Posts Tagged ‘พาแม่เที่ยว’
พาแม่เที่ยวตลาดน้ำบางคล้า อิ่มอร่อยบนฟาสฟู้ดส์ลอยน้ำ
ตะลอนเที่ยวกันต่อ หลังจากไปไหว้พระพิฆเนศที่วัดสมานรัตนาราม และขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดเพื่อความเป็นสิริมงคลกันไปเรียบร้อยแล้ว คราวนี้ไปมุ่งหน้าไปบางคล้ากันดีกว่า พาแม่เที่ยวบางคล้ารอบนี้ไปหาของกินพื้นบ้านที่ตลาดน้ำบางคล้า ซึ่งที่นี่ ท่าน นายกเทศมนตรี ได้จัดแพขนาดใหญ่ลอยริมฝั่งแม่น้ำบางปะกงและมีบรรดาร้านค้าที่ลอยเรืออยู่รอบแพให้บริการอาหารและเครื่องดื่มแก่นักท่องเที่ยว ( และผู้ที่ชื่นชอบการกิน ) แต่ว่าวันที่ไป น้ำลดมาก ทำให้เห็นเรืออยู่บนดินซะอย่างงั้นแหละ จริงๆ แล้ว ตลาดน้ำบางคล้าที่ว่า ดู ๆ ไปแล้วเหมือนฟาสฟู้ดลอยน้ำ ริมบางปะกง นั่นแหละ ด้านซ้ายก็น่ากิน ด้านขวาก็น่ากิน น่ากินไปหมดเลย ![]()

อาหารที่ยั่วน้ำลายมีหลากหลาย ทั้งกุ้งเผา ปลาเผา หมึกย่าง หมูสเต๊ะ มีกุ้งสเต๊ะอีกต่างหาก ด้านโน่นก็ยังมีสารพัดยำ และที่พลาดไม่ได้ก็คือ ส้มตำ นั่นเองนอกจากนี้ยังมี ก๋วยเตี๋ยว ผัดไทย หอดทอด และอื่น ๆ อีกมากมายต่างก็เชิญชวนให้เราลิ้มลอง อย่างไม่รู้อิ่ม บรรยายไม่ถูกเลย แบบว่า มันน่ากินไปหมดเลย พาแม่เที่ยวที่นี่ รับรองอิ่มอร่อยแน่นอน ![]()

การไปเที่ยวบางคล้า ก็ไม่ยาก ขับรถไปตามเส้น 304 หรือ พูดง่าย ๆ ว่า เมื่อออกมาจากวัดสมานรัตนาราม มุ่งหน้าสู่ถนนใหญ่ ก็ให้เลี้ยวซ้าย ขับตรง ยาวไปเรื่อย ๆ จะมีป้ายบอกทางไปตลาดบางคล้า อยู่เป็นระยะ สังเกตุได้ว่า เมื่อถึงสี่แยก ใหญ่ หรือ สี่แยกบางคล้า ก็ให้เลี้ยวซ้ายอีกครั้ง ขับตรง มุ่งหน้าสู่บางคล้า เมื่อสุดทางจะเป็นสามแยก ให้เราเลี้ยวขวา แล้ว ขับต่อไปอีกนิด ก็จะมีป้ายบอกทางเข้าตลาดน้ำบางคล้า อยู่ทางด้านซ้ายมือ ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปนิดเดียว ก็จะถึงตลาดน้ำบางคล้า เย้…….. เวลาแห่งความอร่อย มาถึงแล้ว
ด้านหน้าของตลาดน้ำบางคล้า จะมีร้านค้าของพ่อค้าแม่ค้าย่านบางคล้าเอาของมาขาย มีหลายอย่างที่สะดุดตา เช่น ข้าวตู ซึ่งเคยได้ยินแต่ชื่อ แต่ไม่เคยเห็นของจริงซักที คราวนี้มีโอกาสได้ลิ้มลอง เออ..ก็แปลกดี ขนมโบราณของไทย แว๊บไปเห็น ไอติมมะม่วง งั้น ลองจั๊กหน่อย เอ๊ะนั่นอะไร แถไปดูซักนิด อ๋อ นั่นคือ ทองม้วนนิ่ม หรือ ทองม้วนอ่อน ไงหละ ที่ตลาดน้ำบางคล้ายังมีบริการเรือนำเที่ยวรอบเกาะลัดฝั่งตรงกันข้ามกับตลาดน้ำอีกด้วย แต่คราวนี้ ไม่ได้ใช้บริการ เพราะเวลามีน้อย ตั้งใจว่า จะไปดูค้างคาวแม่ไก่ ที่วัดโพธิ์ ก่อนกลับบ้าน ไม่เคยเห็นค้างคาวตัวเป็น ๆ ซักที เคยเห็นแต่มนุษย์ค้างคาว BATMAN ในหนังไม่รู้ว่า หน้าตา จะเหมือนกันหรือเปล่าเนี่ยะ อยู่ไม่ไกลนี่เอง ไป… เราไปดูกัน ![]()

