม สงกรานต์ปีนี้มีโอกาสพาแม่เที่ยวอีกแล้ว คราวนี้ก็เลือกไปไหว้หลวงพ่อโสธรเพื่อเป็นสิริมงคลแล้วก็เลยไปหาของอร่อยกินกันต่อที่อ่าวอุดม แหลมฉบัง อาจจะสงสัยว่า ไหงไปหาของกินไกลกันจัง;-) แหมไม่อาจจะบอกเลยว่า หลงทาง ตอนแรกกะว่าจะไปอ่างศิลาไปหาซื้อครกใบจิ๋วมาทำน้ำพริกฉบับจุ๋มจิ่มสักหน่อย แต่ว่ามันหลงทางก็เลยไปออกที่แหลมฉบัง เมื่อมาถึงแล้วก็ต้องไปกินผัดไทร้านป้าหวาน อ่าวอุดมกันซะเลย :D
ผัดไทกุ้งสดร้านป้าหวาน

มาถึงก็สั่งผัดไทกุ้ง-ปูมากิน ลองดูรูปซิ ไม่มีคำบรรยายเลยจริง ๆ รสชาติยังคงอร่อยเหมือนเดิม รสดี รสเด็ด ดูกุ้งดิ เนื้อแน่นหวานอร่อย สะใจมาก :-) แม่ก็ชอบผัดไทร้านป้าหวานเหมือนกัน ยังคุยกันว่า คราวหน้ามากินกันใหม่ เพราะเราต้องไปซื้อครกที่อ่างศิลากันต่อ มีคนถามหาทางไปร้านป้าหวาน เราก็เลยเอาแผนที่ทางไปร้านป้าหวานมาให้ดูไปไม่ยากหรอก ดูแผนที่ด้านล่างได้เลย

 
แผนที่ผัดไทร้านป้าหวาน

พออิ่มแล้วเราก็ไม่รอช้า ขับรถต่อกันเลยมุ่งหน้าไปอ่างศิลา พอถึงก็แวะที่สะพานปลาจั๊กนิด หาของทะเลกลับไปกินบ้านกันซักหน่อย ไปก็ไม่ผิดหวังเพราะเราสามารถเลือกซื้อของทะเลทั้งแห้งทั้งสด ๆ ราคาถูกได้มากมาย ทั้ง กุ้งสด ปูเป็น หมึกตัวเบ้ง ๆ หอยนางรม หอยหวาน หอยแมลงภู่ พร้อมน้ำจิ้มรสเด็ด พูดทีไร น้ำลายไหลทุกที ……………….ก็มันอร่อยนี่เน้อะ ;-)


เลือกซื้อของทะเลกันไปแล้ว ต้องไม่ลืมเป้าหมายหลักที่แม่มอบหมายให้ นั่นคือ ไปซื้อครกหินใบเล็ก ๆ สำหรับทำน้ำพริกถ้วยเล็ก ๆ มาให้ได้ เพราะที่บ้านมีครกหินหลายขนาดมาก แต่ส่วนใหญ่เป็นครกจะเป็นขนาดกลางไปถึงขนาดใหญ่แต่ไม่มีขนาดเล็ก ๆ เลย ว่าแล้ว ก็พาแม่มาเลือกซื้อครกในขนาดที่ต้องการ  ที่อ่างศิลานี่ มีชื่อเสียงด้านการแกะหิน ไปเป็นเครื่องใช้ เครื่องประดับตั้งแต่ขนาดเล็กจนไปถึงขนาดใหญ่ โดยเฉพาะครก ว่ากันว่า ครกที่ดี หินแกร่ง ต้อง “ ครกอ่างศิลา

ครกหิน อ่างศิลา มาแล้วจ้า

เป็นไงหละ คำบรรยายไม่สามารถบอกได้หมด ดูภาพกันเลย ว่าหลากหลายแค่ไหน และแล้ว แม่ก็สามารถเลือกครกได้ตามสเปคที่ได้กำหนดไว้  มาคราวนี้ อิ่มบุญ อิ่มอาหาร และอิ่มใจ  บรรลุตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายนั่นเอง อีกสักพักจะพาไปดูน้ำพริกที่มาจากครกศิลากันต่อเน้อะ

พาแม่ไหว้พระสักการะหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ หนองแค สระบุรี

ไม่ได้มาอัพเดทกันนาน วันนี้ขอแนะนำอีกโปรแกรม” พาแม่เที่ยว ” คราวนี้มาไหว้” หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ” กัน ก็ไปไม่ไกลจากกรุงเทพ อยู่เลียบคลองระพีพัฒน์ ฯ แค่อำเภอหนองแค จังหวัดสระบุรี นี่เอง เรามีแผนที่มาฝากด้วย ( อยู่ด้านล่างของบทความนี้นะจ๊ะ ) ไม่ต้องกลัวหลงทาง ถ้าพูดถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อแล้วละก้อ..ถามคนพื้นที่รับรองได้ว่ามีความศรัทธาและเลื่อมใสในหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ อย่างเหนียวแน่นเป็นแน่นอน  และที่เราได้มีโอกาสรู้จักเรื่องราวเหล่านี้ก็เพราะว่า แม่เราเป็นคนพื้นที่นั่นเอง อิอิ :-)   ต้องบอกว่า มาไหว้หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ทุกปี ปีละ หลาย ๆ ครั้ง ก็เลยคิดว่าเรามีสิ่งดี ๆ ก็มาบอกกันให้รู้

หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

 

หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปที่เคารพบูชาของพุทธศาสนิกชนในย่านนั้นเป็นอย่างมาก ความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว  ถ้าใครไปกราบสักการะ ขอพรจากหลวงพ่อ ก็จะสำเร็จ สมด้งปรารถนากัน  และที่นีจะมีงานประจำปีในช่วงเดือน 12 หรือ งานช่วงเทศกาลลอยกระทงของทุก ๆ ปี จะมีงานฉลอง มีร้านค้ามากมาย สนุกดี ตามบรรยากาศไทย ๆ แบบพี้นบ้าน เราช๊อบชอบ