พาแม่เที่ยวไหว้พระพิฆเนศที่วัดสมานรัตนาราม
มีคนถามกันเยอะถึงเส้นทางการไปไหว้พระพิฆเนศปางเสวยสุขที่วัดสมานรัตนาราม ครั้งแรกเห็นป้ายบอกทางตอนขับรถไปไหว้หลวงพ่อพระพุทธโสธร บอกได้เลยเป็นปางที่สวยงามมาก องค์ท่านเป็นสีชมพู น่าจะองค์ใหญ่มาก ก็ยังคิดว่าถ้ามีโอกาสจะไปไหว้พระพิฆเนศด้วย และแล้วด้วยบุญพาไปก็มีโอกาสไปไหว้พระพิฆเนศจนได้ ตามที่ได้เคยแนะนำสิงหาพาแม่เที่ยวฉะเชิงเทราไปแล้ว ก็มีพูดถึงวัดสมานรัตนาราม วัดที่มีองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีขนาดความสูง 16 เมตร และความกว้าง 14 เมตร เนื้อชมพู ลักษณะนั่งกึ่งนอนตะแคงบนฐาน พระหัตถ์ซ้ายถืองาที่หัก พระหัตถ์ขวาถือดอกบัว โดยรอบฐานจะมีพระพิฆเนศทั้ง 32 ปาง ซึ่งอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง โดยมีถึง 3 อำเภอที่สามารถมองเห็นได้ คือ อำเภอเมือง อำเภอบางคล้า และอำเภอคลองเขื่อน
โอ๊ะโอ่…….แล้ววัดสมานรัตนารามที่ว่านี่อยู่ที่ไหนหว่า ไม่เคยคุ้นหูเลยนั่นนะซิ งั้นก็มาทำความรู้จักกันจั๊กนิด
วัดสมานรัตนาราม หรือวัดใหม่ขุนสมาน ตั้งอยู่อำเภอเมือง ของฉะเชิงเทรา ลักษณะที่ตั้งของวัด ถ้าไปส่องดูจาก Google earth จะเห็นได้ว่า เหมือนเป็นเกาะที่มีแม่น้ำบางปะกงล้อมรอบ ทางฮวงจุ้ยเขาเรียกว่า ถุงเงินถุงทอง ก็จัดว่าเป็นทำเลที่ดี
วันนี้ไม่ต้องกลัวหลงเพราะว่าเราพกแผนที่วัดสมานรัตนารามมาด้วย คลิ๊กขยายใหญ่ที่แผนที่ดูได้เลย ถึงไม่มีแผนที่วัด ก็ไม่หลงทางแน่นอน เพราะว่ามีป้ายบอกทางมาตลอดทำให้มั่นใจได้ว่า ไม่หลงแน่นอน อันนี้ต้องขอชมทางฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่ช่วยปักป้าย กระจายโดยทั่ว ขอยกนิ้วให้ เยี่ยมจริง สำหรับคนที่ไม่ชอบอ่านแผนที่ หรือ ว่าดูแผนที่ไม่ถนัด
เราก็มาเริ่มต้นกันที่ถนนที่แยกจากเส้นบางนา-ตราด มุ่งหน้าเข้าทางฉะเชิงเทรา ผ่านโตโยต้า บ้านโพธิ์ ( เส้นเดียวกับที่เราเคยที่แวะกินข้าวที่บ้านโพธิ์ริเวอร์ไซด์นั่นแหละ ) เลยไปอีกนิดจะเป็นสามแยกไฟแดงใหญ่ ก็ให้เลี้ยวซ้ายไปทางบางคล้าขับตรงยาวไปเลย เราก็ข้ามแม่น้ำบางปะกง แล้วก็ขับตรงยาวไปเลย ไม่ต้องกลัวหลง มีป้ายบอกทางอยู่ พอถึงเขื่อนทดน้ำบางปะกง ก็เลี้ยวเข้าซอยวัดจุกเฌอได้เลย ขับไปตามทาง เราก็จะข้ามสะพานแม่น้ำบางปะกงอีกครั้ง เพราะว่า ที่ตั้งของวัดสมานรัตนาราม เสมือนเกาะริมแม่น้ำบางปะกง ขับไปเรื่อย ๆ ก็จะมีป้ายบอกทางเข้าวัดทางซ้ายมือ สังเกตว่าจะมีรูปปั้นยักษ์อยู่ที่ประตูทางเข้า เราก็ขับผ่านมาอีกนิด ทางจะเบี่ยงขวานิดหน่อย เลี้ยวไปตามทางอีกนิด เราก็จะเห็นองค์พระพิฆเนศปางนอนเสวยสุขอยู่เด่นเป็นสง่า ไม่รู้ว่าจะบรรยายอย่างไร ดูภาพเอาก็แล้วกัน