โดยปกติแล้วจะมีผู้คนไปกราบไหว้ ขอพร สักการะบูชา รวมถึงบนบาน หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์กันอยู่เป็นประจำ อย่างหนาแน่น ส่วนใหญ่ก็สำเร็จสมดังประสงค์  สุขสมหวังกันโดยถ้วนหน้า จึงทำให้มีการบอกกัน แบบปากต่อปาก ถึงความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อ  ถ้าเล่าถึงประวัติหลวงพ่อ ก็ยิ่งตื่นเต้นว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้นมีจริง และไม่ได้อยู่ใกล้จากเราเลย   ดูแผนที่ด้านล่างได้เลยจ้า คลิกดูภาพใหญ่กันเลย
แผนที่ไปวิหารหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

การเดินทางไปก็ไปได้หลายทาง  แต่ที่อยากจะแนะนำง่าย ๆ คือ ถนนเลียบ คลองระพีพัฒน์  ถ้าไปจากกรุงเทพ ก็ใช้เส้นพหลโยธิน ขอเริ่มต้นกันที่รังสิต ก็แล้วกัน  เราไม่ไปสายเอเชียนะจ๊ะ  แต่เราจะใช้เส้นที่มุ่งหน้าเข้าสระบุรี หรือทางเดียวกันกับที่ไปโคราชนั่นแหละ เราก็ต้องผ่านประตูน้ำพระอินทร์ ตรงไปเรื่อย ๆ เราก็จะผ่านวังน้อย ขับตรงไปก่อนนะ ไม่นาน เราก็จะเข้าเขตจังหวัดสระบุรี สังเกตุจะเห็นป้ายโฆษณายางบริสโตนป้ายใหญ่ ก็ให้เราเตรียมชิดซ้ายวิ่งเข้าเลนส์คู่ขนาน เพราะขับไปอีกนิดจะมีทางแยกใหญ่ให้เลี้ยวซ้ายไปนิดเดียว จะมีถนนเลียบคลองระพีพัฒน์ตัดขวางอยู่ก็ให้เราเลี้ยวซ้ายอีกที เพราะขึ้นถนนเลียบคลองระพีพัฒน์  แต่ถ้าไม่แน่ใจ ก็ขับตรงผ่านแยกนี้ไปก็ได้ ขับไปอีกนิด จะเจอป้ายใหญ่บอกว่า คลองระพีพัฒน์ ก็ให้เลี้ยวซ้ายขับเลียบคลองได้เลยจ้า พอเราขับรถบนถนนเลียบคลองก็ขับไปเรื่อย ๆ ไม่ต้องกลัวหลง สังเกตุว่า ต้องผ่านโรงงานกระเบื้อง โสสุโก้  ผ่านโรงงาน เฟอโร นั่นแหละ ใกล้ถึงแล้ว และเราก็จะเห็นป้ายยินดีต้อนรับ ของเทศบาลคชสิทธิ์ อิอิ :-P คราวนี้ ถึงแล้วจ้า สังเกตุได้ว่า จะเห็นพระอุโบสถเด่นเป็นสง่าอยู่เลียบคลองระพีพัฒน์ นั่นแหละ เรามาถึงแล้ว ……….เย้  เห็นมั๊ยไม่ยากเลย ง่ายนิดเดียวเอง ใช้เวลา ประมาณ 1 ชั่วโมง นิด ๆ ถ้าขับแบบเรื่อย ๆ ชิว ชิว  :-)


ตามประวัติ หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ท่านเป็นพระพุทธรูปดิน ประดิษฐานอยู่ริมคลองคลองระพีพัฒน์ ฝั่งขวา ที่เป็นคลองชลประทาน ชาวบ้านมักจะเรียกว่า คลอง 7 อาร์ ( สันนิษฐานว่า อาร์ หรือ ไรท์ – right  ที่แปลว่า ขวา ) หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์  นั้นหันหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือว่า หันหน้าไปทางคลองระพีพัฒน์ นั่นเอง หลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ เป็นพระพุทธรูปเก่า   ซึ่งมีการขุดพบโดยบังเอิญ  ที่หมู่บ้านหนองตาโล่ ต. คชสิทธิ์ อ. หนองแค จังหวัด สระบุรี  ตามเอกสารที่ค้นกันมา ระบุว่า ในวันจันทร์ที่ 2 ขึ้น 12 ค่ำ เดือน 12 ในปี 2502  ( เอ่ แต่พอกลับไปตรวจกับ ปฏิทิน 100 ปี พบว่า วันจันทร์ ที่ 2 ของเดือน 12 ในปี 2502 นั้น เป็นวันที่  2 พฤศจิกายน 2502  ซึ่งตรงกับวัน ขึ้น 2 ค่ำ เดือน 12 — งั้นเอาเป็นว่า ปี 2502 ก็แล้วกัน ) เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นเนินดินที่มีความสูงกว่าองค์หลวงพ่อและเป็นทางเดินของผู้คนในระแวกนั้น โดยอยู่ริมคลองระพีพัฒน์ซึ่งเป็นคลองขุดในสมัยรัชการลที่ 5 และอยู่ใกล้กับประตูน้ำพระเอกาทศรถ ในช่วงนั้นมีกรมชลประทานได้มีการขุดดินจากเนินไปถมริมตลิ่งทีน้ำกัดเซาะ ก็บังเอิญไปพบดินที่แข็งมากกว่าปกติ ก็พยายามจะขุดจนกระทั่งก้อนดินนั้นออกมาเท่าทีจะทำได้จนกระทั่ง แตกออกมาเห็นเป็นรูปพระ   ชาวบ้านก็มามุงดูกันตามวิสัย ไทยมุง ที่สืบต่อกันมาอย่างไม่ผิดเพี้ยน บ้างก็ว่าเป็นพระพุทธรูปมาเกิด บ้างก็ว่า พวกคนงานกรมชลประทานเอาดินมาปั้นเป็นรูปพระ

วิหารริมน้ำด้านคลองระพีพัฒน์
และเย็นวันนั้นเอง ป้าฝอยซึ่งเป็นชาวบ้านย่านหนองตาโล่ จะกลับบ้านหลังจากที่ได้ไปรับจ้างหาบข้าวลงเรือที่แยกเจ็ดอาร์ ป้าฝอยได้เดินผ่านหลวงพ่อก็ไม่ได้นึกว่าดินนั้นจะเป็นพระพุทธรูปจริง ๆ ก็เลยเอาเปลือกอ้อย แทนธูป เอาเปลือกใบมะขามเทศมาแทนทอง ไปไหว้เหมือนล้อเลียน ป้าฝอยยังเดินทางกลับไม่ถึงบ้านก็มีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง และนึกออกว่าไปไหว้ล้อเลียนองค์พระด้วยความรู้ไม่ถึงการณ์ ดังนั้นป้าฝอยจึงไปจุดธุปกราบขอขมาหลวงพ่อ ทำให้อาการปวดหัวหายไปในบัดดล   และในช่วงเย็นของวันนั้นเอง มีการเข้าทรงโดยคุณยายเกลี้ยง สุขเจริญ  ทั้งที่ก่อนหน้านี้ ก็ไม่เคยเป็นคนทรงมาก่อน จึงมีการสอบถามหลวงพ่อมาท่านมาจากไหน มีชื่อว่าอะไร หลวงพ่อบอกว่า มาอยู่ที่ตั้ง สองสมัยแล้ว มาคล้องช้างอยู่ 3 วัน แต่ก็ไม่ได้ช้าง ในขณะที่นอนหลับอยู่บนแคร่ พระเครื่องได้ตกหล่นแต่ก็หาไม่เจอ จนในที่สุดมีคนเอาดินมาถมในบริเวณนี้  หากอยากรู้ว่าหลวงพ่ออะไร ก็ให้นิมนต์พระ 5 วัดมาสวด และ ตั้งศาลเพียงตา ให้ทำขันธ์ 5 ทุก ๆ วัน และให้จัดงานกลางเดือน 12 ทุก ๆ ปี  ซึ่งชาวบ้านก็ยินยอม แล้วท่านก็บอกว่า ท่านชื่อ  สำเร็จศักดิ์สิทธิ์  หากใครมากราบไหว้ทำอะไรก็สำเร็จตามที่คิดไว้  ต่อมาได้มีการโบกปูนปิดองค์ที่เป็นดินของหลวงพ่อไว้ อีกชั้น ปาฏิหารย์ของหลวงพ่อที่ปรากฎต่อชาวบ้านมีอีกมากมาย ทั้งน้ำมนต์ที่มีเสียงดังจี๊ด ๆ รวมถึงฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ กับ พวกที่พยายามจะย้ายองค์หลวงพ่อ จนไม่มีใครกล้ามาย้ายที่หลวงพ่ออีกเลย

วิหารหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์

คาถาที่ขอพรจากหลวงพ่อ คือ ตั้ง นะโม 3 จบ
พระพุทธัง สำเร็จศักดิ์สิทธิ์
พระธัมมัง  สำเร็จศักดิ์สิทธิ์
พระสังฆัง  สำเร็จศักดิ์สิทธิ์

แล้วก็ตั้งใจอธิษฐานขอพรกันให้สำเร็จดังหวัง…….สาธุ

ชาวบ้านมีความศรัทธาเลื่อมใส และเชื่อกันว่าหลวงพ่อมีความศักดิ์สิทธิ์มาก อธิษฐานขอพรก็สำเร็จสมดังที่ปรารถนากันถ้วนหน้า สมกับชื่อของหลวงพ่อจริง ๆ :-)

ปัจจุบันนี้ ได้มีการปรับปรุงพระวิหารของหลวงพ่อให้สง่างาม ตั้งอยู่ริมน้ำ บรรยากาศก็ดี ถ้ามีโอกาส อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ พาครอบครัวไปสักการะหลวงพ่อสำเร็จศักดิ์สิทธิ์ ขอพรหลวงพ่อ เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเองและครอบครัว และขอให้สมหวังดังปรารถนาทุกคนนะจ๊ะ ;-)

พาแม่เที่ยว..แช่น้ำแร่ที่วัดวังขนาย

กลับมาอีกครั้งหลังจากที่ค่อนข้างยุ่งมาก ๆ กับภารกิจต่าง ๆ เอาหละ คราวนี้มาแนะนำโปรแกรมพาแม่เที่ยวกันอีกดีหว่า “ สิงหาพาแม่เที่ยว “ โปรแกรมนี้ ช่วยแก้ปวดแก้เมื่อย ช่วยให้เลือดลมเดินสะดวก แถมยังมีผิวพรรณผ่องใส นุ่มนวลอีกด้วย ….แหะ …แหะ .. ไม่ได้มาโฆษณาขายเครื่องสำอางใด ๆ แต่ เป็นการแช่น้ำแร่ ที่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ ที่ไหนนะเหรอ ก็บ่อน้ำแร่วัดวังขนาย จังหวัดกาญจนบุรี นั่นเอง :-)
:-)
แช่น้ำแร่วัดวังขนาย
โปรแกรมนี้ สุดยอดเลยแหละ เพราะว่า แม่ชอบมาก ว่าแต่ว่า แช่น้ำแร่ธรรมชาติ ที่วัดวังขนาย จะเป็นยังไง ก็ต้องตามไปดูกันสักนิดนึง