วันที่ไปนั้นคนเยอะมาก ไม่รู้ว่ามาจากไหน แต่ที่แน่ ๆ คนไทยทั้งนั้น ก่อนอื่นเมื่อมาถึงที่วัดสมานรัตนาราม ก็ต้องไปนมัสการองค์พระประธานที่โบสถ์กันก่อน กราบพระขอพรกันตามสบาย ไม่ต้องเร่งรีบ พอไหว้พระเสร็จแล้ว ก็มาไหว้พระพิฆเนศขอพรจากท่านให้สำเร็จสมดังใจ ผู้คนมากมายหลั่งไหลกันมาขอพรจากองค์ท่าน มีอยู่อย่างนึงที่สังเกตเห็น พวกนั้นเขาทำอะไรกันนะ มีร่มปัก 2 คัน คนนั้นยืนบนเก้าอี้ด้วย ที่เหลือยืนต่อแถวกันด้วย ทำอะไรหว่า ว่าแล้วไม่รอช้า งั้นเราเดินเข้าไปดูด้วยกัน ดูที่คลิบซิ
ถึงบางอ้อ แล้วหรือยัง ก็พวกเขามาขอพรองค์พระพิฆเนศ ด้วยการกระซิบฝากบอกท่านหนูมุสิกะ ผู้เป็นต้นห้องขององค์พระพิฆเนศ ให้ช่วยบอกท่านด้วยว่าเราขอพรอะไร คำขอพรขอพวกเราจะได้สัมฤทธิ์ผลสมดังใจ อย่าลืมติดสินบนท่านหนูทั้งสองด้วยนะ คำขอพรจะได้สำเร็จไวๆ เมื่อคำขอเป็นจริงแล้ว บางคนก็จะมาวิ่งรอบองค์พระพิฆเนศตามจำนวนรอบที่ได้บอกไว้ ก็เป็นความเชื่อของแต่ละบุคคล ซึ่งเราก็เอากับเขาด้วย เพราะเราร่วมด้วยช่วยกัน อ้อลืมบอกไป เขามีเคล็ดลับอีกอย่างในการขอพรว่า เวลาไปกระซิบบอกท่านหนูมุสิกะ ให้เราเอามืออีกข้างอ้อมไปปิดรูหูของท่านหนูอีกข้างด้วย ทั้งนี้เพราะป้องกันการฝากขอพรจะไม่เข้าหูซ้ายทะลุออกไปหูขวานั่นเอง
ที่วัดสมานรัตนารามยังมีห้องด้านล่างที่อยู่ใต้ฐานองค์พระพิฆเนศ ที่จัดไว้จัดแสดงวัตถุมงคลสำหรับผู้ที่ต้องการบูชาองค์พระพิฆเนศ ก็สามารถติดต่อทางวัดได้ที่นี่ และขออนุญาตประชาสัมพันธ์สักนิด สำหรับงานปิดทองฝังลูกนิมิต ของทางวัดจะการจัดงานในวันที่ 31 มกราคม – 6 กุมภาพันธ์ 2554 ขอเชิญทุกท่านร่วมงานนี้ด้วย เร่งสะสมบุญกันไว้นะ จะได้มีความสุขกาย สบายใจ ทริปนี้มาเที่ยวกันได้ทั้งครอบครัว เพราะที่วัดจะมีป้ายบอกสิ่งศักดิ์สิทฺธิ์ของวัด เช่น หลวงพ่อโต หลวงพ่อองค์ดำ พระประธานปางลีลา และมีพิเศษอีกนิด สำหรับ พี่ๆ เพื่อน ๆ ผู้ชอบแสวงโชคลาภ แนะนำว่า ให้ไปขอโชคจากท่าน จระเข้โหราเทพารักษ์ เห็นพี่ ๆ แถวนั้นเล่าว่ามีคนโชคดีกันเยอะ…. ลองดู
คาดว่า เราคงต้องบรรจุการไหว้พระที่วัดสมานรัตนารามเอาไว้ในโปรแกรม ไหว้พระ 9 วัด ของฉะเชิงเทราไว้ด้วยแน่นอน รอบหน้าไปเที่ยวด้วยกันต่อ ไหน ๆ มาเส้นนี้แล้ว ก็เลยต่อไปหาของกินกันที่ตลาดน้ำบางคล้า แล้วก็เลยไปดูค้างคาวแม่ไก่กันดีกว่า แล้วท่านจะรู้ว่า เที่ยวเมืองไทย ไม่ไปไม่รู้ ว่าแต่จะไปด้วยกันหรือเปล่า
เที่ยววัดพระนอนจักรสีห์ที่สิงห์บุรี
ตามสัญญาภาคต่อเนื่อง หลังจากที่กินกุ้งเผาทองชุบกันแล้ว ก็มาต่อโปรแกรมไหว้พระกันต่อดีกว่า เพราะว่ามาสิงห์บุรีทั้งที ก็อยากแนะนำให้ไปเที่ยวกันหลาย ๆ ที่ คราวนี้ เราไปไหว้พระนอนจักรสีห์ องค์พระพุทธรูปปางไสยาสน์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งมีความยาว 1 เส้น 3 วา 2 ศอก หน่านไง นึกไม่ออกนะซิว่า ใหญ่แค่ไหน สรุปว่า ประมาณ 47 เมตรนั่นเอง
ชมรมคนรักแม่ ต้องไม่พลาดแคมเปญ พาแม่เที่ยวไหว้พระนอนที่นี่แน่นอน การเดินทางมาวัดพระนอนจักรสีห์ไม่ยากเลย เพราะมีป้ายบอกทางมาตลอด ถ้าหลงทาง ก็ถามคนแถวนั้นได้
วัดพระนอนจักรสีห์ ตั้งอยู่ ต.จักรสีห์ อ.เมือง จ .สิงห์บุรี สามารถมานมัสการพระนอนได้ทุกวัน วันจันทร์-ศุกร์เปิด 8.00-17.00 น. ,วันเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดต่าง ๆ เปิด 7 .30-17.30 น. สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหารโทร 036-520251 หรือ 036-422768-9
ตอนที่ไปนั้น ก็ใช้เส้นทางสายเอเชีย ( เส้นเดียวกับที่ไปกินกุ้งร้านทองชุบนั่นแหละ ) พอถึงสิงห์บุรี ก็จะมีป้ายบอกให้เลี้ยวซ้ายเข้าเมืองสิงห์บุรี หลังจากนั้นก็ขับตรงไปเรื่อย ๆ จะผ่าน ศาลากลาง จังหวัด ที่เขามักจะใช้จัดงานเทศกาลกินปลาของจังหวัดสิงห์บุรี เราก็มุ่งหน้าตรงไปเรื่อย ๆ จนไปถึงวงเวียนที่เป็นหอนาฬิกา เราก็เลี้ยวซ้ายอีกที คราวนี้เราก็จะผ่านตลาด ที่อยู่ทางซ้ายมือ ซึ่งผู้คนอาจจะพุกพล่านนิดหน่อย ก็ค่อย ๆ ผ่านมาก็แล้วกัน ขับมาอีกนิด สังเกตุป้าย จะเห็นป้ายบอกทาง วัดพระนอนจักรสีห์ พอมาถึงแยก ป้ายจะบอกให้เราเลี้ยวขวา ข้ามคลองเล็ก ๆ นิดนึง แล้วก็ขับตรงยาวไปเรื่อย ๆ บนถนนเส้น 3032 ( รับรองไม่หลงเพราะมีป้ายบอกไปตลอดทาง ) ก็จะถึงวัดพระนอนจักสีห์ ซึ่งอยู่ทางซ้ายมือ เราก็เลี้ยวเข้าไปได้จอดรถได้เลย ลานจอดรถกว้างขวางมาก เพราะต้องรองรับการมาเยือนของพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศก็ว่าได้นะ ทางเข้าวัดจะมีส่วนของการทำบุญ ทำทาน เป็นระยะ ๆ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เห็นแล้วสะดุดตาทุกครั้งที่เห็นก็คือ ต้นสาละ เพราะดอกสาละนั้นมีลักษณะที่ไม่เหมือนใคร ลองคลิ๊กภาพดูซิ ตามประวัติ ต้นสาละ เป็นต้นไม้มีอยู่ในพุทธประวัติ ในวันที่พระพุทธเจ้าประสูติและ ปรินิพพาน

นอกเรื่องมาตั้งนาน เดินมาถึงวิหารพระนอนจนได้ เมื่อก้าวเท้าผ่านธรณีของวิหารเข้ามาก็จะพบกับพระนอนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นแบบพระนอนอินเดีย กรขวาศอกยื่นไปทางด้านหน้าไม่ทำงอ พระกรตั้งขึ้น รับพระเศียรแบบพระนอนไทย อีกทั้งยังเป็นพระพุทธรูปพระพุทธรูปเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองและมีความศักดิ์สิทธิ์มาก และมีความเชื่อกันมานานแล้วว่า