พูดถึงชื่อว่า วังขนาย ก็ทำให้นึกถึงน้ำตาลทรายขึ้นมาก่อนนั่นแหละ แต่ว่า วัดวังขนาย อยู่ตรงไหนของกาญจนบุรีกันหนอ ไม่เคยไปกับเที่ยวกาญจนบุรีกับเขาสักกะที ซึ่งนี่ก็คือปัญหาหนึ่งของการเดินทางด้วยตัวเอง เพราะไม่รู้ว่า จะไปยังไง เข้าไปดูที่กูเกิล ก็ไม่แน่ใจ ได้แต่เห็นเป็นเส้นทางใหญ่ ๆ จากดาวเทียม จะว่าไปก็ยังดี ..ดีกว่าไม่มีอะไรให้ดู เน้อะ มองโลกในแง่ดี ชีวีมีสุข ถ้างั้น งานนี้ มีแผนที่วัดวังขนายมาให้ดู มาคลิ๊กดูที่แผนที่ด้านล่างนี้ได้เลย ถ้าจะพิมพ์ก็โหลดได้เลยจ้า

แผนที่วัดวังขนาย

เส้นทางที่ไปบ่อน้ำพุร้อนที่วัดวังขนาย ไปได้หลายเส้นทาง แต่วันนี้ออกเดินทางจากกรุงเทพใช้เส้นพุทธมณฑลมุ่งหน้าออกไปทางนครปฐม ขับตรงยาว ไปสักพักนึก จะเห็นป้ายบอกทางให้ไปทางบ้านโป่ง ราชบุรี เราก็ขับรถไปทางบ้านโป่งนั่นแหละ ขับตรงยาวไปอย่างเดียว ไม่ต้องไปเลี้ยวเข้าเมืองที่ไหน
ไปวัดวังขนายกันเถอะ ทางไปวัดวังขนาย
ขับขึ้นสะพานข้ามแยกไป ต้องขับตรงไปนะ ดูป้ายที่เขาบอกให้ไปทางกาญจนบุรี พอลงสะพานข้ามแยกนี้แล้ว ขับไปอีกนิด จะพบสี่แยก ให้เราเลี้ยวขวาเพื่อไปทางกาญจนบุรี หลังจากนั้นก็ขับตรงไปเรื่อย ๆ ไม่นานก็เข้าเขตจังหวัดกาญจนบุรี ( เห็นมั๊ย ไม่ไกลเลย มาก็มาถึงเมืองกาญจน์แล้ว ) ขับตรงมาได้เลย รับรองไม่หลง ผ่านลูกแก ท่ามะกา มุ่งหน้าท่าเรือ หรือขับมาตามถนนแสงชูโตนั่นเอง จนมาถึงสามแยกใหญ่ ให้ชิดซ้ายไปทางท่าเรือ ขับตรงยาวมาเรื่อย ๆ จะเข้าสู่เขตตลาดท่าเรือ ให้ขับตรงยาว มาได้เลย แถวนี้จะมีโรงงานวุ้นเส้นท่าเรือที่มีชื่อเสียงอยู่ทางด้านซ้ายมือ สามารถจอดรถเข้าไปซื้อของกิน-ของฝากได้ตามอัธยาศัย เมื่อขับมาเรื่อย ๆ จะผ่านโรงงานกระดาษสยามคราฟท์ สาขาวังศาลา ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ เอาหละใกล้ถึงแล้วนะ ….ขับ ตรงมาอีกไม่นาน จะพบวัดวังขนายอยู่ทางขวามือ ก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดในลานจอดรถได้เลย อยากบอกว่า มาง่าย ไปสะดวก จริง ๆ แล้วก็ถึงเป้าหมายในที่สุด :-P


วังวังขนาย ไหว้พระวัดวังขนาย
เมื่อมาถึงวัดวังขนายแล้วอย่างแรกก็ต้องไปไหว้พระ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของที่วัดกันก่อน วันที่ไปไม่ใช่วันเสาร์-อาทิตย์ ผู้คนก็เลยน้อยไปนิด แต่ก็สะดวกกับคณะของเรา ไปถึงก็ไปจุดธูปเทียน ถวายดอกไม้ ปิดทอง บูชาพระ หลวงพ่อสรรเพชญ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในวัด ก่อนที่เราจะไปแช่น้ำแร่ที่บ่อน้ำพุร้อนนั้น เราก็ไปทำบุญเพื่อรับน้ำตื่มเพื่อใช้ในขณะที่แช่น้ำร้อน อ๊ะ อ๊ะ สงสัยมั๊ยว่าทำไม…….

บ่อน้ำแร่

ส่วนของบ่อน้ำแร่ หรือน้ำพุร้อนนั้นจะอยู่ทางด้านหน้าวัด ใกล้ ๆ ลานจอดรถนั่นแหละ แต่เราเดินไปไหว้พระก่อน หลังจากนั้น ก็เดินกลับมาบริเวณที่เป็นบ่อน้ำแร่ ซึ่งจะมีการแยกไว้ ระหว่าง ชาย กับ หญิง และ เด็ก ๆ ไว้เป็นสัดส่วน เข้ามาก็จะเห็นส่วนของที่นั่งพัก สำหรับแช่ขา อยู่หลายบ่อ เมื่อเดินเข้ามาด้านในจะมีส่วนที่ให้เปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่จะลงไปแช่น้ำแร่ โดยมีอ๊อปชั่นอีก ว่า ต้องการแช่แบบนอนแช่ในอ่าง ( เหมือนอ่างอาบน้ำ ) หรือ ต้องการ นั่งหรือยืนแช่น้ำแร่ในถังแช่น้ำแร่ เป็นไงหละชอบแบบไหนก็เลือกเอา งานนี้ พาแม่กับป้าไปแช่น้ำแร่ครั้งแรก แม่กับป้า เขาเลือกแบบเป็นถังแช่ เพราะจะยืนก็ได้ นั่งก็ได้ ถ้าแบบอ่างแช่มันโจ่งแจ้งไป แบบว่า อาย…..