หากผู้ใดได้มานมัสการขอพรจากองค์หลวงพ่อแล้ว ชีวิตจะมีแต่ความสุข รวมถึงร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคภัยไข้เจ็บเข้ามาเบียดเบียน
ด้วยเหตุนี้เองเราจึงขอแนะนำให้เพื่อนพาครอบครัวมากราบนมัสการองค์พระนอนจักรสีห์ เพื่อความเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต
นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งแคมเปญที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากที่สิงห์บุรี คือ การไหว้พระ 9 วัด อยากจะบอกว่า ที่นี่มีวัดเก่าแก่ และมีชื่อเสียง จนต้องบอกว่า จัดทัวร์ 9 วัดมาได้เลย แต่ละวัดอยู่ไม่ไกลกันนัก ลองแนะนำสักนิดก็แล้วกัน
โปรแกรมไหว้พระ 9 วัด
- วัดเสถียรวัฒนดิษฐ์ เข้าชมพระพุทธรูปทองคำ สมัยสุโขทัย
- วัดสว่างอารมณ์ เข้าชมสถานที่ซึ่งรวบรวมวิชาศิลปะหลายแขนง และพิพิธภัณฑ์หนังใหญ่ภายใน
- วัดประโชติการาม สักการะหลวงพ่อสิน หลวงพ่อทรัพย์
- วัดสาลโคดม สักการะหลวงพ่อเศียร และชมพระอุโบสถที่ได้รับพระราชานุญาติอัญเชิญพระนามาภิไธย ส.ก. ไว้หน้าบันของอุโบสถ
- วัดพระปรางค์ นมัสการหลวงพ่อสี เกจิอาจารย์ชื่อดัง และชมเตาเผาโบราณขนาดใหญ่
- วัดโพธิ์เก้าต้น สักการะพระอาจารย์ธรรมโชติ ผู้กำหัวใจ ชาวบ้านบางระจันในอดีต และขอพรต้นไม้แดง ไม้ศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด
- วัดพิกุลทอง นมัสการหลวงพ่อแพ เกจิอาจารย์ดัง และเป็นนักพัฒนาเมืองสิงห์บุรีสักการะหลวงพ่อใหญ่ พระพุทธรูปปรางค์ประทานพรองค์ใหญ่ที่สุดในประเทศ
- วัดสิงห์สุทธาวาส ที่ประดิษฐานหลวงพ่อนาค พระพุทธรูปหินทรายเขียวแกะสลักสักการะหลวงพ่อฉาย ณ โบราณสถานที่งดงาน และล้ำค่าอีกแห่งหนึ่ง
- วัดพระนอนจักรสีห์วรวิหาร สักการะหลวงพ่อพระนอน พระพุทธไสยาสน์แบบสุโขทัย ขนาดใหญ่ มีความยาว 47 เมตร 42 เซนติเมตร
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเส้นทางที่น่าสนใจไว้คราวหน้ามีเวลาค่อยมาเล่าสู่กันฟัง เกือบลืม……นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเส้นทางที่น่าสนใจไว้คราวหน้ามีเวลาค่อยมาเล่าสู่กันฟัง มีอีกอย่างหนึ่งที่อยากจะแนะนำถ้ามาเที่ยวที่สิงหบุรี ลองไปลิ้มลองของฝากเลื่องชื่อ นั่นก็คือ เค้กปลาช่อน ของฝากจังหวัดสิงห์บุรี เคยแวะไปที่ร้านเกษรา ตั้งอยู่บนถนนสายเอเชียขาเข้ากรุงเทพ ประมาณ กม 133-134 ราว ๆ นี้แหละ ที่นี่เป็นร้านขายของฝาก ซึ่งจะมีนักท่องเที่ยว นักเดินทางแวะเวียนมาเป็นประจำ ไหน ๆ เรามาก็เที่ยวสิงห์บุรีแล้วขากลับ ก็อย่าลืมหาของฝากติดไม้ติดมือกลับไปที่บ้านบ้างก็แล้วกัน เที่ยวไทย ซื้อของไทย ชาติไทยเจริญ