อ่างน้ำแร่

งานนี้ ต้อง Self service ช่วยเหลือตัวเองนิดนึงนะจ๊ะ เพราะการแช่น้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนนั้น เราต้องใช้อุปกณ์พิเศษ ก็คือ ด้ามเหล็กข้ออ้อยที่ปลายจะกางออกสำหรับการเปิด-ปิดวาล์วน้ำร้อน เพื่อเพื่มหรือลดระดับน้ำแร่ที่เราต้องการใช้ ซึ่งทางวัดก็ไม่ได้จำกัดปริมาณน้ำที่จะใช้

แต่มีข้อแนะนำในการแช่น้ำร้อน ว่า ไม่ควรแช่เกินครั้งละ15 นาที ซึ่งต้องแบ่งออกเป็น 3 รอบ รอบ ละ 5 นาที แล้วขึ้นมานั่งพัก สัก 2-3 นาที เพื่อให้ร่างกายมีการพัก และ ปรับตัว

ตอนนี้ แหละที่ต้องให้มีการจิบน้ำ เพิ่ม เพื่อชดเชยเหงื่อที่เสียไปในขณะที่ไปแช่น้ำร้อน อ๊ะ..อ๊ะ… ถึงบางอ้อกันแล้วซิว่า ทำไมต้องมีน้ำดื่มไปด้วยในขณะที่แช่น้ำร้อน อันนี้สำคัญนะ หากมีโรคประจำตัว ควรได้รับการดูแลในขณะที่แช่น้ำร้อนตลอดเวลา ไม่ควรแช่ครั้งละนาน ๆ เพราะว่า ร่างกายจะมีการเสียเหงื่อและเหนื่อยหล้า ตอนที่ไปนั้น คนไม่ค่อยมาก มีมาเรื่อย ๆ ไม่ขาด ตอนแรกคิดว่า จะมีแต่ผู้สูงอายุ แต่ก็ไม่ใช่ เพราะเห็นสาว ๆ เขามาอาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อน กันเป็นกลุ่ม ๆ ก็สนุกดี แช่น้ำร้อนกันแบบชาวบ้าน ไม่ต้องไปสปา เสียสตางค์กันแพง ๆ ด้วย กล่าวคือ ประโยชน์ของการอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อน จะช่วยให้เลือดลมเดินดี สะดวก ผิวพรรณนุ่มนวล ทำให้ร่างกายกระชุ่ม กระชวย แข็งแรง

อ่างแช่ขา

การอาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนที่วัดวังขนาย ทางวัดไม่ได้เรียกเก็บเงินแต่ประการใด หากแต่เราต้องการช่วยบำรุงทางวัดก็สามารถบริจาคให้กับทางวัดเพื่อนำไปดูแลสถานที่บ่อน้ำร้อนนี้ เพื่อยังประโยชน์ต่อไปให้กับผู้อื่นอีกนาน ๆ ซึ่งทางวัดวังขนายก็มีโครงการสร้างโรงพยาบาล เราเองก็สามารถมีส่วนร่วมกับการสร้างกุศลในครั้งนี้ด้วย สรุปว่า นอกจากจะได้อาบน้ำแร่ แช่น้ำร้อนแล้ว ร่างกายแข็งแรง แถมยังได้สร้างบุญอีกด้วย ;-)

ไปเมืองกาญจน์ทั้งทีก็หาที่เที่ยวกันต่อได้ เมืองกาญจน์ มีที่เทียวเยอะมาก แต่วันนี้ เวลามีจำกัด ต้องกลับกรุงเทพแล้ว คงแวะได้แค่โรงงานวุ้นเส้นท่าเรือ ซื้อขนม กลับบ้านเท่านั้น แต่แค่ไม่ได้แวะต่อเมืองกาญจน์ จะว่าไปเส้นนี้ ยังไปไหว้หลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนที่กำแพงแสนได้อีกนะ แต่วันนี้จะกลับทางพระราม 2 งั้นขากลับก็ผ่านราชบุรี ขอแวะติ๊ดนึงก็แล้วกัน ทริปหน้า มาเล่าเรื่องกันต่อ เอาเป็นว่า สิงหานี้ มีโปรแกรมพาแม่เที่ยวบ้างรึยัง ถ้ายัง ลองสิงหา พาแม่แช่น้ำแร่กันดูมั๊ย :-)

พาแม่เที่ยวสักการะหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนที่วัดไร่แตงทอง

:-P หายไปนานเพราะช่วงนี้งานเยอะมาก วันนี้มีเวลาแล้ว ขอสักหน่อยก็แล้วกัน คราวนี้มีโปรแกรมพาแม่เที่ยวดีๆ มาแนะนำกันอีกแล้ว ใครเคยไปวัดไร่แตงทองบ้างเอ่ย บางคนอาจไม่เคยได้ยินชื่อวัดนี้มาก่อนเลย ก็เป็นไปได้ แต่ถ้าพูดถึง หลวงปู่หลิว เทพเจ้าพญาเต่าเรือน หละ พอจะคุ้นหูกันบ้างรึเปล่า ( มีแผนที่บอกทางด้านล่างด้วยนะ ) วัดไร่แตงทอง จัดว่า เป็น หนึ่งใน ไหว้พระ 9 วัด สายนครปฐม กาญจนบุรี ดังนั้นอยากเชิญชวนให้เพื่อน ๆ ไปไหว้หลวงปู่หลิวกันมาก ๆ เพราะอะไรเหรอ :-) งั้นมาดูกันว่าทำไมทริปนี้มีดียังไง

หลวงปู่หลิว วัดไร่แตงทอง

ไฮไลท์ของการทริปนี้ คือ การได้ไปสักการะและลอดรูปเหมือนหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือน ซึ่งมีความสูงถึง 8.5 เมตร

ได้ขอพร ขอโชคลาภ จากหลวงปู่หลิว และ พญาเต่าเรือน เพื่อเป็นสิริมงคลให้กับตัวเอง และครอบครัวด้วย เพราะผู้คนต่างกันเชื่อกันว่า การได้ลอดใต้ท้องพญาเต่าเรือนนั้น จะทำให้มีอายุยืนเหมือนเต่า ร่างกายแข็งแรง หายจากโรคภัยไข้เจ็บ อีกอย่างนึงก็คือจะไปหาวัตถุมงคลมาบูชาสักหน่อย เพราะว่าที่นี่มีชื่อเสียงเรื่องวัตถุมงคลด้านพุทธคุณ เมตตามหานิยม ด้านค้าขายดียิ่งนัก

หลวงปู่หลิว หลวงปู่หลิว


นอกจากนี้แล้ว ยังมีการบันทึกของเหตุมหัศจรรย์ 3 ประการ ในขณะที่มีการก่อสร้างรูปเหมือนหลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือนคือ
1.ในการสร้างฐานเพื่อประดิษฐานรูปหล่อ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือนนั้น ช่างได้กำหนดขนาดของฐานให้ขาทั้ง ๔ วางอยู่บนแท่นพอดี แต่เมื่อยกหล่อ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน ปรากฏว่าขาหน้าด้านซ้ายยื่นเลยมาออกจากแทน จนกลายเป็นว่าใครมากราบไหว้จะต้องเอาศีรษะให้สัมผัสกับเท้า เหมือนกับว่าให้เหยียบเพื่อความเป็นสิริมงคล
ขอพรพญาเต่าเรือน

2.เกิดดวงไฟสีเขียวปรากฏบนแท่นบริเวณขาด้านขวา ซึ่งในขณะที่เกิดนั้นมีกรรมการวัดและชาวบ้านเห็นด้วยตาหลายคน
3.เกิดจากงานก่อสร้างที่ไม่คิดมาก่อน กล่าวคือ หลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน องค์ใหญ่ สูง ๘.๕๐ เมตร ดูในวิหารว่าใหญ่แล้ว แต่จะใหญ่ยิ่งกว่าเมื่อดูผ่านประตูวิหาร และหากเดินถอยหลัง โดยมองผ่านประตูยิ่งเดินถอยหลังยิ่งไกลเท่าไร ขนาดของเต่าจะใหญ่ขึ้น จนหัวของเต่าใหญ่คับประตูวิหารเลยทีเดียว ที่เป็นเช่นนี้เพราะความพอดีของหลวงปู่หลิว ประทับพญาเต่าเรือน กับบานประตูวิหาร
หลวงปู่หลิวประทับพญาเต่าเรือน
ทริปพาแม่เที่ยวครั้งนี้ อาจจะนั่งรถกันไปไกลสักนิด แต่ก็คุ้มค่า สาเหตุที่อยากไปที่วัดไร่แตงทองนี้ เพราะว่า มีโอกาสได้อ่านหนังสือพิมพ์ คม ชัด ลึก เรื่องของหลวงปู่หลิว เทพเจ้าพญาเต่าเรือน แล้วเกิดศรัทธาอยากไปที่วัดไร่แตงทอง และทำให้ทราบว่า เมื่อครั้งหลวงปู่หลิวยังมีชีวิตอยู่ ท่านเป็นพระที่มีอภิญญา และมีเมตตาสูง เป็นที่เคารพเลื่อมใสของลูกศิษย์ และพุทธสนิกชนทั่วทุกสารทิศ อีกทั้ง เมื่อสร้างรูปเหมือนหลวงปู่ประทับพญาเต่าเรือน แล้ว ก็มีผู้คนมาสักการบูชาและ แก้บนกันมากเมื่อสิ่งที่บนบานสัมฤทธิ์ผลดังที่ปรารถนา สิ่งที่นิยมมานำมาแก้บน นอกจาก ดอกไม้ ผลไม้ แล้วสิ่งที่แปลกไปกว่าที่อื่น ๆ ก็คือ ผักบุ้ง ที่มักจะนำมาถวายพญาเต่าเรือน นั่นเอง

ว่าแต่ว่า วัดไร่แตงทอง นั้นอยู่ที่ไหน ไปยังไง นั่นนะซิ ติ๊กต๊อก ติ๊กต่อก ไม่ต้องกังวลแล้วเพราะว่า มีข้อมูลว่า วัดไร่แตงทอง ตั้งอยู่ ตำบล ลูกนก อำเภอ กำแพงแสน จังหวัด นครปฐม มีหลายคน อาจจะสับสนว่า อยู่นครปฐม หรือ กาญจนบุรี กันแน่ ที่จริงแล้วต้องบอกว่า อยู่ในเขตนครปฐม ใกล้ ๆ แนวตะเข็บเขตของจังหวัดกาญจนบุรี พอคิดอยากจะไปก็นึกไม่ออก ว่า จะไปยังไง ก็ลองเข้าไปเสริชหา แผนที่วัดไร่แตงทอง ปรากฏว่า หาไม่เจอ ไม่ค่อยมีรายละเอียดชัดเจน เท่าไหร่นัก ก็เลยตั้งใจว่า ถ้าได้ไปไหว้หลวงปู่หลิว เมื่อไหร่ กลับมาแล้วจะทำแผนที่บอกทางให้ผู้ที่จะไปวัดไร่แตงทองได้สะดวก ไม่ต้องกลัวหลงทางกันอีกแล้ว แผนที่อยู่ตรงข้างล่างนี่เอง คลิ๊กเพื่อดูรูปใหญ่กันได้เลย
แผนที่วัดไร่แตงทอง
วันที่ไปนั้นเลือกใช้เส้นทางด้านกำแพงแสน เพราะว่า บ้านอยู่ทางด้านกรุงเทพตะวันออก จะสะดวกใช้เส้นวงแหวนรอบนอก มุ่งหน้า ไปทางเส้นสุพรรณบุรี พอถึง แยกนพวงษ์ ก็เลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าไปทางบางเลน ขับรถไปสักพัก ก็ถึงสามแยกไฟแดงใหญ่ที่จะเข้าตลาดบางเลน เราก็เลี้ยวขวา ขับรถไปอีกนิด จะเป็นสามแยกอีกครั้ง ให้เราเลี้ยวซ้าย มุ่งหน้าไปทาง กำแพงแสน แล้วก็ขับตรงยาวจนถึง สามแยกใหญ่อีกครั้ง ให้เลี้ยวขวา เพื่อเข้าแยกกำแพงแสน ขับไปอีกนิด จะเจอแยกใหญ่ เห็นป้ายโต ๆ บอกให้เลี้ยวซ้ายไป พนมทวน ก็เลี้ยวตรงนั้นเลย
ไปบางเลน ไปกำแพงแสน-พนมทวน
สังเกตได้ว่า แยกนั้นคือ ม.เกษตร วิทยาเขต กำแพงแสนนั่นเอง ขับไปทางพนมทวนนั่นแหละ ผ่านทางรถไฟทุ่งบัว ประมาณ 16-17 กิโล ผ่านวัดนักบุญเปรโต ขับไปอีกสักนิด แถว ๆ ทุ่งลูกนก จะเห็นป้ายบอกทางเข้าวัด ไร่แตงทอง เหมือนในรูปนั่นแหละ
ป้ายบอกทางวัดไร่แตงทอง เข้าซอยไปอีก 8 กิโลเมตร