กินกุ้งเผาทองชุบ ที่สิงห์บุรี
อะแฮ่ม ไม่รอช้า วันนี้ ตั้งใจไว้ว่าจะไปหาของอร่อยกินสักกะหน่อย
คราวก่อนไปกินมื้อเที่ยงริมน้ำบางปะกงมาแล้ว คราวนี้ขอกินกุ้งแม่น้ำตัวใหญ่ ๆ ริมแม่น้ำป่าสักดีกว่า ก็ทำให้นึกถึงคำแนะนำร้านอร่อยของพี่ชายว่า ถ้าผ่านไปแถวสิงห์บุรี อย่าลืมแวะไปกินกุ้งซอยวัดตราชู แล้วความหิวก็ปราณีใคร งานนี้เราตั้งใจไปกินกุ้งแม่น้ำให้สะใจซะเลย ![]()

เริ่มต้นเดินทางจากกรุงเทพ มุ่งหน้าไปทางอยุธยา บนถนนที่มักจะเรียกกันว่า สายเอเชีย ผ่านอยุธยา อ่างทอง ซักพักใหญ่ ๆ ก็เริ่มเข้าสู่เขตจังหวัดสิงห์บุรี น่าจะประมาณกิโลเมตรที่ 120 นิดนิด ให้สังเกตทางด้านซ้ายมือ จะมีป้ายบอกทางไปวัดตราชู เมื่อถึงแล้ว ก็เลี้ยวเข้าซอยไปได้เลย ขับเข้าไปนิดนึง เราก็ไปหาที่จอดรถในบริเวณวัด ซึ่งมีพื้นที่พอสมควร แล้วก็เดินไปอีกนิด ก็ถึงจุดหมายที่เราตั้งใจมา นั่นก็คือ ร้านกุ้งเผาทองชุบ นั่นเอง
เห็นป้ายอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เราเองก็แปลกใจ ฉะไหน ถึงดั้นด้นมาถึงที่นี่ได้ ถ้าไม่มีอะไรดี พี่ชายก็คงไม่แนะนำมา เอาวะ งานนี้มาถึงแล้ว ลุยเลยดีกว่า เข้าไปในร้านก็เป็นร้านเรียบง่าย ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ มีโต๊ะเรียงราย อยู่มากมาย เราเองมาถึงก็ประมาณ 11 โมงกว่า ๆ ยังไม่มีลูกค้าเข้ามาซักเท่าไหร่ เราเป็นลูกค้ากลุ่มที่สอง ที่เข้ามาใช้บริการ ก็แปลกใจเหมือนกันว่า ทำไมโต๊ะมันเยอะจัง พอนั่งโต๊ะ เราก็สั่งกุ้งเผามากิน ต้มยำปลาคัง ยำรวมมิตร ข้าวสวยร้อน ๆ รอแป๊ปเดียว ก็ถึงบางอ้อ
รู้แล้วหละ ว่าทำไม ใคร ๆ ถึงร่ำทีลือถึงร้านกุ้งเผา แม่ทองชุบ แหมก็กุ้งตัวบักเอ็บ ขนาดนั่น ลองดูไซด์เที่ยบกับแก้วน้ำดิ ตัวเดียวก็เปรมแล้ว ไม่ใช่แค่ไซด์ แต่รสชาติความอร่อย และ ความสด ใหม่ ทำให้กุ้งเผาร้านแม่ทองชุบ เป็นเป้าหมายที่นักชิมไม่ควรพลาด งานนี้พาครอบครัวมาลองชิมกันได้เลย รับรองไม่ผิดหวัง


กินกันไปสักพัก ไม่รู้ผู้คนมาจากไหน นั่งกันจนเต็มร้าน ตอนแรกยังคิดว่า โต๊ะมันเยอะจัง แต่ตอนนี้ เหมือน โต๊ะจะไม่พอนั่งกันซะแล้ว พวกเราก็กินกันจนอิ่ม แล้วก็นั่งมองไปรอบ ๆ เห็นมีร้านกุ้งเผาอีกร้านอยู่ไม่ไกลกันนัก คือ ร้านแพลุงเช้า น่าจะเป็นอีกร้านที่ให้บริการนักชิมอย่างพวกเรา ซึ่งน่าจะเป็นที่มาของชื่อร้าน แม่ทองชุบ (เจ้าเก่า ) เพราะตอนนี้เขามีอีกเจ้ามาปิดใกล้ ๆ เอาไว้โอกาสหน้ามีเวลา จะลองแวะไปชิม แล้วจะมาเล่าให้ฟัง

ก่อนกลับก็เห็นขนมถ้วยแบบโบราณน่ากิน ก็ซื้อติดไม้ติดมือมาฝากที่บ้านซะหน่อย อยากจะบอกว่า รสชาติดีเข้าทีเลยหละ ไหน ๆ เราก็มาสิงห์บุรีแล้ว จะแนะนำโปรแกรม พาแม่เที่ยวสิงห์บุรี ซะหน่อย ทริปหน้า ไหว้พระ ขอพร สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เป็นมงคลชีวิตกันเน้อะ
สิงหาพาแม่เที่ยวสบาย ๆ แถวฉะเชิงเทรา
มาแล้ว สิงหาพาแม่เที่ยว วันนี้ มาแนะนำทริปลูกกตัญญูพาแม่เที่ยวกันดีกว่า ที่จริงแล้วไม่ต้องรอให้ถึงสิงหาคมหรอกนะ พาแม่ไปเที่ยวเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องไกลเกินไป เพราะแม่อาจจะเหนื่อยได้ เพราะฉนั้นวันนี้เรามาเที่ยวใกล้กรุงเทพกันซักกะนิด เอาเป็นว่าทริปนี้ เราไปเที่ยวแบบสบายแถวฉะเชิงเทราหรือเมืองแปดริ้วกันดีกว่านะ ( ใครรู้บ้างว่าที่มาของ แปดริ้ว คืออะไร )
ถ้าพูดถึงฉะเชิงเทรา สิ่งแรกที่พวกเรามักจะต้องนึกถึงก็ต้องเป็น หลวงพ่อพระพุทธโสธร ที่พวกเราเคารพนับถือ เป็นอย่างยิ่ง และเชื่อว่า แม่ของพวกเราก็คงอยากไปกราบไหว้หลวงพ่อพระพุทธโสธร เพื่อเป็นสิริมงคลกับชีวิตและครอบครัวอย่างแน่นอน
ขับรถจากกรุงเทพไปก็ประมาณ 1 ชั่วโมง ไปได้ทั้งสองเส้นทาง ทั้งทางถนนสุวินทวงศ์ และ ด้านถนนบางนา ก็สะดวกทั้งสองเส้น เมื่อมาถึงแล้ว ก็ต้องพาแม่ไปที่ พระอุโบสถหลังใหม่มีความงดงามเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพระพุทธโสธร ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาจากประชาชนทั่วแผ่นดินไทย ทำให้เห็นได้ว่ามีพ่อแม่พี่น้อง ปู่ย่า ตายาย จากทั่วทุกสารทิศไปกราบขอพรหลวงพ่อกันอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะวันเสาร์ อาทิตย์ วันหยุดต่าง ๆ เมื่อไปกราบขอพรหลวงพ่อ ฯ กันแล้วอย่าลืมทำบุญ และ รับน้ำมนต์ของทางวัดเพื่อเป็นสิริมงคลด้วยหละ
หลังจากนั้นก็ไปที่พระอุโบสถอีกหลังใกล้ ๆกัน เพื่อไปจุดธูป เทียน และปิดทองพระ สิ่งหนึ่งที่สังเกตเห็นได้ไม่เคยเปลี่ยน ก็คือ การไปแก้บน เมื่อสิ่งที่ไปขอพรจากหลวงพ่อ ฯ สัมฤทธิ์ผล สมตามปรารถนาแล้วก็ต้องไปแก้บน ตามที่ได้บนไว้กับหลวงพ่อ สิ่งที่ขาดไม่ได้ ก็คือ ไข่ต้ม ดอกไม้ มาลัย บ้างก็มีหัวหมู บัวลอยไข่หวาน หลากหลายสีสัน นอกจากนี้ ยังมีละครรำ แก้บนอีกด้วย แต่เชื่อมั๊ยว่า ไม่ว่าผู้คนจะมากมายสักแค่ไหน แต่ทุกคนก็มีความสุขใจที่ได้ไปกราบหลวงพ่อพระพุทธโสธรกันทุกคน เอานะ เบียดกันนิด ก็แบ่ง ๆ กันไป คนไทยใจดี.:-)