ไชโย…. :-) ไม่หลงทางแน่นอน เลี้ยวซ้ายเข้าไปในซอยได้เลย ขับไปทางคดเคี้ยวเรื่อย ๆ แล้วก็จะถึงวัดไร่แตงทอง
ถึงแล้ววัดไร่แตงทอง ถึงแล้ววัดไร่แตงทอง

อย่าลืมไปพิสูจน์ ที่ว่า ยิ่งไกล ยิ่งใหญ่ นะ ขากลับขอกลับด้าน กาญจนบุรี เพราะว่า จะแวะหาของอร่อยที่นครชัยศรี สักหน่อย บทความหน้า แฉลบแถวนครชัยศรี นิดนึงนะจ๊ะ ;-)

แวะมาดูค้างคาวแม่ไก่ที่วัดโพธิ์บางคล้า

หลังจากอิ่มหนำสำราญกันมาแล้วจากฟาสฟูดส์ลอยน้ำขนาดใหญ่ของตลาดน้ำบางคล้า เราก็มุ่งหน้าไปยัง วัดโพธิ์บางคล้า ที่เขาร่ำลือกันว่า ที่นี่มีค้าวคาวแม่ไก่นับแสนตัว มาอาศัยอยู่ที่วัดนี้ เราเองก็ไม่เคยเห็นค้างคาวที่ว่าเนี่ยะ เคยดูแต่มนุษย์ค้างคาว หรือว่า BATMAN ซุปเปอร์ฮีโร่นั่นแหละ   ได้ยินมานานแล้ว คำว่า ค้างคาวแม่ไก่ ตอนแรกก็งง ๆ ว่า ทำไม ค้างคาวถึงออกลูกเป็นไก่ มาได้ ฟังแล้วก็แปลกดี ที่จริง ค้างค้าวแม่ไก่ เป็นสายพันธ์หนึ่งของค้างคาวที่มีขนาดใหญ่มาก เค้าถึงได้ไปเปรียบเทียบกับขนาดของแม่ไก่ตัวอ้วน ๆ นั่นเอง :D
วัดโพธิ์บางคล้า ฉะเชิงเทรา
เป็นอันว่า เราออกมาจากตลาดน้ำบางคล้าแล้วขับย้อนออกมาทางที่จะกลับกรุงเทพ  แล้วจะเห็นป้ายทางไปัดโพธิ์ บางคล้า ไม่ต้องกลัวหลงทาง ไปตามป้ายนั่นแหละ นิดเดียวก็ถึงวัดแล้ว วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ พอจอดรถปั๊บ ก็มองหา ค้างคาวแม่ไก่ ปุ๊บ :-)   เอ่……… อยู่ไหนหว่า ไม่เห็นเลย เห็นแต่ต้นไม้ใหญ่ ๆ เต็มวัดเลย แล้ว ค้างคาวอยู่ไหน เล็งดี ๆ ……..โอ่  นั่นไง เห็นรึยัง ถ้ายังไม่เห็น คลิ๊กที่รูปเลย ;-) แล้วจะได้เห็นหน้าตา ค้างคาวแม่ไก่ กันแบบ Close up ใกล้ ๆ กันไปเลย คลิ๊ก โลด !
ค้างคาวแม่ไก่ ค้างคาวแม่ไก่
ตัวใหญ่จริง ๆ เหมือนที่ใคร ๆ พูดกันว่า ที่บางคล้านี่ มีค้างคาวแม่ไก่นับแสน ที่วัดโพธิ์บางคล้า ก็น่าจะมาจากความเงียบสงบ และมีต้นไม้ใหญ่เต็มวัด สร้างความร่มรื่นให้แก่บรรดาค้าวคาวแม่ไก่เหล่านี้  สังเกตได้ว่า มีค้างคาวแม่ไก่เกาะตามกิ่งไม้เต็มไปหมด ห้อยหัวกันสลอน เอ๊ยไม่ใช่ ห้อยหัวกัน เต็มต้นไม้เลย ตอนแรกก็ดูน่ากลัวแต่ดูไปดูมาก็น่ารักดีเหมือนกัน

ค้างคาวแม่ไก่ เป็นค้างคาวสายพันธุ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก( แต่ถ้าค้างคาวที่เล็กทีสุดในโลก ต้องค้างคาวคุณกิตติ อันนี้ต้องไปดูที่ราชบุรีนะจ๊ะ ) ค้างคาวแม่ไก่ หน้าตาเหมือนสุนัขจิ้งจอกคือ มีดวงตาโต จมูกและใบหูเล็ก ขนสีน้ำตาลแกมแดง และมีเล็บที่แหลมคมสามารถเกาะกิ่งไม้ได้  มีปีกสีดำ บินได้เร็วและไกลเหมือนนก กางปีกกว้างประมาณ 3 ฟุต แม่ค้างคาวให้กำเนิดลูกได้ครั้งละ 1 ตัว ในเวลากลางวันจะอยู่กันเป็นกลุ่มใหญ่เกาะกิ่งไม้ห้อยหัวลงมา ยามพลบค่ำก็จะออกบินไปหากิน  อาหารของค้างคาวจะเป็นพวกผลไม้และใบไม้อ่อน ปกติแล้วค้างคาวแม่ไก่จะกินผลไม้เป็นอาหาร แต่ที่ผ่านมา ก็ไม่เคยไปทำความเสียหายให้กับสวนผลไม้ของชาวบางคล้าเลย   ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่าแปลก หรือน่าจะเรียกได้ว่า Amazing Thailand :-) อีกที่หนึ่งของฉะเชิงเทราก็ว่าได้
ค้างคาวแม่ไก่ หรือ Flying Fox ค้างคาวแม่ไก่ หรือ Flying Fox

ไหน ๆ เรามาถึงัดโพธิ์บางคล้าแล้ว มาฟังเรื่องราวที่สำคัญของวัดนี้กันสักหน่อย เพราะว่าที่วัดโพธิ์บางคล้านี้ เป็นวัดเก่าแก่มีประวัติยาวนาน ว่ากันว่า สร้างในสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสิน ราวปี พ.ศ.  2310 -2315  ตามประวัติเล่าว่า สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชหรือพระยากำแพงเพชรในสมัยนั้นทรงนำพลตีฝ่าข้าศึกมุ่งไปทางเมืองจันทบุรี เมื่อข้ามคลองท่าลาด มาถึงบริเวณปากน้ำเจ้าโล้ อำเภอบางคล้า แห่งนี้ ก็ทรงหยุดพักใต้ต้นพธิ์แห่งหนึ่ง ซึ่งภายหลังจากการกอบกู้เอกราชได้สำเร็จแล้วทรงให้สร้างวัดขึ้นที่บริเวณนี้แล้ว ให้ชื่อว่า “วัดโพธิ์”ซึ่งเป็นประดิษฐาน องค์หลวงพ่อโต ศักดิ์สิทธิ์เอาไว้ด้วย ซึ่งนิยมเรียกกันคือ หลวงพ่อโตวัดโพธิ์บางคล้า
ตั้งเซ่งจั๊ว ขนมเปี๊ยะบางคล้า  รถประจำทางมาเที่ยวบางคล้าจ้า
พาแม่เที่ยวฉะเชิงเทราคราวนี้ เที่ยวกันคุ้มจริง ๆ ไหว้พระ ขอพร กิน ช้อปกันให้สะใจ ขากลับกรุงเทพแล้วยังมีเวลาเหลือ แนะนำให้แวะซื้อของฝาก ที่ร้าน ตั้ง เซ่ง จั๊ว ขนมเปี๊ยะบางคล้า อีกนิด สังเกตด้านซ้ายมือ จะมีร้านของฝากใหญ่ ๆ แต่งร้านสวยดี  ขนมเปี๊ยะเขาอร่อยดี ลองดูแล้วจะติดใจ  เอาไว้รอบหน้าถ้ามาเที่ยวแปดริ้ว จะพาไปตลาดบ้านใหม่ แล้วก็วัดเล่งฮกยี่ หรือ วัดจีนประชาสโมสร ใจเย็น ๆ คราวหน้าไปเที่ยวด้วยกัน บอกแล้วไงว่า เมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ :D

ป้ายกำกับ
กุ้งเผาทองชุบ ค้างคาวแม่ไก่ ตลาดน้ำบางคล้า ตลาดร้อยปี ถนนข้าวสาร ปางนอนเสวยสุข ผัดไทยป้าหวาน พระพิฆเนศ พาแม่เที่ยว ภูเขาทอง ริมน้ำบางปะกง ร้านอร่อย ลักยิ้ม วัดชนะสงคราม วัดบวร วัดบางพลีใหญ่ วัดพระแก้ว วัดมหรรณพ์ วัดมหาธาตุ วัดสมานรัตนาราม วัดสระเกศ วัดสุทัศน์ วัดอินทร์ วัดเบญจ วัดโพธิ์ วัดโพธิ์บางคล้า ศาลหลักเมือง สงกรานต์ สิงหาพาแม่เที่ยว หลวงพ่อโต อ่างศิลา อ่าวอุดม เที่ยวกาญจนบุรี เที่ยวฉะเชิงเทรา เที่ยวราชบุรี เที่ยววัด เที่ยวสบาย เที่ยวสระบุรี เที่ยวสิงห์บุรี เที่ยวไทย แนะนำร้านอร่อย ไหว้พระ 9 วัด ไหว้พระ 9 วัด กทม ไหว้พระวัดไหนดี ไหว้พระเก้าวัด
พฤษภาคม 2012
พฤ อา
« มี.ค.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

225
Unique
Visitors
Powered By Google Analytics
Your IP Address is:

 






  • ลิ้งค์พันธมิตร


  • สารบัญเว็บไทย
  • software download
  • ลงประกาศฟรี โปรโมทเว็บฟรี เพิ่มเว็บไซต์ฟรี แลกลิงค์
  • ThaiAll
  • sawatdeekrab.com งานhandmade งานฝีมือ ขายงานฝีมือ ฝากขายงานฝีมือ

  • สถานที่ท่องเที่ยว

  • voucher ท่องเที่ยว ที่เที่ยว ที่พัก ปาย หัวหิน น่าน เลย เชียงใหม่ บัตรลดราคา

  • Blog Directory by Blog Flux

  • Free Web Submission
  • Free SEO Tools