แถมนิดนึงนะ ตามประวัติ หลวงพ่อโสธร ได้ลอยน้ำมา พร้อมกับพระพุทธรูปพี่น้องกันอีก สององค์ ก็คือ หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน ( บทความก่อนหน้านี้ ) กับ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ที่แม่กลอง รอบหน้า เราจะพาแม่เที่ยวแม่กลอง ด้วยกัน
เมื่อไหว้พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์แล้ว ข้ามถนนหน้าวัด พาแม่ไปช็อปเรียกน้ำย่อยกันก่อน ของกิน ของฝาก ปูดอง กั้งดอง ของแห้ง ผลไม้แช่อิ่ม กะละแม ขนมจากมะพร้าวอ่อน มากมายหลายอย่าง เลือกกันตามอัธยาศัย เมื่อวอล์มอัพกันแล้ว ก็ได้เวลาหาของอร่อยกินแล้ว ไปไหนกันดีหนอ เพราะมีที่ให้ไปต้องเยอะ ขึ้นอยู่กับเวลาที่เรามี เช่น ถ้าแม่ชอบตลาดโบราณย้อนยุค เพราะจะทำให้แม่เรามีความสุขนึกถึงความหลังในวัยเด็ก จริง ๆ นะ พาแม่ไปกี่ที แม่ก็ไม่เบื่อ ช็อปกระหน่ำ หิ้วกันข้างโก่งเลย ถ้าเป็นตลาดโบราณ ก็แนะนำให้ไปตลาดบ้านใหม่ ริมน้ำบางปะกง ไปกินกาแฟโบราณ ข้าวหมูแดง หมูกรอบ ไอติมโบราณ กุ๊ยช่ายรสเด็ด ก๋วยเตี๋ยวรสชาติดังเดิม ข้าวห่อใบบัว ขนมเปียกปูน เยอะแยะไปหมด อย่าลืมไปลองกินน้ำจรวดนะ ซาบซ่าจับใจ
ถ้าเรากลับกรุงเทพด้านบางนา อยากจะแนะนำไปเที่ยว ตลาดคลองสวน ตลาดร้อยปี ที่อยู่ริมคลองประเวศน์บุรีรมย์ ตั้งอยู่ใน 2 จังหวัด ทั้งฉะเชิงเทรา และ สมุทรปราการ แปลกดีเหมือนกัน ที่นี่เขาก็ประชาสัมพันธ์ให้ไปเที่ยวกัน แต่เรายังไม่เคยไปเลย เอาไว้มีเวลาต้องลองไปเที่ยวดู
แต่ถ้าเรากลับด้านถนนสุวินทวงศ์ แนะนำให้ไปตลาดน้ำนครเนื่องเขต ตลาดโบราณ 130 ปี ริมคลองนครเนื่องเขต ก็เป็นอีกที่ที่น่าจะพาแม่ไปเที่ยวเหมือนกัน จะเห็นวิถีชีวิตริมน้ำ ที่เขายังคงอนุรักษ์อยู่ พาแม่ไปนั่งกินก๋วยเตี๋ยวรสชาติเดิม ๆ ก็อร่อยดี ลองดูนะ
หรือถ้ามีเวลา แนะนำให้ไปนั่งกินอาหารริมน้ำบางปะกง ที่ตลาดน้ำบางคล้า เหมือนเราไปกินอาหารฟาสฟู้ดนั่นแหละ แต่เสน่ห์อยู่ที่ลงไปกินกันบนแพ และซื้ออาหารจากเรือที่ลอยอยู่รอบๆ แพ อาหารน่ากินทั้งนั้น กุ้งเผา หมึกเผา หมูสะเต๊ะ กุ้งสะเต๊ะ หอยทอดทะเล ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ ผัดไทยโบราณ กระเพาะปลา ขาดไม่ได้ ก็พวก ส้มตำ ยำสารพัด ของอร่อยอีกมากมาย กินเสร็จแล้ว แวะไปดูค้างคาวแม่ไก่ ที่วัดโพธิ์บางคล้า ด้วย แปลกดี ถ้ายังไม่เหนื่อยนะ แวะไปไหว้พระพิฆเนศปางเสวยสุข องค์ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ริมแม่น้ำบางปะกง ที่วัดสมานรัตนารามก่อนกลับกรุงเทพอีกด้วย พาแม่เที่ยวรอบนี้ เลือกกัน ได้หลายแบบ ลอง Mix And Match เวลา กับ ระยะทางให้พอเหมาะก็แล้วกัน รักแม่พาแม่เที่ยวให้สนุกนะ มีเรื่องเด็ดอย่าลืมมาเล่าสู่กันฟังด้วยหละ

































